รู้จัก ‘Quittr’ แอปตัวช่วยลดพฤติกรรม เสพติด ‘การช่วยตัวเอง’ และ ‘สื่อลามก’ พัฒนาโดยหนุ่ม Gen Z เพื่อเพื่อนหนุ่ม Gen Z
สำหรับคนรุ่นก่อน การ ‘ติดสื่อโป๊’ อาจเป็นเรื่องตลก แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ความตลกอาจลดน้อยลง เพราะคนในปัจจุบันไม่ใช่แค่เป็นคนรุ่นแรกๆ ที่เกิดมาก็ได้เจออินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียแล้ว แต่ยังเป็นคนรุ่นที่สามารถเข้าถึงสื่อลามกมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มมีจินตนาการทางเพศที่เชื่อมโยงกับสื่อลามกต่างๆ จนไม่คุ้นเคยว่าความสัมพันธ์ทางเพศกับมนุษย์จริงๆ เป็นอย่างไร
เราคงไม่ต้องพูดถึง ‘ปัญหาสุขภาพ’ ของการติดสื่อลามกหรือสื่อโป๊ว่ามันทำให้เกิดอะไรได้บ้าง ช่วงหลังๆ มีงานวิจัยออกมามหาศาล เพราะมันทำให้เกิดได้ตั้งแต่ภาวะ ‘นกเขาไม่ขัน’ ไปจนถึงปัญหาทางสุขภาพจิตต่างๆ ตั้งแต่ภาวะวิตกกังวล จนถึงฮอร์โมนทำงานผิดปกติ
แต่ปัญหาคือภาวะ ‘ติดสื่อโป๊’ ไม่ใช่ภาวะความผิดปกติทางการแพทย์ คือมันไ่ม่มีนิยามว่าอะไรคือการติดสื่อโป๊ระดับต้องบำบัด ดังนั้นในทางปฏิบัติก็คือ พวกระบบประกันสุขภาพทั่วโลกไม่รองรับการรักษา จึงทำให้การบำบัดหรือรักษาขึ้นอยู่กับเจตจำนงของคนที่รู้สึกว่าตนมีปัญหา ‘ติดสื่อโป๊’ เอง
นี่เองทำให้ Quittr เกิดขึ้น
แอปพลิเคชันนี้พัฒนาขึ้นโดย Gen Z ออสเตรเลียสองคนที่เห็นว่าคนรุ่นเดียวกันรู้ว่าตัวเองติดสื่อโป๊จนมีปัญหา แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เขาจึงสร้าง Quittr เป็นเหมือนแอปผสมชุมชน คือมันมีแอปที่ช่วยให้คนตามติดความก้าวหน้าของตัวเองได้เหมือนเล่นเกม และมันก็มีชุมชนสำหรับคนที่อยากเลิกติดสื่อโป๊เหมือนกัน คอยให้กำลังใจกัน สไตล์กลุ่มสนับสนุนการเลิกเหล้าคลาสสิกของอเมริกาอย่าง Alcoholic Anonymous
อ่านมาถึงตรงนี้ก็อาจงงว่า แค่จะ ‘เลิกดูหนังโป๊’ นี่มันต้องมีแอปช่วยเลยหรือ? โดยรวมแล้วทุกวันนี้ปัญหามันหนักขนาดนั้น และ Quittr เป็นทางออกแบบ ‘ครบวงจร’
ปัญหาของคนที่เลิกสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ก็เพราะ ‘หักดิบ’ ไม่ได้ จึงทำให้ต้องมี ‘เครื่องมือ’ ต่างๆ ช่วย บ้างก็ต้องมีเทคนิคการบันทึกความคืบหน้า บ้างก็ต้องมีนักบำบัดให้คุยปรึกษา บ้างก็มีชุมชนคนที่พยายามเลิกเหมือนกันคอยช่วยเหลือกัน
และ Quittr ก็ทำทั้งหมด มันมีโปรแกรมความคืบหน้าว่าคุณเลิก ‘ติดมือ’ (No Fap) ได้นานแค่ไหน พร้อมเสนอแนะว่าคุณควรจะทำอะไรแทน ถ้าคุณไม่ไหวเขาจะจัดนักบำบัด AI ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และแน่นอนยังมีชุมชนคนเป็นๆ เอาไว้แชร์เรื่องราวและปัญหา ไม่ได้มีแต่ AI ให้คุย
แต่กิมมิกของแอปนี้คือปุ่มที่เรียกว่า ‘Panic Button’ ที่เขาออกแบบมาให้ใช้ในเวลาที่คุณรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องกลับมาใช้บริการมือ ก็ให้กดปุ่มนี้ มันจะมีมาตรการเด็ดขาดที่จะทำให้คุณหยุด (มีตั้งแต่บอกให้คุณไปนั่งสมาธิ ไปจนทำอะไรสักอย่างให้คุณละอายจนหมดอารมณ์ไปเอง)
ใดๆ ก็ตาม ทั้งหมดนี้คือ ‘ไอเดียธุรกิจ’ ที่เด็ดมาก เพราะถึง Quittr จะทดลองให้ใช้ฟรี แต่หากใช้ในระยะยาวก็ต้องมีค่าสมาชิกแบบเหมาจ่ายรายเดือน รายปี หรือตลอดชีพ (ประมาณ 400 บาท, 1,400 บาท และ 2,000 บาท ตามลำดับ) และมันทำเงินให้กับผู้สร้างแอปนี้ไปมหาศาลแล้ว
และนี่ก็น่าจะเป็นตัวอย่างของ Startup รุ่นใหม่ที่คิดถึงปัญหาของ Gen Z และสร้างแอปมาเพื่อ ‘แก้ปัญหา’ พร้อมกับทำเงินไปด้วย
อ้างอิง:
- Quittr. https://quittrapp.com/