ทำไมหุ่นยักษ์ Voltes V ของญี่ปุ่นถึงฮิตในฟิลิปปินส์ และเป็น ‘สัญลักษณ์’ ในการต่อสู้เผด็จการ
ถ้าใครโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นช่วงราวๆ ทศวรรษ 1970-1980 ที่เต็มไปด้วยซีรีส์ ‘หุ่นยนต์ยักษ์’ ก็คงจะคุ้นชื่อหุ่น Voltes V ซึ่งมันเคยเป็นซีรีส์การ์ตูนฉายทางช่อง TV Asahi ตอนปี 1977-1978 และหลายๆ ประเทศในโลกที่รับเอาการ์ตูนญี่ปุ่นมาฉาย ก็น่าจะได้ดูกันหลังจากนั้น
ทีนี้ถ้าใครรู้ประวัติศาสตร์การ์ตูนญี่ปุ่นหรือการ์ตูนหุ่นยนต์ญี่ปุ่น ก็คงจะรู้ว่าหุ่นตัวนี้ไม่ใช่หุ่นที่เด่นเลย คือมันไม่ใช่หุ่นระดับตำนานรุ่นแรกแบบ Mazinger Z หรือ Evangelion ในรุ่นหลัง การโผล่ในเกมตระกูล Super Robot ก็ประปรายมาก ส่วนตอนมันฉาย ในญี่ปุ่นมันก็ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น
หุ่นตัวนี้คือซีรีส์ที่ 2 ในซีรีส์ที่เรียกรวมๆ ว่า Robot Romance Trilogy ซึ่งประกอบไปด้วย Chodenji Robo Combattler V, Chodenji Machine Voltes V และ Tosho Daimos โดยผู้สร้างมีไอเดียว่าจะ ‘ปฏิวัติการ์ตูนหุ่นยนต์’ ด้วยการสร้างการ์ตูนที่ ‘มีเนื้อเรื่อง’ บ้าง ไม่ใช่เอาหุ่นมาสู้กับสัตว์ประหลาดให้จบตอนไป โดยมุ่งหวังเพื่อจะ ‘ขายของเล่น’ ดังหุ่นรุ่นก่อน
แต่ก็อย่างที่บอก มันเป็นเรื่องที่ 2 ในซีรีส์ และถ้าจะว่ากันตามตรงสำหรับคนเคยดู Combattler V ที่เป็นเรื่องแรกมัน ‘ดราม่า’ กว่าเยอะ มันเลย ‘ดังที่สุด’ ในซีรีส์ และ Voltes V นั้น ถ้ามาดูแบบไม่รู้เรื่อง ก็จะรู้สึกว่ามัน ‘ก๊อป’ Combattler V มาทั้งตัวหุ่นและโทนเรื่องเลย แค่มันจืดชืดกว่า (หุ่นโทนสีเดียวกันเป๊ะ ใช้พลังงาน ‘แม่เหล็กไฟฟ้า’ เหมือนกัน คนขับก็ขับยาน 5 ลำมาประกอบกันเหมือนกัน ภัยคุกคามก็แค่เปลี่ยนจากเผ่าพันธุ์ใต้พื้นพิภพเป็นมนุษย์ต่างดาวจากอวกาศเท่านั้นเอง ฯลฯ)
ที่เล่ามานั้นก็อยากจะแสดงให้เห็นว่า Voltes V โดยรวมๆ ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรเลย เป็นแค่หน้าเล็กๆ ในประวัติศาสตร์การ์ตูนหุ่นยนต์ญี่ปุ่น ในเกมรวมหุ่นยนต์ญี่ปุ่นก็เป็นตัวประกอบ
แต่ในปี 2022 นี้ Voltes V กำลังจะมี ‘ซีรีส์คนแสดง’ เกิดขึ้น คือ Voltes V: Legacy และที่น่าสนคือ มันถูกสร้างจากประเทศฟิลิปปินส์
อันนี้ เอาจริงๆ แฟนของการ์ตูนหุ่นยนต์ทั่วโลกก็คงเกาหัวว่าทำไมพวกคนฟิลิปปินส์ต้องเอาการ์ตูนหุ่นยนต์ที่ไม่เด่นอะไรเลยมาสร้างใหม่แบบคนแสดงด้วย?
คำตอบสั้นๆ คือ การ์ตูนเรื่องนี้มันเป็นสัญลักษณ์ของการ ‘ต่อสู้เผด็จการ’
ทำไมเป็นแบบนั้น? เราต้องพาย้อนไปฟิลิปปินส์ในปี 1979
ในตอนนั้นฟิลิปปินส์ถูกปกครองใต้กฎอัยการศึกของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 แล้ว ซึ่งเด็กๆ ที่โตมาในยุคเผด็จการ เอาจริงๆ ก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรหรอก มันก็ไปโรงเรียน ดูการ์ตูนไปตามเรื่องตามราว
ซึ่งยุคนั้นการ์ตูนที่เด็กๆ ฮิตสุดๆ คือ Voltes V เรียกได้ว่ามี ‘ของเล่น’ ขายทั่วบ้านทั่วเมืองเลย
แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบ หน่วยงานรัฐในระบอบเผด็จการอยู่ดีๆ ก็แบน Voltes V ก่อนมันจะฉายจบเพียง 4 ตอน
ระบอบเผด็จการฟิลิปปินส์ก็เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ที่ใช้อำนาจเต็มที่ราวกับสิทธิพื้นฐานไม่มีจริง และให้เหตุผลในการแบนคราวนั้นว่ามัน ‘รุนแรง’ และ ‘ส่งผลไม่ดีต่อเด็ก’ และจริงๆ พวกการ์ตูนหุ่นยนต์มันถูกแบนทั้งแถบเลย ไม่ใช่แค่ Voltes V
คือการ์ตูนพวกนี้จะฉาย ‘เย็นวันธรรมดา’ หลังเด็กเลิกเรียน ซึ่ง ณ ตอนที่แบน วันจันทร์นั้นจะฉาย Mekanda Robot วันอังคารจะฉาย Daimos วันพุธจะฉาย Mazinger Z วันพฤหัสฯ จะฉาย Grendizer ส่วนวันศุกร์ก็จะฉาย Voltes V นี่แหละ และที่ Voltes V ได้สล็อตวันศุกร์ก็คือส่วนหนึ่งที่สะท้อนว่ามัน ‘ดังที่สุด’ ในช่วงนั้น
ทุกเรื่องที่ว่ามาโดนแบนเรียบ แต่เด็กๆ ยุคนั้นจำฝังใจกับ Voltes V ที่สุด เพราะมันดังที่สุดดังนี้เอง
แต่ที่ลึกกว่านั้นก็คือ ‘ความดัง’ ของ Voltes V ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลเผด็จการไม่ยอมฉายให้จบ เพราะเรื่องนี้ (ถ้าใครเคยดู) มันจะจบด้วยการ ‘ปฏิวัติ’ อาณาจักรของ ‘ผู้ร้าย’ ในเรื่องเลย คือมันไม่ใช่จบด้วยการถล่มฐานของผู้ร้ายตามปกติ แต่มันจบด้วยการที่หุ่น Voltes V บินไปถึงดาวของ ‘ผู้ร้าย’ และทำการ ‘ปลดแอก’ ประชาชนที่โดนกดขี่ของดาวไปพร้อมๆ กับกำจัดภัยคุกคามของโลกมนุษย์
ซึ่งแน่นอน ด้วยพล็อตทรงนี้ ไม่มีรัฐบาล ‘เผด็จการประสาทแดก’ ที่ไหนจะไม่อยากแบน
และแน่นอน เด็กๆ ที่อยู่ใต้ระบอบเผด็จการก็ตั้งใจรอดู ‘ตอนจบ’ ของการ์ตูนเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ ตอนที่รัฐบาลเผด็จการแบนมันเอาดื้อๆ ก็แน่นอน เด็กทุกคนโคตรโกรธ แต่มัน ‘ทำอะไรไม่ได้’ หรือพูดอีกแบบก็คือ เด็กทุกคนจากเฉยๆ กับเผด็จการ กลายเป็นมีความโกรธแค้นส่วนตัวไปเลย
ซึ่งเขาก็ว่ากันว่านี่แหละต้นทางแห่ง ‘จุดจบ’ ของเผด็จการมาร์กอสในอีก 7 ปีให้หลัง เพราะเด็กที่โดนแบนการ์ตูนในปี 1979 ก็กลายมาเป็นวัยรุ่นที่เดินประท้วงมาร์กอสจนต้องลงจากตำแหน่งในปี 1986
ส่วน Voltes V น่ะเหรอ? ก็เรียกได้ว่าถึงได้ประชาธิปไตยมา การ์ตูนตอนจบก็ไม่ได้ดู และกว่าคนฟิลิปปินส์จะได้ดูตอนจบ ก็โน่นแหละ ตอนซีรีส์มาฉายใหม่ตอนช่วงทศวรรษ 1990
แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นการ์ตูนฮิตตอนเด็กที่เด็กทั้งประเทศ ‘ไม่รู้ตอนจบ’ อะครับ เรียกได้ว่าดูสิบปีให้หลังยังไม่สาย และเรียกได้ว่าตอนที่เอามาฉายใหม่จนจบ พวกเด็กๆ ตอนนั้นที่ทำงานทำการกันแล้วมานั่งดูก็น้ำหูน้ำตาไหลกันเลย
ดังนั้นการ์ตูนเรื่องนี้มันเลยมี ‘ความหมาย’ กับชาวฟิลิปปินส์รุ่นหนึ่งมาก เพราะมันเป็น ‘เครื่องเตือนความจำ’ ว่าเผด็จการมันเลวร้ายแค่ไหนแบบที่เด็กๆ รู้สึกได้ เพราะเผด็จการมัน ‘แบนการ์ตูน’ และคนพวกนี้ที่โตมาก็สร้างงานศิลปะในธีมนี้กันไม่น้อย ในแบบที่แฟนซูเปอร์โรบอตจากประเทศอื่นมาเห็นคงงงว่าทำไมไอ้หุ่นตัวนี้ที่ไม่ได้ฮิตที่อื่น มันฮิตได้ขนาดนี้ที่ฟิลิปปินส์
นี่แหละครับคือที่มาว่าทำไมฟิลิปปินส์ถึงเป็นชาติที่ผลักดัน Voltes V เวอร์ชันคนแสดงได้สำเร็จ ซึ่งบอกตรงๆ ว่าถ้าใครชอบการ์ตูนแนวนี้ ถ้าได้ดูตัวอย่างแล้วเห็นฉากหุ่นยนต์สู้กันแล้วไม่อยากดูตัวเต็มนี่ก็คงจะใจร้ายกันไปหน่อย
อ้างอิง
- Wikipedia. Voltes V. https://bit.ly/3zSfDjN
- Inquirer. Ferdinand Marcos angered ‘Voltes V’ generation. https://bit.ly/3K4mICo
- Interaksyon. The role Voltes V played in toppling Martial Law. https://bit.ly/3GhcXhQ
- Spot. The Voltes V-Martial Law Crossover You Probably Didn’t Know About. https://bit.ly/3Fj9pKQ
- CBR. Voltes V Is a Vitally Important Super Robot Anime. https://bit.ly/3GkBy5y
- GMA. Voltes V: Legacy. https://bit.ly/3FmrIPg