2 Min

หรืออเมริกาจะมี ‘ฮาคิราชันย์’? ผู้รอดชีวิตจาก ‘ปฏิบัติการลักพาตัว’ ผู้นำเวเนฯ เผย มีเสียงประหลาด ทุกคนกระอักเลือดล้มลง แล้ว ‘ปธน.มาดูโร’ ก็ถูกนำตัวไป

2 Min
17 Views
15 Jan 2026

ณ เวลาตี 2 ของวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2026 มีปฏิบัติการณ์ทางทหารที่โลกต้องจารึกเอาไว้ที่กรุงคาราคัส ประเทศเวเนซุเอลา โดยหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษของสหรัฐอเมริกาได้เข้า ‘ลักพาตัว’ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และนำตัวมาดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จในฐานะหัวหน้าแก๊งค้ายา

แน่นอน ข้อถกเถียงตามมามากมายตั้งแต่ความชอบธรรมในการลักพาตัวประมุขประเทศอื่นแบบนี้ หรือผลต่างๆ ที่จะตามมาหลังจากที่ไม่มีใครในโลกจะสามารถ ‘เอาผิด’ สหรัฐอเมริกาได้

แต่คำถามทางหลักการทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นรองคำถามพื้นๆ ในทางเทคนิคว่า สหรัฐฯ ทำแบบนี้ได้อย่างไรในทางปฏิบัติ? เพราะจากเรื่องที่เผยออกมา ปฏิบัติการณ์มันแทบจะสายฟ้าแลบ หน่วยเดลตาฟอร์ซเหมือนเดินดุ่มๆ เข้าไปลักพาตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในยามวิกาล

ทุกคนมีคำถามพื้นๆ เหมือนกันแน่ๆ ว่าทำได้อย่างไร บางคนก็อธิบายว่ามันน่าจะมี ‘ไส้ศึก’ ข้างใน แต่ความเป็นจริงคือ คนที่รู้ว่าอเมริกาหมายหัวมาดูโร ก็น่าจะมีทหารและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลักร้อยล้อมรอบอยู่ตลอดเวลา และไม่น่าจะมีทางที่ทุกคนจะทรยศ

ที่โหดกว่าคือเรื่องราวที่ว่าหน่วยที่เข้าไปจับประธานาธิบดีมาดูโรนั้นมีแค่หยิบมือเดียว แต่ทุกคนออกมาแบบไร้รอยขีดข่วน ราวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมหาศาลไม่มีอยู่จริง หรือทำอะไรไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ปริศนานี้ก็คงจะดำรงอยู่ต่อไปและคนก็คงจะมีทฤษฎีมากมายอธิบาย

แต่เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่กระจายใน X และถูกทำการรีทวีตโดย ‘โฆษกทำเนียบขาว’ อย่างเคโรลีน เลียวิตต์ มันเป็นเรื่องที่ชวนขนลุกมาก โดยโพสต์เป็นของบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้วที่ชื่อว่า Mike Netter นี้อ้างว่าเป็นการเอาบทสัมภาษณ์ ‘ผู้รอดชีวิต’ จากเหตุลักพาตัวประธานาธิบดีมาแปลให้อ่านกัน

รวมๆ ก็คือ เขาเล่าว่าตอนเกิดเหตุการณ์ เขาก็นั่งเฝ้ายามตามปกติ แต่จู่ๆ เรดาร์ก็ดับไป มีโดรนโผล่ขึ้นมาบนหัวพวกเขา สักพักมีเฮลิคอปเตอร์มา และมีคนลงมาประมาณ 20 คน พร้อมอาวุธหนักที่เขาบอกว่า ‘ยิงได้ 300 นัดต่อนาที’ 

แต่สิ่งที่ทำให้ ‘คนหลายร้อย’ ที่คุ้มกันประธานาธิบดีสู้ไม่ได้ คืออาวุธหนึ่งที่มีเสียงดัง และเมื่อยิงออกไปแล้วถึงกับทำให้หัวแทบระเบิด บางคนเลือดออกจมูก บางคนกระอักเลือด แต่ทุกคนที่โดนต่างก็ลงไปนอนชักกระตุกบนพื้น จนหมดทางสู้

และเพียงเท่านั้น หน่วยทหารสหรัฐฯ  20 นาย ก็สามารถเดินดุ่มๆ ไปเอาตัวประธานาธิบดีจากที่พักในกรุงคาราคัส และส่งไปยังอเมริกาได้ (คาราคัสเป็นเมืองติดทะเลที่อยู่ด้านบนสุดของทวีปอเมริกาใต้ ดังนั้นการพาตัวจากเมืองมาทางทะเลก็นับเป็นเรื่องง่าย)

แน่นอน เรื่องนี้ไม่สามารถยืนยันความจริงได้ แต่ทุกคนสนใจ เพราะคนแชร์คือโฆษกทำเนียบขาว ซึ่งอีกด้าน ‘ข่าวลือ’ ว่าสหรัฐฯ มีอาวุธลับบางอย่างที่ทำให้คนเวียนหัวคลื่นไส้อย่างหาสาเหตุไม่ได้คือมีมาเป็นสิบปีแล้ว โดยคนที่โดนอาวุธนี้จะเกิดอาการที่เรียกว่า Havana Syndrome ถ้าจะอธิบายก็คืออาการคล้ายๆ เหตุการณ์ที่ผู้รอดชีวิตเล่ามาเลย เพียงแต่อาจเบากว่า

ทั้งหมดก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป และถ้ามันมี ‘อาวุธลับ’ ที่โหดดังในเรื่องเล่านี้จริง มันก็น่าจะเป็นอาวุธลับจริงๆ ที่อเมริกาจะไม่เปิดเผยว่าตนมีในมือ

และไม่ว่าอาวุธลับที่ว่านี้จะมีจริงหรือไม่ แต่ ‘ความน่ากลัว’ ด้านการทหารของกองทัพสหรัฐฯ ก็คือของจริง เพราะข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ สหรัฐฯ น่าจะเป็นประเทศที่สามารถส่งหน่วยรบพิเศษไปลักพาตัวผู้นำประเทศอื่นได้ถึงที่นอน โดยที่หน่วยรบพิเศษไม่ได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ

อ้างอิง:

  • The Daily Telegraph. ‘Vomiting blood’: Witness claims US used powerful mystery weapon during Maduro raid. https://shorter.me/_cH24