เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘มนุษย์’ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์เป็นหลัก
อารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของพวกเราเสมอมา เรามักหวาดกลัวความทุกข์ และอยากมีความสุขให้มากเท่าที่เป็นไปได้
เพราะฉะนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถจัดการมันได้อย่างเป็นระบบมากกว่าเดิม
Mood Tracker เป็นเหมือนเครื่องมือในการติดตามอารมณ์ ผ่านการจดบันทึกอารมณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยจะใช้ตารางและสีเข้ามาช่วย ตัวตารางจะมีทั้งแบบเป็นเดือน และปี มักจะจดไว้ในสมุดบันทึกประจำวัน (หรือใครชอบแนวดิจิทัลก็ทำในแอปฯ หรือ Excel ได้เช่นกัน)
รายละเอียดของ Mood Tracker จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
โดยจะแบ่งความรู้สึกตาม ‘สี’ ได้หลากหลาย อย่างการไล่ระดับความสุขไปจนกระทั่งความทุกข์ (ตัวอย่าง: ไล่จากเขียวอ่อน ไปแดงเข้ม) หรือการแบ่งเป็นอารมณ์ที่ชัดเจน มีความสุข มีความเศร้า มีความเหงา มีความทุกข์ (ตัวอย่าง: สุขแทนสีเหลือง เศร้าแทนสีฟ้า เหงาแทนสีม่วง) และในหนึ่งวันอาจมีหลากหลายอารมณ์ หนึ่งช่องก็อาจเต็มไปด้วยสีหลายสี ได้เหมือนกัน
Mood Tracking เป็นวิธีการที่ง่าย ใช้เวลาไม่กี่นาที และสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น รู้ว่าตัวแปรในชีวิตส่งผลต่อสภาพจิตใจเราอย่างไร
ถ้าเราอยากมีความสุข เราควรแก้ที่ประเด็นไหน เป็นเหมือนการได้ทบทวนตัวเองในแต่ละวัน ทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ และจัดการมันได้ดีขึ้น
ถึงแม้ว่า Mood Tracking จะเป็นวิธีหนึ่งที่แพทย์หรือนักจิตวิทยาใช้ในการติดตามอารมณ์และเยียวยาผู้ป่วย แต่ไม่ว่าคุณเป็นใคร การได้เข้าใจอารมณ์ตัวเองไว้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายแน่นอน
‘‘#savemyself แค่เล่าออกไป อะไรก็ดีขึ้น’ คือแคมเปญเล็กๆ จาก MOODY ที่อยากชวนทุกคนมาบอกเล่าเรื่องราวของชีวิต ไม่ว่าจะร้ายหรือดี จะสุขหรือสมหวัง เพราะเราเชื่อว่าการแบ่งปันออกไป ย่อมมีความหมายที่ยิ่งใหญ่เสมอ คุณก็จะได้สบายใจ แล้วยังได้ส่งต่ออะไรออกไปอีกด้วย
ถ้าใครเล่าเรื่องไหนลงโซเชียลมีเดียก็อย่าลืมติด #savemyself เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ และพร้อมก้าวผ่านไปช่วงวัยหนุ่มสาวที่ปวดร้าวไปด้วยกันด้วยนะครับ