รู้ไหม ฝรั่งไม่มีคำว่า ‘Office Syndrome’ เพราะไม่ทำงานในออฟฟิศก็มีอาการปวดได้ แล้ววิธีรักษาที่แท้จริงควรทำยังไง
สำหรับมนุษย์ออฟฟิศ การเป็น ‘ออฟฟิศซินโดรม’ คือความเป็นจริงของชีวิต แต่ถ้าเราไปค้นคำว่า ‘Office Syndrome’ ใน Google เราก็จะพบว่าผลค้นหาทั้งหมดเป็นภาษาไทย หรือไม่ก็เป็นผลค้นหาภาษาอังกฤษแต่มาจากโรงพยาบาลในไทย จนดูราวกับว่าหรือจะมีแค่คนไทยที่เป็น ‘ออฟฟิศซินโดรม’
แน่นอน มันไม่ได้เป็นแบบนั้น คนทั้งโลกมีอาการคล้ายกันนี้ แค่เขาไม่ได้เรียกมันว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’ เพราะจริงๆ ในทางการแพทย์ ภาวะการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ จนเจ็บ หรือการทำงานด้วยท่าที่ผิดจนเกิดความเสียหายที่ระบบกล้ามเนื้อ เขาจัดรวมในหมวดเดียวกันหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานออฟฟิศ ทำงานโรงงาน เป็นนักวาดรูป เป็นนักกีฬา เป็นเกมเมอร์ ฯลฯ ถ้าเจ็บปวดก็คือเจ็บปวด ดังนั้นจึงไม่ใช่คำว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’
คำถามคือแล้วมันเรียกว่าอะไร?
ในทางสรีรวิทยาของการเจ็บปวดกล้ามเนื้อเกิดจากเวลาเราใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เซลล์กล้ามเนื้อบางส่วนมันจะจับตัวเป็นก้อนแน่น นั่นทำให้กล้ามเนื้อตรงนั้นยืดหยุ่นไม่ได้แม้ตอนเราผ่อนกล้ามเนื้อ ซึ่งภาวะกล้ามเนื้อจับตัวเป็นก้อนนี้ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ‘ปมกล้ามเนื้อ’ (Muscle knot)
ปมกล้ามเนื้อถ้ามีน้อยๆ ใช้ตามปกติออกกำลังกายบ้าง มันก็จะทำให้ปมหายไปได้เอง แต่ถ้าร่างกายถูกใช้แบบซ้ำๆ จนเพิ่มปมกล้ามเนื้อจนขยาย มันจะมีอาการเจ็บ ซึ่งจุดที่มีการกระจุกตัวนี้ นักกายภาพบำบัดจะเรียกว่า ‘จุดกดเจ็บ’ (Trigger point) และพวกหมอนวดแผนไทยก็จะเรียกว่า ‘ก้อน’ บ้าง ‘พังผืด’ บ้าง
และเมื่อเกิดจุดกดเจ็บ การนวดในบางระดับมันก็จะทำให้หายได้ ใครเคยไปนวดไทยก็คงรู้ว่า หมอจะใช้มือและศอกในการขยี้ ‘ก้อน’ ให้หายไป ซึ่งผลก็คือเราก็จะหายเจ็บ
อย่างไรก็ดี ถ้าจุดกดเจ็บอยู่ไปนานๆ มันจะทำให้เกิดภาวะความเจ็บเรื้อรัง ซึ่งภาวะนี้ในทางการแพทย์จะเรียกว่า อาการกล้ามเนื้ออักเสบ หรือ Myofascial pain syndrome ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสิ่งนี้น่าจะ ‘ใกล้’ กับคำที่คนใช้กันอย่างลำลองว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’ มากที่สุด เพียงแต่ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเกิดที่คอ บ่า ไหล่ และก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมฯ นานๆ เท่านั้น มันเกิดจากการทำงานแบบอื่นๆ ที่ใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ ก็ได้
ซึ่งถ้าถามต่อว่าแล้วกล้ามเนื้ออักเสบคือ ‘ที่สุด’ ของอาการกลุ่มนี้หรือยัง คำตอบคือไม่ใช่ เพราะ ‘ที่สุด’ ของอาการกลุ่มนี้ มันคืออาการที่เรียกว่าการ ‘ปวดต่างที่’ (Referred pain) ซึ่งในทางการแพทย์เป็นคำรวมๆ ที่ใช้เรียกภาวะบาดเจ็บจากส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ไปทำให้เจ็บอีกส่วน ซึ่งคำนี้ในบริบทระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ส่วนใหญ่มันหมายถึง ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบที่หนักจนความเจ็บปวดลามไปส่วนอื่น เช่นกล้ามเนื้ออักเสบที่คอ แต่มีอาการ ‘ร้าวลงแขน’ หรือกล้ามเนื้ออักเสบที่หลัง แต่มีอาการ ‘ร้าวลงขา’ เป็นต้น
ดังนั้นการนวดแท้จริงก็ไม่ได้ช่วยในระยะยาว เพราะส่วนที่เป็นแกนกลางปัญหาของอาการกลุ่มนี้ทั้งหมดคือปมกล้ามเนื้อ การนวดเป็นเพียงการช่วยคลายปม ซึ่งถ้านวดไม่หาย และจัดการตัวเองอย่างการโยคะ ออกกำลังกาย ยืดหยุ่นร่างกายยังไงก็ไม่หาย ก็ต้องไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดนั่นเลย ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry needling) การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ การใช้ช็อตเวฟ การใช้ช็อกเวฟ ฯลฯ ซึ่งวิธีการมันมีสารพัด แต่เป้ามันมีอย่างเดียวคือสลายปมกล้ามเนื้อและจุดกดเจ็บที่ลึกลงไปเกินกว่าการนวดปกติและการยืดเส้นจะจัดการได้ โดยถ้าเราจะไปรักษาที่ไหน เราก็ควรจะถามเขาก่อนว่ามีทางเลือกไหนให้เลือกบ้าง เพราะไม่ใช่ทุกที่แน่ๆ ที่มีการฝังเข็มแบบตะวันตก หรือมีเครื่องทำช็อกเวฟ
แต่สุดท้าย สิ่งที่เราต้องไม่ลืมเช่นกันก็คือ นักกายภาพบำบัดก็จะย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ต่อให้เราใช้เทคนิคอะไรจนหายสนิท อาการมันก็จะกลับมาอีกแน่ๆ ซึ่งถ้าไม่อยากฝังเข็มหรือทำช็อกเวฟไปตลอดชีวิต ก็มีทางเดียวคือต้องแก้พฤติกรรม
อ้างอิง
- Healthline. How to Treat and Prevent Muscle Knots. https://www.healthline.com/health/muscle-knots
- Stack. What Are Muscle Knots and How Can I Get Rid of Them? https://www.stack.com/…/what-are-muscle-knots-and-how…/
- Mayo Clinic. Myofascial pain syndrome. https://www.mayoclinic.org/…/symptoms-causes/syc-20375444
- Healthline. How Does Referred Pain Work? https://www.healthline.com/health/pain-relief/referred-pain
- TriggerPoints.net. The Trigger Point & Referred Pain Guide. http://www.triggerpoints.net/