สำรวจสิ่งพิมพ์ ‘ต้องห้าม’ ของไทย ในรอบ 20 ปี ไม่ได้มีแค่ ‘หนังสือ’ แต่ ‘นิตยสาร’ ก็ด้วย
[อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ]
การสั่ง ‘ห้ามอ่าน’ หรือ ‘ครอบครอง’ สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในอดีต โดยเฉพาะในประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบเผด็จการหรืออยู่ในยุคสงครามเย็น (และสงครามต้านคอมมิวนิสต์) ซึ่งในยุคศตวรรษที่ 21 หลายประเทศก็ไม่ค่อยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่ไทยยังคงมีคำสั่ง ‘ห้ามนำเข้า’ หรือ ‘ห้ามจำหน่าย’ สิ่งพิมพ์ที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ไม่เหมาะสม-บ่อนทำลายศีลธรรมอันดี-กระทบต่อความมั่นคง’ ซึ่งไม่ใช่แค่หนังสือวิชาการ เพราะนิตยสารต่างประเทศ รวมถึงนิตยสารผู้หญิงอย่าง Marie Claire ก็เคยโดนมาก่อน
ที่จริงแล้ว แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่ประกาศตัวว่าเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ก็เคยสั่งแบนหนังสือในยุคศตวรรษที่ 21 เช่นกัน โดยหนังสือที่ถูกห้ามจำหน่ายและเผยแพร่ล่าสุดในปี 2010 (พ.ศ. 2553) มีชื่อว่า ‘Operation Dark Heart’ หนังสืออัตชีวประวัติของนายพลคนหนึ่งซึ่งวิพากษ์วิจารณ์หน่วยข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมว่าตัดสินใจผิดพลาดด้วยการนำกองทัพอเมริกันบุกอัฟกานิสถานในปี 2003
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จึงสั่งแบนหนังสือเล่มนี้ และเรียกคืนหนังสือที่ตีพิมพ์แล้ว 9,500 เล่มออกจากร้านหนังสือทั่วประเทศ โดยให้เหตุผลว่า เนื้อหาในหนังสืออาจส่งผลกระทบหรือก่ออันตรายให้กับทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านข่าวกรองหรือความมั่นคง
แต่การแบนหนังสือของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ขนาดนั้น เพราะสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือยื่นเรื่องต่อศาลให้ออกคำสั่งคุ้มครองการเผยแพร่และจัดจำหน่าย โดยยืนยันเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทำให้ต่อมา กลาโหมสหรัฐฯ อนุญาตให้สำนักพิมพ์วางจำหน่ายหนังสือฉบับแก้ไขได้ ซึ่งทางแก้ก็คือการที่สำนักพิมพ์ ‘ถมดำ’ หรือคาดสีดำเป็นแถบๆ ในเนื้อหาส่วนที่ถูกทางการระบุว่าเป็น ‘ประเด็นอ่อนไหว’ แต่ยังคงตีพิมพ์เผยแพร่และวางจำหน่ายหลังจากนั้นได้
ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ มีการแบนหนังสือสำหรับเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ ที่ยังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน แต่เรื่องนี้เกิดจากมติร่วมของผู้ปกครองและกรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งแต่ละปีก็จะมีการห้ามห้องสมุดนำหนังสือที่ถูกแบนมาให้บริการแก่เด็กนักเรียน โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับประเด็น LGBTQ+ ความรุนแรง หรือศาสนา แต่การแบนนี้จะเกิดขึ้นแค่ในเขตบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การแบนระดับประเทศโดยรัฐบาลกลาง ดังนั้นหนังสือที่ถูกแบนในรัฐหนึ่ง ก็อาจจะหาอ่านได้ในอีกรัฐหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ การสั่งแบนหนังสือโดยรัฐบาลในยุคศตวรรษที่ 21 จึงเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะหลายๆ รัฐบาลก็เกรงว่าตัวเองจะถูกกล่าวหาว่าละเมิดหรือปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของพลเมือง เรื่องนี้จึงทำให้ไทยกลายเป็นข่าวไปทั่วโลกในทุกๆ ครั้งที่มีการประกาศชื่อ ‘สิ่งพิมพ์ต้องห้าม’ หรือมีการใช้บทลงโทษทางกฎหมายแก่ผู้ที่พยายามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้
โดย BBC Thai รายงานเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2566 ว่า มีสิ่งพิมพ์อย่างน้อย 7 เล่มที่ถูกทางการไทยสั่งห้ามเผยแพร่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ หนังสือ The Revolutionary King (2544), The King Never Smiles (2549), วารสาร ‘ฟ้าเดียวกัน’ ฉบับ สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย (2549), กงจักรปีศาจ หรือ The Devil’s Discus (2549), A Coup for the Rich (2551), The Kingdom in Crisis (2557) และล่าสุด คือ หนังสือชื่อ ‘Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn’ ของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อดีตนักการทูตและนักวิชาการไทยผู้ลี้ภัยการเมืองในญี่ปุ่น
ข้อความที่ปรากฏในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ระบุว่า ‘ห้ามสั่งเข้า’ หรือ ‘นำเข้า’ สิ่งพิมพ์ต่างประเทศ ‘Rama X: The Thai Monarchy King Vajiralongkorn’ โดยมีการอ้างอิงคําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 370/2566 ซึ่งลงนามโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 โดยให้เหตุผลว่า “ภาพปกหนังสือ และบทความที่นําเสนอ สื่อถึงทัศนคติของผู้เขียนที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”
แต่ปวิน ผู้เขียนหนังสือ ได้โพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมทางสื่อโซเชียลว่าหนังสือของตนมีชื่อเต็มว่า ‘Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn’ แต่ชื่อหนังสือที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษานั้นตกคำว่า ‘under’ ไป ทั้งยังระบุว่านี่เป็นการ ‘แบนล่วงหน้า’ เพราะหนังสือยังพิมพ์ไม่เสร็จ และกว่าจะได้วางจำหน่ายจริงๆ ก็ประมาณเดือนตุลาคม 2566
ย้อนดู ‘สิ่งพิมพ์ต้องห้าม’ ในไทยยุคศตวรรษที่ 21
ถ้าย้อนกลับไปดูห้วงเวลากว่า 20 ปีของความผันผวนทางการเมืองไทย นับตั้งแต่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จะเห็นว่ามีการสั่งห้ามนำเข้าหรือเผยแพร่สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลัก แต่สิ่งพิมพ์ที่พาดพิงหรือวิจารณ์ ‘การรัฐประหาร’ สองครั้งหลังสุดของไทย (ปี 2549 และ 2557) ก็ถูกห้ามเช่นกัน หรือถ้าไม่ได้ถูกห้าม ก็มีการ ‘เซ็นเซอร์ตัวเอง’ ของผู้จัดจำหน่ายนิตยสารเหล่านี้
เดือนธันวาคม 2551 – มีคำสั่งห้ามจาก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ห้ามวางจำหน่ายนิตยสาร ‘The Economist’ ฉบับที่มีบทความพาดพิงการบุกยึดสนามบินของกลุ่มรอยัลลิสต์ บทบาทของสถาบันกษัตริย์ไทย และการสั่งลงโทษจำคุกนักเขียนที่เขียนหนังสือที่พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย
เดือนมกราคม 2552 – ‘The Economist’ ถูกระงับจำหน่ายโดยผู้จัดจำหน่ายในไทย ซึ่งเป็นการเซ็นเซอร์ตัวเองโดยที่ยังไม่ได้มีคำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ เพราะในเล่มมีบทความที่พาดพิงกองทัพเรือไทยและรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรื่องการจัดการกับเรือผู้อพยพลี้ภัยชาวโรงฮิงญา
เดือนเมษายน 2559 – นิตยสาร ‘Marie Claire’ ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2015 ซึ่งตีพิมพ์ในฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามนำเข้าและเผยแพร่ในราชอาณาจักรไทย โดยคำสั่ง ผบ.ตร. ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ระบุว่า บทความในมารีแคลร์ฉบับดังกล่าว มีเนื้อหาดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ‘สถาบันพระมหากษัตริย์’ ถ้าพบเห็นจะถูกยึดหรือทำลาย ซึ่งถ้าไปดูหน้าปกของนิตยสารเล่มนี้ก็มีบทความที่พูดถึงประเทศไทยโดยใช้ชื่อว่า ‘THAÏLANDE: Le prince héritier menacé par son addiction aux femmes’ อยู่จริงๆ
เดือนกรกฎาคม 2559 – นิตยสาร ‘The Economist’ ไม่ได้วางจำหน่ายในไทยอีกครั้ง หลังจากผู้จำหน่ายนิตยสารในไทย ‘ได้รับเอกสารแจ้งเตือน’ จากทางการไทย ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ให้เผยแพร่นิตยสารฉบับดังกล่าว เพราะมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยบทความที่ถูกระบุนั้นเป็นบทวิเคราะห์เรื่องการก่อรัฐประหารในปี 2557
เดือนกรกฎาคม 2562 – ร้านหนังสือในไทยตัดสินใจไม่วางจำหน่ายนิตยสาร ‘Time’ ฉบับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นปก และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์สื่อว่านิตยสารฉบับดังกล่าวมีเนื้อหา ‘ไม่เหมาะสม’ ซึ่งถ้าไปดูคำบรรยายหน้าปกฉบับประยุทธ์ จะปรากฏข้อความว่า ‘Democrat. Dictator. What path will Thailand’s Prayuth Chan-ocha choose?’ (ประชาธิปไตย-เผด็จการ เส้นทางไหนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แห่งประเทศไทย จะเลือกเดิน)
อ้างอิง
- BBC Thai. 7 “หนังสือต้องห้าม” ของการเมืองไทย 20 ปีหลัง. https://tinyurl.com/88j3xjac
- CPJ. Thai junta expands media controls. https://tinyurl.com/4jfjhu96
- Khaosod English. PRAYUTH’S ‘TIME’ MOMENT DEEMED INAPPROPRIATE FOR THAILAND. https://tinyurl.com/5fvj6bua
- NDTV. Thai Police Ban Old Marie Claire Magazine Issue. https://tinyurl.com/yy5rznxa
- Reuters. Economist magazine blocked in Thailand again. https://tinyurl.com/ym464uk8
- Spyscape. Banned Books: 15 Books Governments Don’t Want You to Read. https://tinyurl.com/4jf2ttfw