3 Min

เจ้าตลาดสมาร์ทโฟนแอฟริกา ไม่ใช่ Samsung หรือ Huawei แต่เป็นแบรนด์ชื่อ ‘Transsion’ ที่กล้องมีฟีเจอร์ถ่ายคนดำออกมาสวย

3 Min
831 Views
27 Aug 2020

‘สมาร์ทโฟน’ คือหนึ่งในตลาดสินค้าที่แข่งกันเลือดเดือดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกวันนี้ บริษัทใหญ่ๆ ที่เป็น ‘เจ้าตลาด’ คงไม่พ้น Apple, Samsung, Huawei และ BKK Electronics (เจ้าของ Oppo, Vivo, realme และ OnePlus) ซึ่งแต่ละบริษัทก็ครองตลาดที่ต่างกัน

Apple ครองอันดับ 1 ตลาดกำลังซื้อสูงแบบอเมริกาและญี่ปุ่น

Samsung ครองอันดับหนึ่งตลาดเกาหลีใต้ และตลาดประเทศรายได้ระดับปานกลางส่วนใหญ่ในโลก ตั้งแต่บราซิล รัสเซีย จนมาถึงไทย

Huawei ได้ตลาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีนไปครอง และพยายามจะไปลุยตลาดประเทศรายได้ปานกลางสู้กับ Samsung

ส่วน BKK Electronics ครองตลาดอันดับสองของโลกอย่างอินเดียอย่างเด็ดขาด และกำลังขยายตัวในตลาดเซาท์อีสเอเชีย

เรียกได้ว่าบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนทุกเจ้าที่เราใช้กัน มีตลาดของตัวเองที่ครองได้เด็ดขาดหมดแล้ว

1.

ปัจจุบันคนวิเคราะห์ทิศทางตลาดคงจะเห็นว่า ตลาดต่อไปที่จะขับเคี่ยวกันหนักข้อขึ้นน่าจะเป็น ‘แอฟริกา’

เพราะคนเริ่มมีรายได้มากขึ้น ย่อมต้องการสมาร์ทโฟนมากขึ้น

ดังนั้นแบรนด์ที่จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ ก็คือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดแอฟริกา

แต่รู้ไหมว่า แอฟริกามีแบรนด์มือถืออยู่แล้วไม่น้อย และมีขายเฉพาะในแอฟริกาเท่านั้น

โดยแบรนด์เหล่านี้ผลิตมาจากบริษัทเดียวของจีนที่ไปทำตลาดแอฟริกาจนประสบความสำเร็จ บริษัทนั้นชื่อ ‘Transsion’

บริษัท Transsion | techjuice.pk

2.

คงไม่มีใครเคยได้ยินชื่อบริษัท Transsion ไปจนถึงแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทนี้อย่าง Tecno, Itel และ Infinix เพราะแบรนด์พวกนี้ไม่ได้ขายนอกแอฟริกา

สิ่งที่น่าสนใจคือยอดขายของแบรนด์พวกนี้รวมกันในแอฟริกาสูงว่า Samsung เสียอีก และเป็นอานิสงส์ให้ Transsion เป็นบริษัทมือถืออันดับ 1 ในแอฟริกาตั้งแต่ปี 2017 และล่าสุดคือเป็นเบอร์หนึ่งชนิด ‘นำขาด’ เลย

คำถามคือบริษัทนี้มาจากไหน เป็นบริษัทท้องถิ่นเหรอ?

คำตอบคือ “ไม่ใช่” เป็นบริษัทจีน เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2006 มีสาขาแรกที่ไนจีเรีย ปี 2008 และมีโรงงานแรกในแอฟริกาที่เอธิโอเปีย ปี 2011 ก่อนจะค่อยๆ ขยายตัวจนกลายเป็นบริษัทมือถืออันดับ 1 ในแอฟริกา

Transsion ได้รับความนิยมในแอฟริกา | medium.com

3.

คำถามต่อมา แล้วแบรนด์ใหญ่อื่นๆ ทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้แบรนด์อะไรก็ไม่รู้มาครองตลาดได้?

ดังที่เล่ามา แบรนด์ที่ครองตลาดแอฟริกามาก่อนคือ Samsung ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะแบรนด์นี้มีตั้งแต่รุ่นใหญ่ยันรุ่นเล็กให้เลือกสรร และเหมาะกับตลาดแอฟริกาที่มีกำลังซื้อน้อย

แน่นอนว่า Transsion ก็มาลุยตลาดแอฟริกาด้วยสมาร์ทโฟนราคาถูก แต่สิ่งที่ Transsion ต่างจาก Samsung ก็คือมีการเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ที่ ‘พิเศษ’ สำหรับแอฟริกา

Samsung | capetownguy.co

เช่น ในแอฟริกา สัญญาณอินเทอร์เน็ตมักขาดๆ หายๆ และคนส่วนใหญ่จึงนิยมฟังวิทยุแทน โทรศัพท์ของ Transsion จึงเอาใจด้วยการใส่ฟังก์ชั่นรับวิทยุ FM ได้ด้วย

หรือด้วยความเป็นเขตร้อน คนใช้มือถือก็มือมันและชื้นเพราะเหงื่อไคล Transsion ก็เลยใส่ฟีเจอร์ตัวเซนเซอร์ลายนิ้วมือแบบป้องกันความมันมาได้ ให้คนมือมันๆ ยังสามารถสแกนลายนิ้วมือได้

แต่ที่พีคและเรียกได้ว่าแก้ Pain Point ของผู้บริโภคแบบตรงจุดก็คือ ‘กล้อง’

มือถือของ Transsion มีจุดร่วมก็คือ สามารถใช้ถ่ายรูปคนดำได้สวยและชัดกว่าแบรนด์อื่นๆ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีแบรนด์ไหนเห็นว่าเป็นปัญหา เพราะแบรนด์อื่นๆ ไม่ได้มีตลาดที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็น ‘คนผิวดำ’ อย่างในแอฟริกา

เนื่องจากเราไม่เคยมีผิวที่ดำขนาดคนดำ เราอาจเข้าใจได้ยาก แต่จริงๆ การที่ผิวดำขนาดนั้น หากใช้กล้องทั่วไปที่ปรับค่ามาปกติ จะถ่ายออกมาให้สวยได้ยากมาก และสิ่งที่ Transsion ทำก็ไม่ใช่อะไรเลย คือออกแบบกล้องและแอปถ่ายรูปแบบปรับค่ามาโดยเฉพาะให้ถ่ายคนดำออกมาสวยและชัดเจน

คนผิวดำถ่ายรูปด้วยมือถือของ Transsion | chainaafricapproject.com

4.

สำหรับคนทั่วไป เรื่องนี้นี่อาจฟังไม่คุ้นหู แต่นี่คือ ‘จุดแข็ง’ ที่สุดของ Transsion

เรียกได้ว่าคนที่คิดไอเดียนี้ได้ เก่งมาก เพราะในความเข้าใจของคนทั่วไป สมาร์ทโฟนต้องเหมือนกันทั้งโลก และมี ‘มาตรฐาน’ เดียวกัน

แต่ Transsion ไม่คิดแบบนั้น เพราะบริษัทคิดว่าสมาร์ทโฟนควรจะตอบโจทย์คนในพื้นที่ คนในพื้นต้องการ ‘อะไร’ ก็ต้องเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะอย่างที่เจ้าอื่นไม่มี

และนี่ก็คือ ‘เบื้องหลังความสำเร็จ’ ของบริษัทที่สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่าง Samsung และเป็นบริษัทมือถืออันดับหนึ่งของแอฟริกาได้ในที่สุด

และดูแล้ว คงจะไม่มีใครมาโค่นได้ในเร็ววันซะด้วย

อ้างอิง: