สามีหัวใสใช้ “คริปโต” ซ่อนเงินจากภรรยา…ตอนหย่ากัน คริปโต ตู้เซฟที่คนรัก แต่รัฐไม่เลิฟ เพราะตรวจสอบไม่ได้
Select Paragraph To Read
- สินสมรสไม่สมรัก
- คริปโต โลกลับของทรัพย์สิน
- ทำไมทรัพย์สินในคริปโตถึงสืบได้ยาก
- คริปโต คนรัก รัฐไม่เลิฟ
ทุกวันนี้ “เงินคริปโต” กลายเป็นเรื่องปกติที่คนพูดกันติดปากกันในวงกว้าง ใครยังไม่เคย “เล่นคริปโต” ออกจะดูเชยนิดๆ และเมื่อกระจายไปในวงกว้างแบบนี้ มันก็ “สร้างปัญหา” มากมาย ซึ่งปัญหาหนึ่งก็คือปัญหาเรื่องการ “ซ่อนเงิน” ในการหย่าร้าง
สินสมรสไม่สมรัก
ประเด็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ในการหย่าร้าง หลักทั่วไปเลยคือ “สินสมรส” หรือทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากการสมรสก็ต้องแบ่งกันไปครึ่งๆ เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้
ซึ่งคู่สมรสหลายๆ คู่ (โดยเฉพาะฝั่งภรรยา) ก็ต้องการจะได้สินสมรสไปครึ่งหนึ่งให้สมน้ำสมเนื้อ และนี่ก็เลยเป็นหน้าที่หรือ “งาน” หลักของทนายที่เชี่ยวชาญด้านหย่าร้างที่จะต้องตามหาว่าสินทรัพย์ของฝ่ายสามีหรือภรรยาของลูกความนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเช่นที่คนเหล่านี้จะมีเทคนิคสารพัดในการซ่อนทรัพย์สิน และความสามารถในการตามไล่ล่าหาทรัพย์สิน เลยเป็นเรื่องของการชิงไหวชิงพริบของทนายด้านการหย่าร้างกับฝั่งสามีหรือภรรยาของลูกความ
คริปโต โลกลับของทรัพย์สิน
ปัญหาคือในยุคของสินทรัพย์ดิจิทัล ในทางปฏิบัตินั้นยากมากๆ ที่จะตามดูว่าคนคนหนึ่งมี “สินทรัพย์ดิจิทัล” จำนวนเท่าไร เพราะโดยพื้นฐานแล้ว สินทรัพย์เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ตามได้ยากจนถึงตามไม่ได้เลย
เอาล่ะ ตรงนี้เราจะกลับไปที่ “ประโยชน์ใช้สอย” แรกๆ ของ Bitcoin ซึ่งเป็น “คริปโต” สกุลแรกก่อน
ตอนแรกกลุ่มคนที่ “ใช้” Bitcoin จริงๆ ในการทำธุรกรรมทางการเงินคือพวกเว็บซื้อขายของเถื่อนแบบอาวุธและยาเสพติด ไปจนถึงพวกกลุ่มก่อการร้าย และที่ใช้แบบนั้นก็เพราะนอกจากในทางเทคนิคจะไม่มีรัฐที่ไหนปิด “บัญชี Bitcoin” ได้แล้ว ในทางปฏิบัติก็แทบจะตามตัว “เจ้าของบัญชี” ของ Bitcoin ไม่ได้เลยว่าเจ้าของจริงๆ คือมนุษย์ผู้ใด อยู่ที่ไหนของโลก
กล่าวคือถ้าคนใช้ Bitcoin เป็น ระบบมันสามารถเปลี่ยนชื่อบัญชีไปเรื่อยๆ และย้ายเงินไปมาให้เวียนหัวสุดๆ ระดับตามไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น คนจำนวนมากจึงเห็นอยู่แล้วว่า ระบบของมันมีความสามารถในการซุกซ่อนเงินให้พ้นเงื้อมมือของกฎหมาย
และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐจำนวนไม่น้อยซีเรียสกับการขยายตัวของเงินพวกนี้มาก เพราะมันจะทำให้การหลบเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินทำได้ง่ายและกว้างขวาง
และ “ตัวอย่าง” ของความยากในการ “ตาม” เงินพวกนี้ก็เบสิค อย่างปัญหาที่ “ทนายคดีหย่าร้าง” ต้องเจอตอนนี้ เวลาต้อง “สืบทรัพย์สิน” ของฝั่งคู่สมรสที่ “ต้องสงสัยว่ามีคริปโต” อยู่ในมือ
ทำไมทรัพย์สินในคริปโตถึงสืบได้ยาก
ต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์โดยทั่วๆ ไป สินทรัพย์ใหญ่ที่ถือ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ที่ดิน หุ้น หรือบัญชีธนาคาร จะมีบันทึกเอาไว้หมดตามแหล่งต่างๆ
ซึ่งทนายคดีหย่าร้างก็สืบทรัพย์สินได้ไม่ยาก แต่พอมาเป็น “คริปโต” แล้วอีกเรื่องเลย เพราะมันสืบยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้
หรือถ้าเป็นไปได้ก็ต้องเสียเงินเยอะมาก เพราะ “นักสืบคริปโต” ทุกวันนี้ก็มีจริงๆ แต่จะพอสืบได้บางสกุล เท่านั้น (อธิบายง่ายๆ คือสกุลอย่าง Bitcoin, Ethereum จะพอสืบได้ถ้าพยายามมากๆ แต่สกุลที่เน้น “ความเป็นส่วนตัว” อย่าง Monero, Zcash หรือ Dash การจะไปตามสืบแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันออกแบบให้ตามเส้นทางการเงินไม่ได้)
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าภรรยารู้ว่าสามีแอบซื้อคริปโตเอาไว้กับเว็บเทรดไหน แน่นอนมันไปสืบเอากับเว็บเทรดได้ว่ามีการโอนเงินเข้าออกเมื่อไร และพวก “นักสืบคริปโต” ก็จะเริ่มทำงานแทร็คเงินจากตรงนั้น แต่ถ้าสามีดันไปซื้อบิตคอยน์แบบนอกเว็บเทรดด้วยเงินสด หรือเป็นนัก “ขุดบิตคอยน์” และไม่เคยเอาเงินเข้าพวกเว็บเทรด อะไรพวกนี้ มันจะแทบเป็นไปไม่ได้เลยในการตามว่าสามีจะมีบิตคอยน์ในมือหรือไม่ และก็แน่นอนว่าจะไม่รู้ว่ามีเท่าไรเช่นกัน
และความยากลำบากก็ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีเรื่อง “ต้นทุนการติดตาม” ด้วย เพราะ “ค่าตัว” ของพวก “นักสืบคริปโต” พวกนี้ก็แพงเอาเรื่อง คิดค่าแรงเป็นชั่วโมง และถ้าเคสยากๆ ค่าจ้างอาจจะมีหลักแสนบาท ซึ่งเขาก็แนะนำเลยว่า ถ้าคู่สมรสที่หย่าร้างด้วยต้องสงสัยว่ามีคริปโตแค่แสนสองแสนบาท ก็ไม่ต้องไปจ้างนักสืบคริปโตหรอก มันไม่คุ้ม เพราะต้นทุนค่าสืบจะแพงกว่าสินสมรสที่จะเคลมได้เอา
หรือถ้ามั่นใจว่าคู่สมรสนั้นซ่อนสินสมรสหลายล้านไว้เป็นคริปโตน่ะ ค่อยคุ้มที่จะไปจ้างพวกนักสืบคริปโต
คริปโต คนรัก รัฐไม่เลิฟ
เรื่องทำนองนี้เป็นอะไรที่จะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการขยายตัวของคริปโต และก็อย่างที่บอก สิ่งที่ทำได้ไม่ใช่แค่การ “ซ่อนเงินไม่ให้เมียรู้” เท่านั้น ระบบของคริปโตยังทำได้อีกสารพัด เพราะไม่ใช่แค่ “เมีย” เท่านั้นที่จะซ่อนไว้ไม่ให้เห็นได้ แต่ยังซ่อนจาก “รัฐ” ได้เช่นกัน นั่นหมายความว่าคริปโตอาจถูกใช้ซ่อนเงินเอาไว้จากระบบภาษี ซ่อนทรัพย์สินไม่ให้โดน “ยึดทรัพย์” จากคดีการเมือง ไปจนถึงใช้ในการ “ฟอกเงิน” เลยก็ได้
ทั้งหมดนี้ไม่แปลกที่หลายๆ ฝ่ายประเมินเอาไว้ว่า “รัฐไม่มีวันปล่อยคริปโตเอาไว้” แน่ๆ เพราะมัน “อันตรายกับรัฐเกินไป”
แต่คำถามที่เกิดขึ้นเสมอก็คือ มัน “มาไกลเกินกว่าที่จะหยุด” แล้วหรือเปล่า? โดยเฉพาะในยุคที่นั่งกินข้าวแกงก็อาจเห็นคนนั่งเทรด Bitcoin และความต้องการจะหยุดอะไรพวกนี้ ก็อาจเป็นคล้ายๆ ความฝันอันยิ่งใหญ่ของเหล่ารัฐเผด็จการที่กว่าจะรู้สึกว่า “อินเทอร์เน็ต” ท้าทายอำนาจตัวเองเกินไป มันก็แพร่หลายจนหยุดไม่ได้แล้ว
อ้างอิง:
- Financial Times. We’re divorcing — has my husband got hidden bitcoins? https://on.ft.com/2Ti8W9q
- CNBC. Spouses in divorce proceedings are using cryptocurrency to hide money. Here’s how experts find it. https://cnb.cx/3cuVPsf