Select Paragraph To Read
- ซึ่งเป็นหลุมโอโซนที่ใหญ่ที่สุดจากที่เคยตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 1979
- ส่วนจะใหญ่หรือเล็กก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสารซีเอฟซีที่พบในปีนั้นๆ
เมื่อช่วงครึ่งปีแรก เราต่างได้รับข่าวดีถึงการฟื้นตัวของชั้นโอโซนที่ค่อยๆ กลับมาดีวันดีคืน จนรูรั่วแถบขั้วโลกเหนือได้ปิดตัวลงอย่างสนิท อีกทั้งปริมาณซีเอฟซีในชั้นโอโซนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ถึงจะบอกว่า “ลดลง” ก็ไม่ได้หมายความว่า “หมดไป” ปัจจุบันยังมีสารซีเอฟซีหลงเหลืออยู่ในชั้นบรรยากาศและสามารถรวมตัวสร้างความเสียหายให้กับชั้นโอโซนของโลกได้ตลอดเวลาเช่นเดิม
ตามรายงานล่าสุดของศูนย์สังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส พวกเขาพบว่าหลุมโอโซนแถบขั้วโลกใต้ได้ขยายตัวจนใหญ่กว่าพื้นที่แอนตาร์กติก และยังจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม
ซึ่งเป็นหลุมโอโซนที่ใหญ่ที่สุดจากที่เคยตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 1979
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า การปรากฎตัวของหลุมโอโซนในขั้วโลกใต้ในช่วงปลายปีแบบนี้ถือเป็น “เหตุการณ์ปกติ” สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้ามอง ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์สังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัสให้สัมภาษณ์กับสื่อ
เนื่องจากอิทธิพลของ “ลมวนขั้วโลก” หรือโพลาร์วอร์เท็กซ์ ที่จะพัดอยู่แถบขั้วโลกใต้ในเวลาเดียวกันให้พัดเอาสารซีเอฟซีมารวมไว้ที่ขั้วโลกใต้จนเกิดหลุมโอโซนในช่วงเวลานี้ของทุกปี
ส่วนจะใหญ่หรือเล็กก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสารซีเอฟซีที่พบในปีนั้นๆ
หลังจากนี้ในช่วงเดือนธันวาคม ชั้นโอโซนของขั้วโลกใต้ก็จะกลับเป็นปกติอีกครั้ง เมื่อกระแสลมวนขั้วโลกพัดจากไป
ในส่วนนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แม้สารซีเอฟซีหรือสารประกอบคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งใช้กันในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ จะถูกระงับไปในพิธีสารมอนทรีออล สนธิสัญญาสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการผลิตและการใช้สารที่ส่งผลกระทบต่อโอโซนโลก ไปตั้งแต่ปี 1987 และเกือบทุกประเทศเลิกใช้ไปอย่างถาวรเมื่อปี 2010 แต่ก็ยังมีส่วนที่ตกค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะสลายตัวไปจนหมด และยังพบการลักลอบใช้สารซีเอฟซีอยู่ในบางประเทศ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทางการจีนได้ออกมายอมรับแล้วว่ามีลักลอบใช้สารตัวนี้อยู่ในบางอุตสาหกรรม
และถึงแม้จะเลิกใช้ซีเอฟซีกันไปจริงๆ แต่สารประกอบคลอรีนและโบรมีนก็ยังมีใช้กันอยู่ รวมถึงปัจจุบันยังมีการใช้สารจำพวกไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (เอชซีเอฟซี) ซึ่งเป็นสารเคมีตัวใหม่ที่นำมาใช้ทดแทนสารซีเอฟซี แม้จะมีอันตรายน้อยกว่า แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบให้กับชั้นโอโซนได้เช่นกัน
เมื่อบวกเข้ากับปรากฎการณ์ลมวนขั้วโลกที่พัดพาสารเคมีต่างๆ ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ เราจะพบการเกิดหลุมโอโซนเช่นนี้อยู่ร่ำไปทุกๆ ปี ทั้งจากจุดที่ปิดแล้วและจุดที่ยังไม่ปิดสนิทจนกว่าสารซีเอฟซีที่สะสมไว้แต่อดีตสลายหายไปจนหมด
ทั้งนี้ทั้งนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแนวโน้มในอนาคตยังเป็นไปในด้านบวก จากการงดใช้สารเคมีที่สร้างผลกระทบรุนแรงไปแล้ว แม้จะมีการลักลอบใช้อยู่ แต่ผลกระทบอาจไม่รุนแรงเหมือนเช่นในอดีต
อย่างเร็วที่สุด ชั้นโอโซนโลกจะกลับมาเป็นปกติในอีก 50 ปีข้างหน้า หากเรายังแน่วแน่ในแนวทางการแบนสารซีเอฟซีต่อไป
อ้างอิง:
- CNN. The ozone hole over the South Pole is now bigger than Antarctica. https://cnn.it/3hQJocM
- BBC. Ozone layer ‘rescued’ from CFC damage. https://bbc.in/373iEjQ
- NG Thai. การลดลงของโอโซน ในชั้นบรรยากาศโลก. https://bit.ly/3tXCwzg