รู้จักพฤติกรรม ‘Performative Reading’ หรือพฤติกรรม ‘อ่านโชว์ให้โลกเห็น’ ที่นักอ่านตัวจริงมองว่า ‘ปลอม’
ความหมกมุ่นว่าใครคือ ‘ตัวจริง/ตัวปลอม’ เป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในวัฒนธรรมวัยรุ่นจำนวนมากมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 จนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ในยุคปัจจุบันเมื่อวัฒนธรรมเริ่มเวียนกลับไปที่เดิมเร็วเกินไป ความเป็นตัวจริงตัวปลอมก็สับสนปนเปกันไปหมด การเป็น ‘ของจริง’ ในมาตรฐานคนกลุ่มหนึ่งก็อาจเป็น ‘ของปลอม’ ในสายตาคนอีกกลุ่ม
และทุกวันนี้คำที่ใช้เรียก ‘ของปลอม’ ล่าสุดต่อจากคำอย่าง Inauthentic, Sell Out, Poser ฯลฯ ก็คือคำว่า ‘Performative’ แห่งยุค TikTok ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ให้คนไม่เล่น TikTok ฟังก็คือ ถ้าเจอคำนี้นำหน้าคำไหน ความหมายก็คือ ‘ปลอม’
โดยก่อนหน้านี้มันจะมีคำว่า Performative Male ที่จิบชาลาเต้เหน็บหนังสือเฟมินิสต์และแต่งตัวคล้ายๆ กันมาแล้ว และล่าสุด ก็มีคำว่า Performative Reading เกิดขึ้น แบบที่พูดยากว่าเป็นการแซวกันเล่นๆ หรือขัดใจกันจริงๆ จังๆ
แล้ว Performative Reading คืออะไร? อธิบายง่ายๆ มันคือการอ่านหนังสือโชว์สังคม อ่านหนังสือให้โลกเห็นว่าฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ และที่เรียกว่า ‘อ่านโชว์’ ก็เพราะหลายคนสังเกตว่ามันมีคนที่ ‘ทำทีอ่านหนังสือ’ ในที่สาธารณะจริงๆ แต่นั่งอยู่นาน ยังอ่านอยู่หน้าเดิม ก็เป็นอันชัดเจนว่าเขาไม่ได้อ่านหนังสือจริงๆ
แน่นอน คนมองในแง่ดีจัดๆ ก็อาจมองว่าเขาเป็นสายลับสังเกตการณ์อะไรอยู่ แค่ถือหนังสือบังหน้า แต่คนทั่วไปก็น่าจะคิดว่ามนุษย์คนนี้ก็แค่ถือหนังสือมาอ่านให้โลกเข้าใจว่าเขาเป็น ‘หนอนหนังสือ’ และแน่นอน หนังสือที่เลือกมาก็ต้องดูฉลาดหรือดูคูลหน่อย
หลายคนอาจสงสัยว่านี่เป็นแค่จินตนาการของคนบางคนหรือเปล่า เพราะใครมันจะไปอ่านหนังสือโชว์โลก? แต่ทุกวันนี้ คำถามน่าจะเป็นว่า มีใครไม่ทำอะไร ‘โชว์โลก’ หรือทำ ‘เป็นคอนเทนต์’ บ้าง? หรืออย่างน้อยๆ คอนเทนต์ทำนอง ‘รายชื่อหนังสือที่คุณควรอ่านในที่สาธารณะให้คนอื่นเห็น’ ก็มีเพียบ
ตรงนี้ก็ต้องไม่ลืมว่าพื้นที่อย่าง TikTok มันคือพื้นที่ ‘ขายหนังสือ’ ซึ่งสำนักพิมพ์ใหม่ๆ ไม่น้อยต่างรู้ดีว่าถ้าทำตลาดบน TikTok ดีๆ ก็จะขายหนังสือให้คนรุ่นใหม่ได้ง่ายมาก ซึ่งคอนเทนต์หนังสือบน TikTok นั้นมีมากมายจนมีคำเรียกว่า BookTok ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาจริงๆ ของเรื่อง ‘Performative Reading” นั้นไม่ได้อยู่ที่ว่ามันมีหรือไม่มีจริง เท่ากับที่คนที่เชื่อใน Preformative Reading เริ่มตั้งแง่กับคนที่หยิบหนังสือออกมาอ่านในที่สาธารณะ แทนที่จะหยิบสมาร์ทโฟนมาไถๆ แบบมนุษย์ทั่วไปในยุคนี้
แน่นอน ‘นักอ่านตัวจริง’ ก็เดือดร้อนไปด้วย แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจก็คือ ข้อกล่าวหา Performative Reading นั้นน่าจะดูเป็นเรื่องของผู้ชาย Gen Z เป็นหลัก เพราะคงไม่มีใครสงสัยว่าคุณลุงวัยเกษียณที่นั่งอ่านหนังสือบนรถไฟใต้ดินนั้นกำลังกระทำการ Performative Reading แต่ผู้ที่ต้องสงสัยในการกระทำ Performative Reading อาจมีแนวโน้มเป็นชายหนุ่มวัย 20 กว่า หนวดเคราเกลี้ยงเกลา แต่งกายสะอาดสะอ้าน และหยิบหนังสือมาอ่านในร้านกาแฟมากกว่า
แต่อีกด้าน ประเด็นที่น่าสนใจจากเรื่องชุลมุนทั้งหมดนี้ก็คือ ประเด็นที่ว่าคนอ่านหนังสือ เป็น ‘คนเท่’ กระทั่งมีการพยายามจะทำให้คนอื่นคิดว่าตนเองเป็นแบบนั้นไปแล้ว
และประเด็นต่อมาก็คือ หนังสือไม่ได้เป็นของเท่ที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมายาวนานแล้ว สังคมเองก็ไม่ได้มองว่าการอ่านหนังสือมันทำให้ดูเท่ถึงขนาดที่คนต้องคัดเลือกหนังสือมาถือ ให้คนอื่นนึกว่าตนเองเป็นนักอ่าน
ดังนั้นคำถามที่ลึกกว่าว่า Performative Reading นั้นมีจริงหรือไม่ ก็น่าจะเป็นเรื่องว่าทำไมวันดีคืนดี การอ่านหนังสือกลายเป็น ‘ความเท่’ และมี ‘อินฟลูเอนเซอร์สายหนังสือ’ โผล่มามากมาย มันเป็นเรื่องเดียวกับการกลับไปเห่อแผ่นเสียง ม้วนเทป หรือกระทั่งมือถือแบบที่แค่โทรเข้าออกได้ของคนรุ่นใหม่หรือเปล่า? หรือมันมีสัดส่วนของอิทธิพลของอุตสาหกรรมหนังสือแค่ไหนที่พยายามจะทำให้การอ่านหนังสือ ‘กลายเป็นเรื่องเท่’
แต่ที่แน่ๆ เราอาจนั่งอ่านหนังสืออย่างไร้เดียงสาไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยก็สำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ที่คนวัยเดียวกันก็จะเริ่มเช็กว่าเราอ่านจริงหรือไม่ หรือแค่ถือไว้ทำทรง
อ้างอิง:
- NBC News. Are you an actual book nerd, or are you just ‘performative reading’? https://shorter.me/-vONZ