งานวิจัยเชื่อมโยง ‘จุดยืนทางการเมืองแบบอนุรักษนิยม’ อาจเกิดจากการมีปรสิตในร่างกาย
หากพูดถึง ‘ปรสิต’ เซลล์เดียวชื่อ Toxoplasma gondii คงไม่มีใครรู้จักหรือกระทั่งสนใจมันมากนัก แต่ถ้าเราจะบอกว่ามีงานวิจัยจริงๆ บ่งชี้ว่าปรสิตตัวนี้น่าจะส่งผลต่อความคิดทางการเมืองของคนบางกลุ่ม หลายคนอาจสนใจขึ้นว่ามันเป็นไปได้เหรอ
จริงๆ ในร่างกายมนุษย์เต็มไปด้วยปรสิตจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ถ้ามันไม่ได้ทำให้เราเจ็บป่วย ทั่วๆ ไปในทางการแพทย์ก็จะไม่ได้ไปศึกษาว่ามันเป็นอะไรกับเรา จึงไม่ต้องพูดถึงการ ‘รักษา’ แต่หลังๆ มาเริ่มมีนักวิจัยที่สงสัยกันมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจริงๆ พวกปรสิตที่ดูเหมือนไม่ได้มีพิษภัยในร่างกายมนุษย์พวกนี้ มันอาจจะมีผลอะไรบางอย่างกับมนุษย์ก็ได้
และผลสุดเซอร์ไพรซ์ก็คือมันอาจส่งผลกระทั่งความคิดทางการเมืองด้วย
สมมติฐานนี้มีนัยสำคัญ เพราะมีการประเมินว่าในร่างกายมนุษย์ราวๆ 1 ใน 3 ของโลก น่าจะมีปรสิต Toxoplasma gondii ตัวนี้อยู่ เพราะมันเป็นสิ่งที่พบในแมว ไปจนถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่เนื้อสัตว์เบสิคๆ อย่างหมู ไปจนถึงกวาง
พูดง่ายๆ คือปรสิตตัวนี้มีโอกาสเข้าไปในร่างกายมนุษย์ได้ง่ายมาก เข้าไปทางไหนก็ไม่รู้ และคนที่มีปรสิตในร่างกายก็อาจจะไม่มีใครรู้ด้วย เพราะมันไม่ได้ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยใดๆ อย่างชัดเจน แต่ ‘ปริศนา’ ของมันก็กำลังจะเริ่มเปิดเผยแล้วนี่แหละ
งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Evolutionary Psychology ต้นเดือนตุลาคม 2022 อ้างถึงทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยปรากในสาธารณรัฐเช็ค ที่ศึกษาแนวโน้มทางการเมืองกลุ่มตัวอย่าง 2,315 คน หลายเพศและวัย ซึ่งในนั้นมีคน 477 คนที่ติดปรสิตตัวนี้
เขาพบความเชื่อมโยงว่าคนที่มีปรสิตนี้ในตัว มีแนวโน้มจะไม่ค่อยชอบแนวคิดแบบเสรีนิยม และมีจุดยืนทางการเมืองโน้มเอียงไปทางอำนาจนิยม ซึ่งถ้าจะพูดในรายละเอียดก็คือ คนที่มีปรสิตนี้ในตัว จะมีความโน้มเองไปในการหมกมุ่นในความภักดีต่อกลุ่มตัวเอง จะไม่ชอบการเปิดกว้างทางวัฒนธรรม และจะมีความโน้มเอียงไปในทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม
แน่นอน ทุกคนคงรู้สึกว่า เฮ้ย มันเกี่ยวกันเหรอ แต่ข้อมูลมันบ่งชี้อย่างนั้นจริงๆ เขาเลยหาคำอธิบายต่อ
คือตอนแรก เขามองว่าจริงๆ ปรสิตชนิดนี้มันอาจส่งผลให้เจ็บป่วยได้มากกว่าคนปกติในระยะยาว หรือพูดง่ายๆ คือมันทำให้ร่างกายมัน “อ่อนแอ” กว่าคนปกตินิดหน่อย และนี่หรือเปล่าที่ทำให้คนเป็นอนุรักษ์นิยม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นที่เชื่อกันอยู่แล้วที่คนที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและเต็มไปด้วยความกลัว มันจะมีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม
แต่ผลก็ไม่ใช่ เพราะเขาลองไปเทียบปัจจัยทางสุขภาพ เขาก็พบว่ามันไม่จริง คือคนที่เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มันไม่ได้ส่งผลให้มีความโน้มเอี้ยงจะเป็นอนุรักษ์นิยมหรือเสรีนิยมมากกว่ากัน
ดังนั้น คำอธิบายนี้เลยตกไป
อย่างไรก็ดี เขาก็พบเช่นกันว่าปรสิตตัวนี้ จะส่งผลต่อสุขภาพจิตเช่นกัน (โดยเฉพาะผู้หญิง) คือมันจะทำให้มีความเครียดอ่อนๆ อย่างต่อเนื่อง และถ้าหนักๆ อาจเป็นถึง ‘โรควิตกกังวล’ และนี่หรือเปล่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนมีลักษณะอนุรักษ์นิยมขึ้นแต่นี่ก็ยังเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้นเพราะคำอธิบายที่เชื่อมโรคนี้กับแนวคิดอนุรักษ์นิยมก็ไม่ชัดเจน
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Evolutionary Psychology ซึ่งก็น่าเชื่อถือแหละ แต่ไอ้คำอธิบายระดับว่าจุดยืนทางการเมืองของมนุษย์เกิดจากการมีปรสิตในร่างกายนี่มันน่าจะฉีกตำราทางปรัชญายันสังคมศาสตร์ไปเยอะมาก เพราะมันทำให้อธิบายบายสารพัดเกี่ยวกับที่มาของจุดยืนทางการเมืองมนุษย์มันอาจผิดหมด เพราะสุดท้าย ปัจจัยที่สำคัญในระดับประชากร มันอาจเป็นแค่เรื่องของการมีปรสิตในร่างกายเท่านั้นเป็นหลัก เรื่องอื่นๆ ที่อธิบายๆ กันมาอาจเป็นเรื่องรองทั้งนั้น
และคำอธิบายสเกลนี้ งานวิจัยงานเดียวมันไม่พอ มันต้องมีอีก แต่ถามว่างานนี้ถึงขั้น “เชื่อไม่ได้” เลยมั้ย ก็ไม่ใช่อีก เพราะมันได้ขยายคำอธิบายไปอีกมิติเลย ซึ่งถ้าจะเทียบก็คือ คนก่อนศตวรรษที่ 19 ไม่รู้จักเชื้อโรค มันก็เชื่อกันว่าโรคภัยต่างๆ เกิดจากผีบ้าง เกิดจากภาวะไม่สมดุลของ “ธาตุ” ในร่างกายบ้าง แต่พอมนุษย์รู้จักเชื้อโรค มันก็ทำให้ตั้งแต่การวินิจฉัยยันการรักษาโรคเปลี่ยนไปหมด
และใครจะไปรู้ งานวิจัยนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในการอธิบายสังคมการเมืองในอนาคตก็ได้ และมันก็อาจทำให้คำอธิบายในทางปรัชญายันสังคมศาสตร์เกี่ยวกับจุดยืนทางการเมืองของมนุษย์ก็อาจกลายเป็นเหมือนคำอธิบายว่า “ผี” คือต้นตอของโรคภัยในที่สุดก็ได้
อ้างอิง
- PsyPost. A common parasitic disease called toxoplasmosis might alter a person’s political beliefs. https://bit.ly/3eqO0YG
- IFLScience. Your Political Views Could Be The Result Of A Parasitic Infection. https://bit.ly/3SWpvBx