รู้จัก ‘สการ์เฟซ’ สิงโตที่เท่ที่สุดในโลก ตำนาน ‘เจ้าป่า’ แห่งทุ่งหญ้ามารา เล่าลือว่าพิชิตสิงโตไปกว่า 100 ชีวิต ก่อนจะกลับไปแก่ตายที่บ้านเกิด
สิ่งโตไม่ใช่ ‘เจ้าป่า’ เพราะพวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา แต่ก็นั่นแหละ จะเรียก ‘เจ้าทุ่งหญ้า’ มันก็จะแปร่งๆ หน่อย ก็เลยเรียกว่าเจ้าป่า
แต่ถามว่าสิงโตมันเป็นเจ้าป่าจริงๆ หรือ? หลายคนเคยได้ยินว่าสิงโตตัวผู้วันๆ เอาแต่นอน ไม่ทำมาหากิน คำตอบเร็วๆ คือปกติสิงโตตัวผู้มีหน้าที่ปกป้องฝูง หน้าที่ของการหาอาหารรายวันเป็นเรื่องของตัวเมีย
แต่เรื่องของการ ‘จัดการผู้รุกราน’ นั้นก็เป็นเรื่องของตัวผู้ และเหตุผลก็เป็นเรื่องกายภาพล้วนๆ เพราะโดยทั่วไปสิงโตตัวผู้มีน้ำหนักมากกว่าตัวเมียประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณกล้ามเนื้อก็เช่นกัน ดังนั้นมันสู้กันไม่ได้ และในทุ่งหญ้าสะวันนา สิ่งที่กล้าเข้ามาแย่งอาหารสิงโตจริงๆ ก็แทบจะมีแค่ไฮยีนา (เวลามันรวมตัวกัน) แล้วก็สิงโตด้วยกันเท่านั้น
และนี่คือ ‘หน้าที่ของตัวผู้’ ที่จะต้องไป ‘จัดการ’
ในยุคปัจจุบัน ‘สิงโตที่เป็นตำนาน’ ก็คงไม่มีตัวไหนเกิน ‘สการ์เฟซ’ หรือแปลไทยว่า ‘ไอ้หน้าบาก’ แห่งทุ่งหญ้ามารา ในประเทศเคนยา ที่เสียชีวิตไปในปี 2021
สการ์เฟซเป็นตำนานเพราะความเท่ของมันทำให้คนถ่ายรูปมันเยอะมาก เจ้าสการ์เฟซตาขวาบอดจากการต่อสู้เมื่อตอนหนุ่มๆ มันตัวใหญ่มากๆ และมีแผงคอที่สวยงาม กับแผลเป็นที่ตาเพิ่มเข้าไปอีก บางคนเห็นก็อาจนึกว่ารูป AI เพราะสิ่งโตจริงๆ ไม่น่าเท่ขนาดนี้ แต่ในความเป็นจริง นี่คือสิ่งมีชีวิตที่เคย ‘ปกครอง’ ทุ่งหญ้ามาราในช่วงทศวรรษ 2010
เจ้าสการ์เฟซเกิดราวปี 2008 ซึ่งตอนเด็กๆ มันก็อยู่กับฝูงเหมือนสิงโตทั่วไป โดยมีพี่น้องเพศผู้อีก 3 ตัว และพวกมันก็รวมตัวกันปกครองทุ่งหญ้ามารา ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของทศวรรษ 2010 หรือพูดให้ตรงก็คือ ฝูงของสี่พี่น้องสิงโต (รวมสการ์เฟซ) มีอาณาเขตปกครองใหญ่โต และมีตัวเมียในฝูงมหาศาล
แน่นอนว่าเราไม่สามารถจะพูดถึง ‘รัชสมัย’ ของสการ์เฟซได้ แต่โดยพื้นฐานแล้วในฝูงสิงโต ‘สิงโตตัวผู้’ ที่โตเต็มวัยจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นพี่น้องกัน (ถ้าใครเคยดู ‘The Lion King’ ก็จะเห็นว่าทั้งฝูงมีสิงโตตัวผู้ที่โตแล้วสองตัว ก็คือคอนเซ็ปต์เดียวกัน) และนี่เองที่ทำให้สี่พี่น้องทรงพลังมาก พวกมันไม่ได้เป็นแค่สิงโตที่ตัวใหญ่กว่าสิงโตทั่วไปเท่านั้น แต่พวกมันยังมีถึงสี่ตัว มันจึง ‘ยึดพื้นที่’ ได้นานมากๆ
แน่นอนว่าตัวที่ใหญ่สุด เท่สุดคือ ‘สการ์เฟซ’ มันเลยมีเรื่องเล่าเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นตำนานว่าทั้งชีวิตมันเคยสู้ชนะและปลิดชีวิตสิงโตตัวผู้ด้วยกันไปถึง 100 ตัว หรือจัดการไฮยีนาที่มาป่วนกับเหยื่อไปแล้วกว่า 400 ตัว
แน่นอน นี่เป็นตำนานที่ไม่ได้มีเค้าความจริงที่ ‘พิสูจน์’ ได้ คือเรารู้ว่าสการ์เฟซสู้โหดแน่ๆ แต่ถึงกับฆ่าสิงโตที่มาท้าทายอำนาจไปถึง 100 ตัวนั้น ก็ประเมินกันว่าน่าจะโหดไป (ทุ่งหญ้ามาราทั้งอาณาเขตปกติมีสิงโตไม่เกิน 800-900 ตัว) ไฮยีนาก็เช่นกัน
นี่จึงเป็นตำนานที่เกิดจากหน้าโหดๆ และตัวโคตรใหญ่ของสการ์เฟซเท่านั้น และที่เรื่องเล่าของสการ์เฟซมีมากกว่าสิงโตตัวอื่นใด ก็เพราะมันเท่จัด ชนิดเห็นปุ๊บจำได้เลย ขนาดสิงโตที่ตัวใหญ่กว่า แผงคอสวยกว่า คนเห็นในรูปก็ยังจำไม่ได้ แต่เพราะ ‘แผลเป็นที่ตาขวา’ นั่นเองที่ทำให้คนจดจำสการ์เฟซได้แม่น
และสิ่งที่ทำให้มันเป็น ‘ตำนาน’ ก็เพราะมันแก่ตายในปี 2021
ทั้งนี้สิงโตตัวผู้ตามธรรมชาติยากที่จะแก่ตาย โดยปกติแล้วถ้ายิ่งแก่ มันก็จะโดนสิงโตหนุ่มมาท้าสู้ แล้วถ้าไม่ตายในการต่อสู้ ก็จะตายเพราะบาดเจ็บ นี่เป็นวงจรชีวิตที่โคตร ‘ชายแท้’ และเป็นความจริงของทุกสิ่งมีชีวิตที่รากฐานอำนาจมาจาก ‘ความรุนแรง’ เพราะสักวันผู้พิชิตก็จะแก่ลง อ่อนแอลง แล้วก็เป็นฝ่ายถูกพิชิตไปเสียเอง
ว่ากันว่า สามพี่น้องของสการ์เฟซก็ตายไปแบบนั้น แต่สการ์เฟซต่างออกไป เพราะมัน ‘ตายตามธรรมชาติ’ หรือ ‘แก่ตาย’ ในวัย 14 ปี ซึ่งถือว่าอายุยืนมากๆ แล้วสำหรับสิงโตตัวผู้ตามธรรมชาติ
จากคำแถลงของทางเคนยาเกี่ยวกับการจากไปของ ‘เจ้าป่าในตำนาน’ นี้ เขาบอกว่าในวัยชรา สการ์เฟซก็ได้ออกจากฝูงไป แล้วกลับไปตายที่บ้านเกิด ก็คือมันกลับไปถิ่นเก่าที่เกิดมา โดยมีบันทึกว่า บริเวณนั้นในเวลานั้นจริงๆ มันเป็นถิ่นของสิงโตหนุ่ม 3 ตัว แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ทำอะไรสการ์เฟซ และปล่อยให้อดีตผู้พิชิตในวัยชราได้ใช้ชีวิตบั้นปลายและแก่ตายไปในบ้านเกิด
ทั้งหมดคือ ‘ข้อเท็จจริง’ แน่นอนว่าถ้าเอามาทำเป็นหนัง เราก็คงจะได้เห็นฉากเท่ๆ ตอนสการ์เฟซออกจากฝูงเพื่อเลือกจะ ‘กลับไปตายที่บ้านเกิด’ หรือกระทั่งตอนสู้กับสามสิงโตหนุ่มในบั้นปลายชีวิต แต่ความเป็นจริงมันก็อาจเป็นเพียงเรื่องน่าเบื่อๆ ของสิงโตเฒ่าตัวหนึ่งที่หมดยุครุ่งเรืองของตัวเอง ก็เลยหนีเอาตัวรอดมาในพื้นที่ที่คุ้นเคย และเพียงใช้ชีวิตที่นั่นไปจนลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น
และเรื่องนี้บางทีก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์หรอก การที่มนุษย์กลับใช้ชีวิตวัยเกษียณยังถิ่นฐานที่ตนเกิดมา และใช้ชีวิตวันๆ หนึ่งวนไปจนสิ้นลมหายใจไปตามธรรมชาติ มันก็อาจไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ แค่เราอาจไม่ชินกับปลายทางชีวิตสงบๆ แบบนี้เพราะบางทีเราดูหนังแอ็กชันมากไปก็เป็นได้
อ้างอิง:
- The Guardian. Conservationists mourn natural death of Kenyan lion Scarface. https://shorter.me/OrOfq
- AjKenya. Scarface Lion: The Legendary King of Masai Mara—Life, Death, and Legacy. https://shorter.me/eVZrj