ทำไมศาลลดโทษประหาร อดีต ผกก.โจ้ เหลือ ‘จำคุกตลอดชีวิต’ จากคดีถุงดำ แนะญาติเหยื่อฟ้องค่าเสียหายจาก ‘หน่วยงานรัฐ’
หลายคนคงยังไม่ลืมคดีอื้อฉาวเมื่อปี 2564 ที่นายตำรวจรุ่นใหม่ถูกเปิดโปงด้วยคลิปวิดีโอแอบถ่าย ทำให้เห็นกระบวนการสอบสวนผู้ต้องหาด้วยวิธีการทารุณเพื่อรีดไถเงินหลักล้าน จนผู้ต้องหาเสียชีวิต แถมยังมีการตามล่าตัวผู้ก่อเหตุในนาม ‘ผู้กำกับโจ้’ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับว่าผู้รักษากฎหมายรายนี้เป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง
ล่าสุดวันนี้ (8 มิถุนายน 2565) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ‘ผกก.โจ้’ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกอีก 7 คน จากการร่วมกันใช้ถุงดำคลุมศีรษะ มาวิน ธนพัฒน์ ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564
การพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเป็นการ ‘บรรเทาโทษ’ จากบทลงโทษหนักสุดคือประหารชีวิต ผกก.โจ้ โดยศาลชี้เหตุผลว่า ‘จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ประกอบกับหลังเกิดเหตุ จำเลยได้นำผู้เสียชีวิต ขณะหมดสติ ส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการกู้ชีพ รวมทั้งช่วยค่าทำศพผู้เสียชีวิตจำนวน 30,000 บาท และร่วมกันวางเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตคนละ 300,000 บาท’ จึงให้ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนรายละเอียดคดีอดีตผู้กำกับโจ้ ศาลระบุว่า เขาเป็นจำเลยที่ 1 และมีความผิด 4 ข้อหา โดยข้อหาหลักคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทารุณกรรมโหดร้าย คดีร่วมกันใช้ถุงดำคลุมศีรษะ มาวิน ธนพัฒน์ จนเสียชีวิต และให้ลงโทษข้อหาฆ่าโดยโหดร้ายทารุณฯ
กรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยื่นคำร้องขอให้อดีตผู้กำกับโจ้ที่เป็นจำเลยชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวน 1,500,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ กฎหมายให้สิทธิผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายจาก ‘หน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐ’ หรือ ‘ต้นสังกัด’ โดยไม่สามารถเรียกร้องกับผู้กระทำความผิดโดยตรงได้
ขณะที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ทวีตข้อความสืบเนื่องจากกรณีอดีตผู้กำกับโจ้ให้ประชาชนร่วมจับตามองการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการป้องกัน ‘การลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ’ โดยระบุว่า ตอนนี้ร่างกฎหมายอยู่ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ส.ว. ร่วมจับตาว่าสภาแต่งตั้งจะมีท่าทีอย่างไร
จาก ‘ดาวเด่น’ สู่ ‘ดาวดับ’ ด้วยตัวเอง
คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะก่อนจะถูกเปิดเผยพฤติกรรมนั้น อดีตผู้กำกับโจ้ ขึ้นชื่อว่าเป็นนายตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีผลงานการจับกุมและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดได้หลายครั้ง จนก้าวขึ้นเป็นผู้กำกับตั้งแต่อายุ 39 ปี ทั้งยังมีฉายาว่า ‘โจ้ เฟอร์รารี’ เพราะเคยตามจีบอดีตนักแสดงหญิงคนหนึ่งจนกลายเป็นที่สนใจของสื่อไทย และมีรายงานข่าวสีสันออกมาว่าเขาครอบครองรถหรูระดับซูเปอร์คาร์อยู่หลายคัน
จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2564 มีผู้นำคลิปวิดีโอตำรวจคลุมถุงดำและซ้อมเพื่อรีดไถเงินผู้ต้องหาในคดียาเสพติดออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล รวมถึงยื่นเรื่องให้ทนายความ นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงไปจนถึงการตีแผ่ข้อมูลในอดีตของผู้กำกับโจ้ที่ถูกชี้เป้าว่าคือผู้นำการก่อเหตุ หลังจากนั้น ผกก.โจ้ก็หายตัวไป และผู้ใช้สื่อโซเชียลได้เรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงข้อเท็จจริงว่ามีการหลบหนีหรือไม่ ก่อนที่ทางตำรวจจะบอกว่า ผกก.โจ้ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในวันที่ 26 สิงหาคม 2564
ทั้งนี้ BBC Thai เคยรายงานว่า อดีตผู้กำกับโจ้เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 41 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นตร.) รุ่นที่ 57 ซึ่งเป็นรุ่นที่สำเร็จการศึกษาในปี 2546 นตร. รุ่นนี้เข้ารับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ณ วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2547
ในช่วงที่อยู่ บก.ปส.4 อดีตผู้กำกับโจ้ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรจิตอาสาพระราชทาน 904 ซึ่งเว็บไซต์ประชาไท (Prachatai) สืบค้นข้อมูลพบว่า เขาสำเร็จการอบรมใน ‘หลักสูตรหลักประจำ เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์’ รุ่นที่ 2/61 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนายตำรวจใหญ่หลายคน รวมทั้ง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในขณะนี้ด้วย
อ้างอิง
- Daily News. ด่วน! สั่งประหารชีวิต ‘ผกก.โจ้’ กับพวก ถุงคลุมหัว เจตนาฆ่าผู้ต้องหายาเสพติด. https://bit.ly/3mnjNu1
- BrandThink. ผกก.โจ้เป็นใคร? เจ้าของรถหรู – เคยตามจีบดาราดัง – อยู่ในแวดวงไฮโซ สรุปประเด็นตำรวจเอาถุงคลุมหัวผู้ค้ายาจนเสียชีวิต. https://bit.ly/3aFxRfO
- BBC Thai. ผู้กำกับโจ้: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ตำรวจที่กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ. https://bbc.in/3Q3dsl7