2 Min

จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ‘ฤดูแห่งการเลิกรา’ ในเดือนกันยายน เมื่อการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ส่งผลต่อความสัมพันธ์

2 Min
32 Views
17 Sep 2025

มีคู่ไหนที่รู้สึกว่าช่วงนี้ไวบ์ของเราระหว่างคนรักดูแปลกๆ ไปบ้างไหม หรือรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ชวนให้เราตั้งคำถามว่า “คนนี้คือคนที่ใช่จริงๆ หรือเปล่า?” กันบ้าง 

หากใช่ คุณอาจจะกำลังเดินเข้าสู่ ‘ฤดูแห่งการเลิกรา’ ที่มักเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนยาวไปจนถึงตุลาคม ตามแนวคิดของต่างประเทศแล้วก็ได้นะ 

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม นั่นเพราะเดือนกันยายนคือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งสิ้นสุดหน้าร้อน การเปิดเทอมใหม่ การกลับเข้าสู่ที่ทำงานหรือชีวิตประจำวันหลังวันหยุดพักผ่อนยาว นั่นหมายถึงการปิดฉากเก่าและเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆ กัน 

หลายความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในหน้าร้อนแบบฉาบฉวย ก็มักจะจางหายไปเมื่อเผชิญกับความจริง ขณะที่บางคนกลับเริ่มมองหาความสัมพันธ์จริงจังสำหรับฤดูกาลหาคู่ (Cuffing Season) ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเกิดขึ้นคาบเกี่ยวกันระหว่างในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ทีนา วิลสัน (Tina Wilson) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกเดตและผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Wingman เคยให้สัมภาษณ์กับ Stylist ว่า การเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูใบไม้ร่วงมีผลต่อสภาพจิตใจของผู้คนอย่างมาก เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี วันเริ่มสั้นลง และอากาศเย็นยะเยือกเข้ามาแทนที่ มนุษย์เราก็ย่อมหยุดเพื่อครุ่นคิดและสะท้อนถึงตัวเองมากขึ้น 

เดือนกันยายนยังเป็นสัญญาณของการกลับเข้าสู่กิจวัตรหลังจากความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วในฤดูร้อน ความคิดเรื่องการเริ่มต้นใหม่จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การงานหรือการเรียน แต่ยังขยายไปสู่ความสัมพันธ์ส่วนตัว หลายคนเลือกที่จะประเมินคู่รักหรือรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ช่วงสิ้นปีที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากวันหยุดซึ่งครอบครัวและคนรักมักมารวมตัวกัน

หากหน้าร้อนคือพื้นที่แห่งการหลบหนี ความสัมพันธ์ที่ไม่จริงจัง หรือการใช้ชีวิตในโลกแฟนตาซี กันยายนก็คือบททดสอบความจริงของคู่รัก เพราะคำถามอย่าง “เราพร้อมจะแนะนำเขาให้ครอบครัวรู้จักหรือยัง?” หรือ “ความสัมพันธ์นี้คุ้มค่าพอจะไปต่อไหม?” มักดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และไม่ใช่ทุกคู่ที่จะมีคำตอบเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีแรงกดดันมากมาย เดือนกันยายนก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเลิกราเสมอไป หากความสัมพันธ์นั้นแข็งแรงจริง มันก็จะทนต่อแรงสั่นสะเทือนของฤดูกาลนี้ได้ 

สิ่งสำคัญคือการสื่อสารความสงสัยและความกังวลกับคนรักออกไปตรงๆ ก่อนจะปล่อยให้มันพังทลายลงโดยไม่ได้พูดจากันเลย การเปิดใจอาจนำไปสู่การประนีประนอมที่คุณไม่คาดคิดก็ได้ 

อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกำหนดมาตรฐานและขอบเขตของตัวเอง เช่น ถ้าเรายังไม่พร้อมจะพาคู่รักไปเจอครอบครัว ก็สามารถบอกได้ตรงๆ ตราบใดที่ทั้งคู่เข้าใจตรงกัน

และแม้ว่าสุดท้ายแล้วบางคู่จะต้องตัดสินใจแยกทางกัน การเลิกราในเดือนกันยายนก็อาจเป็นสัญญาณที่ดี มันสะท้อนว่าบางสิ่งหมดเวลาแล้ว และการขอบคุณช่วงเวลาที่เคยมีค่า รู้ว่ามันทำให้เราเติบโตขึ้น อาจเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่ 

อย่าลืมว่ายังมีใครสักคนรอจะมอบทุกสิ่งที่เราสมควรได้รับอยู่เสมอ เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านนี้อาจต้องพาเราผ่านบทเรียนที่เจ็บปวดไปก่อนเท่านั้นเอง

อ้างอิง: