2 Min

“‘อีก 5 นาทีถึง!’ ที่ไม่มีอยู่จริง ชวนหาคำตอบว่า ทำไมบางคน ถึงมัก ‘ไปสาย’ และไม่เคยตรงเวลา!”

2 Min
28 Views
06 Feb 2026

“อีก 5 นาทีถึง” ประโยคสุดคลาสสิกที่หลายคนพูดตั้งแต่ ‘ยังอาบน้ำ’ อยู่ ประโยคสั้นๆ แต่อาจสร้างความหงุดหงิดให้ผู้ที่รอ และยังชวนให้เกิดคำถามว่า ในขณะที่บางคนยึดถือความตรงต่อเวลา ทำไมคนอีกกลุ่มถึง ‘มาสาย’ อยู่เสมอ?

ในอดีตงานวิจัยอาจจะยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า การมาสายบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัย (เสีย) หรือความไม่เกรงใจ แต่มันคือการทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนของจิตวิทยา ที่ผลักดันให้คนเรามี ‘จังหวะเวลา’ ที่ไม่เท่ากันโดยไม่รู้ตัว

นักจิตวิทยาอย่าง แดเนียล คาห์เนแมน (Daniel Kahneman) และ อามอส ทเวอร์สกี (Amos Tversky) ค้นพบสิ่งที่เรียกว่า ‘The Planning Fallacy’ หรือความผิดพลาดในการวางแผน ซึ่งคือแนวโน้มที่คนเรามักจะประเมินเวลาในการทำภารกิจต่ำกว่าความเป็นจริง แม้จะเป็นงานที่เคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม

สิ่งที่เกิดจากความเชื่อที่ว่าแผนการของเราจะดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ได้เผื่อใจให้กับอุปสรรคต่างๆ นานา นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้ยังมักคิดเอาเองว่าตนเองมีความสามารถในการ ‘เร่งความเร็ว’ ในแต่ละขั้นตอนได้ตามใจชอบ ผลที่ตามมาคือพวกเขาเหลือช่องว่างสำหรับความล่าช้าน้อยเกินไป 

นอกจากเรื่องการวางแผน บุคลิกภาพเฉพาะตัวก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะลักษณะนิสัยที่เรียกว่า ‘ความละเอียดรอบคอบต่ำ’ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการขาดระเบียบวินัย และการตรวจสอบเวลาที่ด้อยประสิทธิภาพ ทำให้คนกลุ่มนี้ยากที่จะทำตามกำหนดการที่วางไว้ได้สำเร็จ

อีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือพวกที่ชอบทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะเขามักให้คุณค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากกว่า และงานวิจัยยังระบุว่าคนที่มีสไตล์แบบนี้ มีแนวโน้มจะไปสายกว่าเวลานัดเฉลี่ยถึง 15 นาที เมื่อเทียบกับคนที่โฟกัสการทำงานทีละอย่าง

หรือสำหรับบางคน การมาสายอาจฝังลึกอยู่ในระดับชีววิทยา โดยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความผิดเพี้ยนของนาฬิกาชีวภาพ’ อุปสรรคของเหล่ามนุษย์นกฮูก (Night Owls) ที่มีวงจรการหลับและการตื่นช้ากว่าคนทั่วไป ในช่วงเวลาเช้าฮอร์โมนความตื่นตัวของกลุ่มคนเหล่านี้จะยังหลั่งออกมาไม่เต็มที่ ทำให้สมองต้องใช้เวลา ‘บูสต์เครื่อง’ นานกว่าปกติ ความรีบเร่งในภาวะเฉื่อยชาจึงมักจบลงด้วยการมาสายเสมอ

นอกจากประเด็นนาฬิกาชีวิตแล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘อาการตาบอดทางเวลา’ พบบ่อยในกลุ่ม ADHD ทำให้คนเราสูญเสียความสามารถในการวัดระยะเวลาที่ผ่านไป หรืออาจจมดิ่งลงไปในกิจกรรมหนึ่ง จนเวลาที่เหลือหายไปทั้งหมด

สำหรับใครที่อยากจะปรับพฤติกรรม ‘มาสายเรื้อรัง’ เหล่านี้ เราสามารถทำได้โดยใช้วิธีการที่จริงจัง มากกว่าแค่การสัญญากับตัวเองว่าจะไม่สายอีก ไม่ว่าจะเป็น

1 – ลองใช้กฎการคูณสอง ถ้าหากประเมินแล้วว่าเราจะใช้เวลาเดินทาง 10 นาที  ให้ลงตารางไว้ 20 นาที เพื่อเป็นช่องวางไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

2 – ลองสวมนาฬิกาข้อมือ หรือใช้นาฬิกาแบบเข็มวางไว้รอบตัว จะช่วยให้สมองรับรู้การเคลื่อนที่ของเวลาได้ดีกว่าตัวเลขดิจิทัล

3 – เตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อลดภาระในตอนเช้า เช่น การเตรียมเสื้อผ้า กระเป๋า หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

4 – และถ้าหากเรารู้ตัวว่าเป็นคนประเภทนกฮูก ลองหางานที่มีตารางเวลายืดหยุ่นหรือเข้ากับจังหวะชีวิตตัวเอง อาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า

อ้างอิง: