ทำความรู้จัก ‘Tourette’s Syndrome’ เราควรโกรธใคร? เมื่อคำเหยียดหลุดมาจากผู้ป่วย ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงาน BAFTA 2026 โดย จอห์น เดวิดสัน (John Davidson) ได้พูดคำหยาบเหยียดผิว (N-Word) ขณะที่ไมเคิล บี. จอร์แดน (Michael B. Jordan) และ เดลรอย ลินโด (Delroy Lindo) นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Sinners’ กำลังมอบรางวัลภายในงาน โดยโฆษกของ BBC ได้ออกมาขอโทษและกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากอาการกระตุกของคำพูดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคทูเร็ตต์ (Tourette’s Syndrome) และได้อธิบายไว้ในระหว่างพิธีมอบรางวัลแล้วว่าไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา
อาการทูเร็ตต์ (Tourette Syndrome) คืออาการผิดปกติทางระบบประสาท ที่จะเคลื่อนไหวและส่งเสียงซ้ำๆ โดยไม่ตั้งใจ อาการนั้นจะเรียกว่า ‘ติกส์’ (Tics) เช่น การยกไหล่หรือการกะพริบตา ไปจนถึงการเปล่งเสียง อย่างการไอ หรือกล่าวคำพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น คำสบถ (coprolalia) โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3-4 เท่า
คำสบถ เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้อธิบายอาการที่น่าสับสนและสร้างความอับอายทางสังคมมากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ที่มีอาการทูเร็ตต์ คือการพูดคำหยาบคายหรือคำที่ไม่เหมาะสมทางสังคมโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าคำหยาบคายและคำสบถอาจเป็นเรื่องปกติในการสนทนาในชีวิตประจำวัน แต่การพูดคำสบถนั้นแตกต่างจากคำสบถทั่วไป เช่น การพูดคำเหยียดเชื้อชาติ สิ่งสำคัญคือ เราต้องเข้าใจก่อนว่าคำหรือวลีเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสะท้อนความคิด ความเชื่อของบุคคลนั้นเสมอไป
อย่างไรก็ตาม ผู้มีอาการทูเร็ตต์บางคนได้ค้นพบวิธีที่จะซ่อนหรือปกปิดการระเบิดอาการติกส์ของตนเองเมื่ออยู่ในสถานการณ์ทางสังคมหรือที่ทำงาน โดยพวกเขาอาจพูดเพียงตัวอักษรแรกของคำ หรือพึมพำคำที่ไม่เหมาะสมเบาๆ วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาความต้องการที่ไม่อาจควบคุมได้
แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีการรักษาอาการทูเร็ตต์ให้หายขาด แต่ก็มีวิธีการรักษาเพื่อช่วยจัดการกับอาการกระตุก หลายคนมีอาการกระตุกแต่ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากอาการกระตุกทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือบาดเจ็บ รบกวนการใช้ชีวิตหรือทำให้เกิดความเครียด ก็มียาและการบำบัดทางพฤติกรรมเพื่อช่วยรักษา รวมไปถึงช่วยปรับปรุงอาการพูดคำหยาบคายในบางคนได้
การวางแผนทางการรักษาที่เหมาะสมนั้น ผู้ที่มีอาการกระตุก ผู้ปกครอง และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โดยอาจรวมถึงครู ผู้ดูแลเด็ก นักบำบัด และสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ อาจต้องวางแผนร่วมกันเพื่อใช้ประโยชน์ที่มีอยู่ช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จ
สุดท้ายแล้ว หากผู้ที่มีอาการทูเร็ตต์ไม่สามารถควบคุมอาการติกส์ที่จะเกิดขึ้นได้ แทนที่จะตั้งคำถามว่าเราควรโกรธใคร? บางทีเราอาจใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจใน ‘ความหลากหลาย’ เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความต่าง สิ่งที่ทรงพลังที่สุดคือ ‘ความเข้าใจ’ ที่เราควรหยิบยื่นให้กัน
อ้างอิง:
- Tourette syndrome https://shorturl.asia/N3KDU
- BBC sorry for airing racial slur shouted by guest with Tourette’s at Baftas https://www.bbc.com/news/articles/cz6edwg06n1o
- Understanding Coprophenomena: Misunderstood Symptoms https://tourette.org/resource/understanding-coprolalia/