‘คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง’ ทำไมเวลาอยู่กับ ‘แฟน’ เราถึงเผลอทำตัวเหมือนเด็ก?
พอมีความรัก หลายคนจะเริ่มสังเกตว่าตัวเองแปลกไป พูดเสียงหวานแบบไม่รู้ตัว ทำหน้าอ้อนบ่อยๆ งอแงเก่งกว่าตอนอยู่กับเพื่อน หรือเผลอทำตัวเหมือนเด็กที่แค่ได้ขนมก็ยิ้มทั้งวัน ทั้งที่ตอนอยู่นอกบ้านเราคือผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบสารพัดเรื่อง แต่แค่กลับมาอยู่กับแฟน สมองก็เหมือนกดปุ่ม ‘ลดอายุชั่วคราว’ ลงทันที
เรื่องนี้ไม่ใช่อาการประหลาด และไม่ใช่ความไม่โต แต่คือผลข้างเคียงของความรักที่กำลังทำงานอย่างเต็มระบบ
เวลาที่เราอยู่กับคนรัก ร่างกายจะรับรู้ว่านี่คือพื้นที่ ‘ปลอดภัย’ และสมองจะสลับโหมดกลับไปเป็น ‘โหมดเด็ก’ แบบไม่รู้ตัว เพราะทันทีที่เราอยู่ใกล้คนรัก สมองจะหลั่งออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือที่มักถูกเรียกว่าฮอร์โมนแห่งความผูกพัน สารตัวนี้ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจ เชื่อใจ และอยากใกล้ชิด ซึ่งเป็นสภาวะเดียวกับตอนที่เด็กอยู่กับพ่อแม่ที่รู้ว่าถ้าอ้อนแล้วจะมีคนรับ หรือถ้างอแงแล้วจะไม่ถูกทิ้ง
ออกซิโทซินยังทำให้สมองส่วนที่ควบคุมภาพลักษณ์และเหตุผลอย่าง Prefrontal cortex ผ่อนคลายลง เราจึงไม่ค่อยคิดมากว่าทำตัวแบบนี้จะดูเป็นยังไง จะเหมาะสมไหม หรือจะเสียฟอร์มหรือเปล่า จึงทำให้เราพูดตรงขึ้น ขี้อ้อนขึ้น และยอมเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่คนนอกไม่เคยเห็น
ความรักยังกระตุ้นโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่ทำงานเวลาเด็กได้ของขวัญ ได้ขนม หรือได้รับคำชม ทุกครั้งที่แฟนยิ้มให้ สนใจเรา หรือแสดงความรัก สมองจะบันทึกทันทีว่านี่คือ ‘รางวัล’ ทำให้เราอยากทำพฤติกรรมเหล่านี้ซ้ำ อยากอ้อน พูดเสียงหวาน หรือแกล้งเล็กๆ น้อยๆ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนมีแฟนถึงดูซนและขี้อ้อนขึ้น
ที่สำคัญ การทำตัวเหมือนเด็กในความรัก ไม่ได้หมายความว่าเราขาดวุฒิภาวะ ตรงกันข้าม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า คนที่สามารถแสดงความอ่อนแอได้ในความสัมพันธ์ มักมีความมั่นคงทางอารมณ์สูง เพราะกล้าเป็นตัวเองโดยไม่กลัวการถูกปฏิเสธ
และการที่เรายอมทำตัวเหมือนเด็ก ยอมอ้อน ยอมงอแง หรือยอมแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใครสักคน ไม่ได้บอกว่าเรายังไม่โต แต่มันคือสัญญาณว่าคนคนนั้นคือพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
อ้างอิง:
- Adult Attachment and Emotion Regulation Flexibility in Romantic Relationships https://shorturl.asia/xceK6
- What Attachment Theory Can Teach about Love and Relationships https://shorturl.asia/wfGC7