4 Min

UN ทำอะไรได้บ้าง? เมื่อสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดจนถึงตายในเมียนมา

4 Min
1711 Views
02 Apr 2021

แม้ว่าการความรุนแรงในเมียนมาจะดำเนินมาถึงจุดสูงที่สุด แต่ในความเป็นจริงสหประชาชาติไม่มีขอบเขตอำนาจในการแทรกแซงเรื่องภายในรัฐ หรือประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ส่งผลกระทบกับชาติอื่นๆ สิ่งที่ UN และนานาชาติทำได้ในตอนนี้คือการบอยคอตและกดดันทางการค้า ยกเลิกการลงทุน ตัดขาดความสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อกดดัน ไปจนถึงยื่นเรื่องต่อศาลโลกที่อาจจะกินระยะเวลาไปอีกหลายปีเท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาหลังจากมีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ความรุนแรงก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาเรียกว่า “ช็อกโลก” หลังจากที่ประชาชนถูกสังหารหลายร้อยคน รวมถึงผู้หญิง เด็ก และคนชรา ซึ่งเป็นภาพที่หลายคนไม่คิดไม่ฝันว่าความรุนแรงจะมาถึงจุดนี้

ก่อนที่สถานการณ์จะร้ายแรงอย่างถึงที่สุดในวันที่ 27 มีนาคม หรือวันกองทัพเมียนมา ก่อนหน้านี้นานาชาติก็เคยได้ออกมาประณาม และทำการถอนทุนทางการค้ากับเมียนมาหลายชาติเช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์
เช่นเดียวกันกับองค์การสหประชาชาติหรือ UN ที่ได้ออกมาประณามพร้อมกับเรียกร้องให้กองทัพเคารพสิทธิมนุษยชนในการประท้วง พร้อมระบุว่าอาจมี “บทลงโทษ” อย่างร้ายแรงหากมีการใช้ความรุนแรง

คำถาม คือ UN ทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง?

เพราะอย่างที่เราเห็นว่าสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดอย่างร้ายแรงจนถึงชีวิต และ UN รวมถึงชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ก็ได้ออกโรงร่วม “ประณาม” การกระทำของกองทัพ แต่ความรุนแรงก็ยังคงดำเนินต่อไปไม่ได้ลดดีกรีลงเลย

ธงสหประชาชาติ

ธงสหประชาชาติ | infoquest

อย่างแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่า UN คือใครและมีความเป็นมาอย่างไร
องค์การสหประชาชาติหรือ UN ที่เราเรียกกันจนติดปาก เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในการประชุมสันติภาพที่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ให้มีการจัดตั้งสันนิบาตชาติ (The League of Nations : LN) เพื่อดูแลเรื่องสันติภาพ มีสมาชิก 42 ประเทศ หลังจากนั้นในปี 1945 สหประชาชาติที่เรารู้จักก็เกิดขึ้นด้วยจำนวนสมาชิกมากกว่าเดิมคือ 51 ประเทศ และจำนวนสมาชิกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็น 193 ประเทศในปัจจุบัน

ซึ่งการรวมตัวของกลุ่มประเทศนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะป้องกันสงครามและความขัดแย้งในอนาคต เพื่อคงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศสมาชิก หรือในอีกแง่หนึ่ง UN ก็เป็นพื้นที่ “เจริญสัมพันธไมตรี” ทางการทูต เพื่อให้ทุกที่เป็นมิตรต่อกันและไม่มีปัญหาความขัดแย้ง หรืออะไรที่จะมากระทบกับสันติภาพของประชากรโลก

แต่ปัญหา ณ ตอนนี้คือความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น “ภายใน” ประเทศ ซึ่งเป็นรัฐของตัวเอง และไม่มีกฎบัตรไหนที่ให้อำนาจแก่ UN ในการเข้ามาแทรกแซงกิจการกิจกรรมที่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐนั้นๆ ได้ ดังนั้นการแทรกแซงที่เป็นรูปธรรมไม่สามารถทำได้แน่นอน

การประท้วงในเมียนมา

การประท้วงในเมียนมา | static

แล้ว UN กับประชาคมโลกทำอะไรได้บ้าง?

สิ่งที่ UN ทำได้คือเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกไม่รับรองการเป็นรัฐบาลชุดนี้ และการสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดบทลงโทษทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ หรือธุรกรรมต่างๆ ผ่านประเทศสมาชิก เช่น บอยคอตทางการค้า ไม่ทำธุรกรรมใดๆ ด้วย ยกเลิกการลงทุน การพัฒนาต่างๆ

ซึ่งถ้าหากมติใน UN เห็นพ้องต้องไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ด้วยจำนวนสมาชิกที่สร้างบทลงโทษทางการค้าอาจส่งแรงกระเพื่อมให้กับประเทศได้ รวมถึงอาจมีอำนาจในการสั่ง “แช่แข็ง” เงินหรือกองทุนสำรองที่อยู่ในต่างประเทศ ของกลุ่มผู้มีอำนาจในรัฐบาลนี้ได้แบบเจาะจง

แต่อย่างน้อยที่สุดการที่ UN จะมีมติอะไรบางอย่างออกมา ประเทศสมาชิกถาวร 5 ประเทศต้องเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในปัจจุบันดูเหมือนว่า จีน และรัสเซียที่เป็นสมาชิกถาวรของ UN จะมีท่าทาง “เฉยๆ” กับการรัฐประหารของเมียนมาและความรุนแรง

ดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือ แต่ละประเทศตัดสินใจแบนด้วยตัวเองเป็นรายประเทศไป

เช่นเดียวกันกับอาเซียนที่ในสมาชิก 10 ประเทศมีเพียง 4 ประเทศที่ออกมาประณามและมีท่าทางชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับประชาชน คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ (รวมถึงไทย) ไม่ได้มีท่าทีสนับสนุนทางใดทางหนึ่ง (ซึ่งหลายๆ ประเทศในอาเซียนที่มีท่าที “เฉยๆ ” ก็มีปัญหาภายในใกล้เคียงกันแต่อาจไม่รุนแรงเท่าในเมียนมา ถ้าออกมาต่อต้านก็ดูจะกลืนน้ำลายตัวเองไปครึ่งอึก)

ทหารเมียนมา

ทหารเมียนมา | france24

นอกจากนี้สำหรับนานาชาติ สิ่งที่ทำได้และค่อนข้างเป็นรูปธรรมคือการยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลอาญาโลก ให้เอาผิดผู้นำรัฐประหารที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนของตัวเอง แต่เรื่องทำนองนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดกับเมียนมา ในปี 2018 มีการยื่นเรื่องเพื่อเอาผิดกรณีการละมิดสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮิงญาชนกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่ ของเมียนมา แต่เพราะเมียนมาไม่ได้เป็นสมาชิกของศาลโลกการตัดสินจึงค่อนข้างยากลำบากและยืดเยื้อ

ในครั้งนั้นมีการยื่นเรื่องเพราะการลี้ภัยจำนวนมหาศาลของชาวโรงฮิงญาสู่บังกลาเทศซึ่งเป็นประเทศสมาชิก ทำให้มีการยื่นฟ้องร้องเกิดขึ้น ต่อมานางออง ซาน ซูจี ได้ขึ้นให้การปฏิเสธพร้อมชี้ว่าศาลโลกไม่มีขอบข่ายอำนาจดังกล่าว ทำให้การพิจารณาคดียืดออกไปอีกหลายปี

สรุปแล้วอำนาจในการเข้าไปแทรกแซงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเมียนมา แม้ว่าจะเป็นขั้นที่ร้ายแรง พูดตามขอบข่ายอำนาจไม่ว่าจะ UN หรือนานาชาติไม่มีอำนาจในการแทรกแซงหรือจัดการอย่างเป็นรูปธรรมกับประเทศใดๆ สิ่งที่ทำได้คือการกดดันด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้า

การออกมาประณามของ UN คือการเรียกร้องให้นานาชาติเข้าร่วมการปฏิเสธรัฐบาลเมียนมาชุดนี้ แต่ถ้าหากถามถึงในแง่ประชาชนเมียนมา ไม่รู้ว่าการกดดันทางการค้าของนานาชาติจะช่วยเหลือพวกเขาในเวลานี้ได้มากเพียงพอกับสถานการณ์ปัจจุบันรึเปล่า

อ้างอิง:

  • กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ. ประวัติ UN. https://bit.ly/2PELh0Z
  • Voice. คุยกับ ‘สุณัย ผาสุข’ ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประจำประเทศไทย …เมื่อภัยร่วมของรัฐบาล ASEAN คือ ‘ประชาชน’. https://bit.ly/2PelInN
  • news.un. UN rights expert calls for ‘urgent and decisive’ action to support people of Myanmar. https://bit.ly/3cEWQye
  • swissinfo. Coup in Myanmar: What can the UN do?. https://bit.ly/39wL86N
  • Voice. ศาลอาญาโลกเปิดทางให้ฟ้องเมียนมา ข้อหา ‘ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’. https://bit.ly/3cDi1AR
  • ข่าวสด. จี้เอาผิดผู้นำทัพพม่า ขึ้นศาลอาญาโลก อินโดฯดันอาเซียนถกด่วน. https://bit.ly/2PL4JJm