3 Min

รู้ไหม ฝรั่งไม่มีคำว่า ‘Office Syndrome’ เพราะไม่ทำงานในออฟฟิศก็มีอาการปวดได้ แล้ววิธีรักษาที่แท้จริงควรทำยังไง

3 Min
907 Views
20 Oct 2022

สำหรับมนุษย์ออฟฟิศ การเป็นออฟฟิศซินโดรมคือความเป็นจริงของชีวิต แต่ถ้าเราไปค้นคำว่า ‘Office Syndrome’ ใน Google เราก็จะพบว่าผลค้นหาทั้งหมดเป็นภาษาไทย หรือไม่ก็เป็นผลค้นหาภาษาอังกฤษแต่มาจากโรงพยาบาลในไทย จนดูราวกับว่าหรือจะมีแค่คนไทยที่เป็นออฟฟิศซินโดรม

แน่นอน มันไม่ได้เป็นแบบนั้น คนทั้งโลกมีอาการคล้ายกันนี้ แค่เขาไม่ได้เรียกมันว่าออฟฟิศซินโดรมเพราะจริงๆ ในทางการแพทย์ ภาวะการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ จนเจ็บ หรือการทำงานด้วยท่าที่ผิดจนเกิดความเสียหายที่ระบบกล้ามเนื้อ เขาจัดรวมในหมวดเดียวกันหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานออฟฟิศ ทำงานโรงงาน เป็นนักวาดรูป เป็นนักกีฬา เป็นเกมเมอร์ ฯลฯ ถ้าเจ็บปวดก็คือเจ็บปวด ดังนั้นจึงไม่ใช่คำว่าออฟฟิศซินโดรม

คำถามคือแล้วมันเรียกว่าอะไร?

ในทางสรีรวิทยาของการเจ็บปวดกล้ามเนื้อเกิดจากเวลาเราใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เซลล์กล้ามเนื้อบางส่วนมันจะจับตัวเป็นก้อนแน่น นั่นทำให้กล้ามเนื้อตรงนั้นยืดหยุ่นไม่ได้แม้ตอนเราผ่อนกล้ามเนื้อ ซึ่งภาวะกล้ามเนื้อจับตัวเป็นก้อนนี้ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่าปมกล้ามเนื้อ’ (Muscle knot)

ปมกล้ามเนื้อถ้ามีน้อยๆ ใช้ตามปกติออกกำลังกายบ้าง มันก็จะทำให้ปมหายไปได้เอง แต่ถ้าร่างกายถูกใช้แบบซ้ำๆ จนเพิ่มปมกล้ามเนื้อจนขยาย มันจะมีอาการเจ็บ ซึ่งจุดที่มีการกระจุกตัวนี้ นักกายภาพบำบัดจะเรียกว่าจุดกดเจ็บ’ (Trigger point) และพวกหมอนวดแผนไทยก็จะเรียกว่าก้อนบ้างพังผืดบ้าง   

และเมื่อเกิดจุดกดเจ็บ การนวดในบางระดับมันก็จะทำให้หายได้ ใครเคยไปนวดไทยก็คงรู้ว่า หมอจะใช้มือและศอกในการขยี้ก้อนให้หายไป ซึ่งผลก็คือเราก็จะหายเจ็บ

อย่างไรก็ดี ถ้าจุดกดเจ็บอยู่ไปนานๆ มันจะทำให้เกิดภาวะความเจ็บเรื้อรัง ซึ่งภาวะนี้ในทางการแพทย์จะเรียกว่า อาการกล้ามเนื้ออักเสบ หรือ Myofascial pain syndrome ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสิ่งนี้น่าจะใกล้กับคำที่คนใช้กันอย่างลำลองว่าออฟฟิศซินโดรมมากที่สุด เพียงแต่ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเกิดที่คอ บ่า ไหล่ และก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมฯ นานๆ เท่านั้น มันเกิดจากการทำงานแบบอื่นๆ ที่ใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ ก็ได้

ซึ่งถ้าถามต่อว่าแล้วกล้ามเนื้ออักเสบคือที่สุดของอาการกลุ่มนี้หรือยัง คำตอบคือไม่ใช่ เพราะที่สุดของอาการกลุ่มนี้ มันคืออาการที่เรียกว่าการปวดต่างที่’ (Referred pain) ซึ่งในทางการแพทย์เป็นคำรวมๆ ที่ใช้เรียกภาวะบาดเจ็บจากส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ไปทำให้เจ็บอีกส่วน ซึ่งคำนี้ในบริบทระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ส่วนใหญ่มันหมายถึง ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบที่หนักจนความเจ็บปวดลามไปส่วนอื่น เช่นกล้ามเนื้ออักเสบที่คอ แต่มีอาการร้าวลงแขนหรือกล้ามเนื้ออักเสบที่หลัง แต่มีอาการร้าวลงขาเป็นต้น

ดังนั้นการนวดแท้จริงก็ไม่ได้ช่วยในระยะยาว เพราะส่วนที่เป็นแกนกลางปัญหาของอาการกลุ่มนี้ทั้งหมดคือปมกล้ามเนื้อ การนวดเป็นเพียงการช่วยคลายปม ซึ่งถ้านวดไม่หาย และจัดการตัวเองอย่างการโยคะ ออกกำลังกาย ยืดหยุ่นร่างกายยังไงก็ไม่หาย ก็ต้องไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดนั่นเลย ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry needling) การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ การใช้ช็อตเวฟ การใช้ช็อกเวฟ ฯลฯ ซึ่งวิธีการมันมีสารพัด แต่เป้ามันมีอย่างเดียวคือสลายปมกล้ามเนื้อและจุดกดเจ็บที่ลึกลงไปเกินกว่าการนวดปกติและการยืดเส้นจะจัดการได้ โดยถ้าเราจะไปรักษาที่ไหน เราก็ควรจะถามเขาก่อนว่ามีทางเลือกไหนให้เลือกบ้าง เพราะไม่ใช่ทุกที่แน่ๆ ที่มีการฝังเข็มแบบตะวันตก หรือมีเครื่องทำช็อกเวฟ

แต่สุดท้าย สิ่งที่เราต้องไม่ลืมเช่นกันก็คือ นักกายภาพบำบัดก็จะย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ต่อให้เราใช้เทคนิคอะไรจนหายสนิท อาการมันก็จะกลับมาอีกแน่ๆ ซึ่งถ้าไม่อยากฝังเข็มหรือทำช็อกเวฟไปตลอดชีวิต ก็มีทางเดียวคือต้องแก้พฤติกรรม

อ้างอิง