2 Min

รูม่านตาของสัตว์ กำลังบอกอะไรเรา?

2 Min
5408 Views
04 Jun 2021

Select Paragraph To Read

  • รูม่านตาแบบกลม: นักล่าเวลากลางวัน
  • รูม่านตาแนวตั้ง: นักล่าแบบซุ่มโจมตี
  • รูม่านตาแนวนอน: สัตว์ที่มักจะเป็นเหยื่อ
  • รูม่านตาทรงรีที่เปลี่ยนเป็นแนวตั้งและนอนได้: สัตว์เลื้อยคลาน
  • รูม่านตาแบบพระจันทร์เสี้ยว: ปลากระเบน หมึกยักษ์ และปลาดุก
  • รูม่านตาแบบ W: หมึกกระดอง
  • รูม่านตาแนวตั้งแบบลูกปัด: ตุ๊กแก และปลาบางชนิด
  • ตาประกอบ: แมลง
ถ้าหากเราลองมองตาใครสักคน หรือจะลองมองตาตัวเองในกระจก เราจะพบรูม่านตาสีดำกลมๆ อยู่ตรงกลางของตาดำอีกที แต่เคยสังเกตกันไหมว่า ถ้าหากเรามองในตาของแมว รูม่านตาของพวกเขาจะเป็นวงรีแนวตั้งจากบน
 
ในโลกของสัตว์เราค้นพบรูปร่างของรูม่านตาที่หลากหลาย ตั้งแต่ทรงกลม ทรงรี สี่เหลี่ยม เป็นรูยึกยัก แล้วทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกัน?
 
อันที่จริงแล้วลักษณะของรูม่านตาเกี่ยวข้องโดยตรงกับวิถีชีวิตและการกินของสัตว์ พวกมันวิวัฒนาการการรับภาพให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตแบบต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่บนบกหรือในน้ำ เป็นผู้ล่าหรือถูกล่า
 
รูม่านตาของสิ่งมีชีวิตเป็นแบบไหนบ้าง และแต่ละรูปร่างต่างกำลังบอกอะไรกับเรา?
 

รูม่านตาแบบกลม: นักล่าเวลากลางวัน

 

 

นี่คือรูม่านแบบที่เราคุ้นเคยที่สุด เพราะมันเป็นของมนุษย์ รวมถึงสัตว์นักล่าตอนกลางวันอีกหลายชนิดเช่น หมา สิงโต และเสือ ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าที่มีดวงตาอยู่สูงจากพื้นดิน และเป็นตาแบบที่สามารถมองเห็นระยะไกลได้ดี แต่มีมุมมองที่แคบและไม่คมชัดนัก เหมาะกับการมองในระยะไกล และการทำงานเป็นฝูง

แต่สัตว์หลายชนิดที่มีรูม่านตาแบบกลมก็สามารถล่าในเวลากลางคืนได้ เช่น เสือ หรือ หมาป่า โดยการขยายม่านตาให้สามารถรับแสงได้มากขึ้น แต่จะทำให้รับสีได้น้อยลง

 

รูม่านตาแนวตั้ง: นักล่าแบบซุ่มโจมตี

 

 

นี่คือรูม่านตาแบบที่เราเห็นได้ชัดเจนจากแมว และจิ้งจอก ซึ่งสัตว์นักล่าซึ่งมีขนาดเล็กกว่าดวงตาแบบกลม และล่าสัตว์ที่อยู่ใกล้กับพื้นดินมากกว่า รูปทรงรีทำให้มันมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจนและล่าอย่างแม่นยำ จึงเหมาะกับนักล่าที่ซุ่มโจมตีเหยื่อแบบเงียบๆ และโจมตีอย่างรวดเร็วในครั้งเดียว และรูม่านตาลักษณะนี้ทำให้มันสามารถขยายได้มากขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด เหมาะกับนักล่าที่ล่าในสภาพแสงที่หลากหลาย (ว่าง่ายๆ คือกินทั้งวันทั้งคืน)

 

รูม่านตาแนวนอน: สัตว์ที่มักจะเป็นเหยื่อ

 

 

ถ้าหากเทียบกับรูม่านตาแบบกลมและแนวตั้งที่ช่วยให้การล่ามีประสิทธิภาพ รูม่านตาแนวนอนคือตัวช่วยในทิศทางตรงข้าม มันช่วยในการ ‘หนี’ ได้มากกว่า

รูม่านตาแนวนอนมักจะพบในสัตว์เท้ากีบอย่างเช่น แพะ แกะ และม้า โดยที่มันให้มุมมองที่กว้างมากเพื่อให้มันมองเห็นนักล่าในทุ่งหญ้าได้รอบทิศ ซึ่งสัตว์ที่มีรูม่านตาแบบนี้มักจะมีตาอยู่ด้านข้างของหัวไม่ใช่ด้านหน้าเพื่อเสริมประสิทธิภาพการมองกว้างให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่อให้หลีกหนีนักล่า

 

รูม่านตาทรงรีที่เปลี่ยนเป็นแนวตั้งและนอนได้: สัตว์เลื้อยคลาน

 

 

ในโลกของสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำต้องการดวงตาที่แตกต่างกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในสัตว์จำพวก กบ คางคก และงู รูม่านตาแบบนี้ทำให้พวกมันสามารถปรับขยายและมองเห็นได้ดีทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อช่วยให้มองเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งนักล่าและเหยื่อได้อย่างแม่นยำ

 

รูม่านตาแบบพระจันทร์เสี้ยว: ปลากระเบน หมึกยักษ์ และปลาดุก

 

 

รูม่านตาลักษณะนี้ช่วยในการมองเห็นใต้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พบได้ในปลากระเบน หมึกยักษ์ และปลาดุก โดยการช่วยลดการหักเหของแสงในน้ำ ช่วยให้มีระยะชัดตื้นได้ดีและช่วยให้มุมมองกว้างเพื่อให้มองหาสัตว์นักล่าและเหยื่อของพวกมันได้

 

รูม่านตาแบบ W: หมึกกระดอง

 

 

รูม่านตาลักษณ์ยึกยักเป็นรูปตัว W เชื่อว่าวิวัฒนาการมาเพื่อให้สามารถยืดหดให้เป็นทรงกลมได้เพื่อรับแสงในสภาพที่แสงน้อย เชื่อว่ามีวิวัฒนาการมาแบบเดียวกับรูปม่านตาที่ปรับแนวตั้งแนวนอนได้ของกบ ซึ่งช่วยให้รับแสงได้จากหลายทิศทางและช่วยในการมองเห็นระยะไกลได้ดี

 

รูม่านตาแนวตั้งแบบลูกปัด: ตุ๊กแก และปลาบางชนิด

 

 

ตุ๊กแกและปลาบางชนิดมีรูม่านตาที่พิเศษเพื่อสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืนซึ่งมีขนาดเล็กและมักอยู่ระนาบกับพื้น โดยที่แต่ละหยักของรูม่านตาจะทำงานร่วมกันเพื่อให้รับรู้ระยะของสิ่งต่างๆ และมองในระยะทั้งใกล้และไกลได้ชัดเจน

 

ตาประกอบ: แมลง

 

 

แตกต่างจากสัตว์อื่นๆ แมลงไม่มีรูม่านตา มันมีดวงตาชนิดที่เรียกว่าตาประกอบซึ่งใช้หน่วยรับภาพย่อยๆ ซึ่งเรียกว่า ‘ommatidia’ หลายพันชิ้นช่วยกันรับภาพในแต่ละหน่วยซึ่งช่วยและแยกสีและความสว่าง

 
อ้างอิง: