Select Paragraph To Read
- การแทรกแซงธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์แรด
- สถานะของแรดดำ
- ‘มูนู’ ในปัจจุบัน

rhino l Kyle Torrens
ต้นปี 2019 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในอุทยานแห่งชาติของแอฟริกาใต้ บังเอิญลาดตระเวนไปพบกับแรดดำตัวหนึ่งกำลังเดินงงเป็นวงกลมด้วยท่าทีแปลกประหลาด จึงได้เรียกทีมงานและสัตวแพทย์เข้ามาตรวจสอบ
หลังจัดการยิงยาสลบจนมันนิ่ง ถึงได้รู้ว่าเจ้าแรดตัวนี้กำลังบาดเจ็บที่ตาซ้าย ร่างกายมีร่องรอยการต่อสู้กับแรดตัวอื่น สันนิษฐานว่าคงทะเลาะกันเรื่องแย่งคู่
แม้จะรีบทำการรักษา แต่น่าเสียดายอาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรงก็ทำให้ตาข้างซ้ายของแรดตัวนั้นบอดสนิทลงในที่สุด
แต่ก็แลกมาชีวิตใหม่ไฉไลกว่าเก่า เพราะมันถูกย้ายไปอยู่ในป่าอนุรักษ์แห่งใหม่ มีบ้านเป็นตัวเอง มีรั้วกว้างกั้นรอบทิศ
ในช่วงแรกก็มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคอยเฝ้าดูแล แต่ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีมาติดกล้องวงจรปิดไว้สอดส่องภยันตรายที่อาจเข้ามาในรูปแบบของนักล่านอออนไลน์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับตั้งชื่อให้มันว่า ‘มูนู’

บ้านหลังใหม่ของมูนูใน Mantis Founder’s Lodgee สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของแอฟริกาใต้ l geographical.co.uk
การแทรกแซงธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์แรด
การตัดสินใจนำแรดป่าตัวหนึ่งออกมารักษาและปกป้องหนนั้นได้รับทั้งเสียงชมในความพยายามอนุรักษ์และคำถามเชิงวิจารณ์ตามกลับมามากมาย
บ้างก็ว่ามันเป็นกลไกธรรมชาติ สัตว์ตาบอดยังไงก็คงไม่รอดอยู่แล้ว ตัวที่อ่อนแอก็ควรเป็นอาหารของสัตว์อื่นเสีย จะเอามาดูแลให้สิ้นเปลืองงบไปทำไม ไปดูแลตัวที่ยังดีอยู่ดีกว่า ฯลฯ
หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับสัตว์ชนิดอื่นๆ บทมันก็คงไม่ลงเอยดังที่เล่า
แต่เพราะนี่คือ ‘แรดดำ’ หนึ่งในสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และเสี่ยงถูกล่าได้ทุกเวลา ฉะนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่การดูแลแรดตัวหนึ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วยการจัดการแบบพิเศษ
และหากเราย้อนความหลังไปสักนิด การดูแลแรดแบบตัวต่อตัวนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในกรณีของ ‘ซูดาน’ แรดขาวเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายของโลกที่มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถือปืนยืนอารักขาอย่างน้อยสองคนอยู่ตลอดเวลา
เพราะหาก ‘ซูดาน’ ตายลง ก็หมายถึงจุดจบของสายพันธุ์แรดขาวเหนือ
การปกป้องดูแล ‘มูนู’ นักอนุรักษ์ก็ให้เหตุผลเดียวกับ ‘ซูดาน’ ซึ่งก็คือการปกป้องพันธุกรรมของแรดดำเอาไว้ให้มากและนานที่สุดนั่นเอง

ซูดาน แรดขาวเหนือเพสผู้ตัวสุดท้ายของโลก (ตายจากไปเมื่อ 19 มีนาคม 2561) l Georgina Goodwin
สถานะของแรดดำ
ตามการประเมินขององค์กรที่ดูแลและเก็บข้อมูลแรดทั่วโลกอย่าง Save the Rhino ระบุว่า ปัจจุบันยังมีแรดดำเหลืออยู่ในป่าธรรมชาติอยู่ราว 5,000 กว่าตัว ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะเหลืออยู่เพียง 1,000-3,000 ตัว
แต่หากล้วงข้อมูลให้ลึกลงไปก็จะเจอว่าแรดดำยังมีสายพันธุ์ย่อยออกไปอีก และมูนูถือเป็น ‘แรดดำทางตะวันตกเฉียงใต้’ ซึ่งหากนับจากตรงนี้ก็เท่ากับว่าสายพันธุ์ของมูนูเหลือเพียง 2,000 ตัวเท่านั้น
ปัจจุบัน การระบาดของโควิด-19 และการล็อกดาวน์เมือง ทำให้การล่าแรดลดลงอย่างมาก โดยในปี 2020 มีแรดในแอฟริกาใต้ถูกล่าไป 394 ตัว หรือเท่ากับว่าในทุกๆ 22 ชั่วโมง จะมีแรดตายอย่างน้อย 1 ตัว ถือว่าเป็นสถิติที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักอนุรักษ์ก็เชื่อว่า อีกไม่นานการล่าแรดจะกลับมารุนแรงเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด เพราะความต้องการนอแรดไปทำยาหรือเครื่องประดับยังมั่นคงอยู่เหมือนเดิม
‘มูนู’ ในปัจจุบัน
กลับมาที่เรื่องของมูนู วันนี้มันอยู่ดีมีสุข มีอาหารกินเพียงพอ ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เหมือนมีอภิสิทธิ์ใช้ชีวิตสบายๆ ไปวันๆ
แต่จริงๆ แล้วตอนนี้มันกำลังทำงานเพื่อปกป้องแรดตัวอื่นๆ ในป่าธรรมชาติอยู่ ผ่านหน้าที่ฑูตสื่อความหมายให้กับเยาวชนในแอฟริกาใต้ได้รู้จักว่าแรดคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมต้องอนุรักษ์ ผ่านการเปิดให้เด็กๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชม
หรือหากเป็นเยาวชนที่อยู่อีกทวีป ผู้ดูแลก็เปิดบริการห้องซูมให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเห็นและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ดูแล ด้วยฉากหลังที่มีมูนูเดินไปเดินมา รวมถึงอีกหลายช่องทางที่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึง ติดตามแรดตัวนี้ตลอดเวลา
ภายใต้ความหวังว่า ในอนาคตจะมีแนวร่วมปกป้องแรดเกิดขึ้นทั่วโลก และคนรุ่นต่อไปจะเข้าใจถึงความสำคัญของชีวิตแรดมากกว่าสิ่งที่คนรุ่นก่อนหน้าเห็นมันเป็นเพียงสิ่งของ
อ้างอิง
- Geographical. How a blind black rhino became an ambassador for his species. https://bit.ly/3E0Jbfw
- Save the Rhino. Species of rhino. https://bit.ly/3E2BcOI
- Save the Rhino. 394 rhinos poached in South Africa during 2020.