2 Min

‘ลามะ’ สัตว์บำบัดชวนใจฟู แต่อย่าทำพวกมันไม่สบายใจ เพราะมันอาจถ่มน้ำลายใส่เรา

2 Min
20 Views
24 Dec 2025

นับเนื่องมานานกว่า 6,000 ปีแล้ว ที่มนุษย์นำเอา ‘ลามะ’ มาเลี้ยงไว้ใช้ประโยชน์ เริ่มมาตั้งแต่คนที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขาแอนดีส ใช้บรรทุกขนส่งสัมภาระตามเส้นทางการค้าบนขุนเขาที่ยาวไกล ใช้ขนมาทำสิ่งทอ รวมถึงใช้มูลบำรุงดิน 

ขณะที่ปัจจุบัน ลามะถูกยกระดับการใช้งานมาเป็น ‘สัตว์บำบัด’ จากลักษณะนิสัยของสัตว์และคุณลักษณะด้านร่างกาย 

ข้อมูลจาก Llamas of Hot Spring บริษัททัวร์เดินป่ากับลามะและการบำบัดด้วยสัตว์ อธิบายว่า ลามะเป็นสัตว์ที่รักสงบ ไม่ตื่นตกใจง่ายเหมือนสุนัขบางสายพันธุ์ ขนาดตัวไม่ใหญ่เกินไปจนทำให้รู้สึกกลัว ขนของลามะยังให้สัมผัสนุ่มนวลชวนให้รู้สึกปลอดภัย ซึ่งผู้ป่วยที่มีบาดแผลทางใจ โรคกลัวหรือวิตกกังวล ควรรับลามะไว้ดูแลจิตใจสักตัว 

อย่างไรก็ดี การใช้ลามะเป็นสัตว์บำบัดก็มีเรื่องควรระวังหากไม่ฝึกสัตว์ให้ดีก่อน ด้วยนิสัยการถ่มน้ำลายที่อาจพาคนหนีห่างแทนที่การโอบกอด

โดยทั่วไปลามะไม่ได้ถ่มน้ำลายเพราะเกลียดคนเป็นหลัก แต่เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่ใช้สื่อสาร ซึ่งการถ่มน้ำลายใส่สัตว์ในฝูงเป็นการบอกว่าให้ถอยออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงลำดับชั้น ข่มตัวอื่นว่าข้านี่ล่ะคือจ่าฝูง 

ในฝูงลามะ การถ่มน้ำลายเป็นวิธีที่พวกมันใช้บ่อยในการสร้างและรักษาลำดับชั้นทางสังคม ลามะที่ครองอำนาจอาจถ่มน้ำลายใส่ตัวที่ด้อยกว่าเพื่อยืนยันตำแหน่งของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาแย่งชิงอาหาร มันจะใช้การถ่มน้ำลายเป็นการบอกว่านี่คือของฉัน

กับอีกเหตุผล ลามะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบให้ใครมารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว การถ่มน้ำลายใส่อย่างรวดเร็วเป็นการส่งสัญญาณเพื่อบอกว่าแกกำลังเข้ามาใกล้ฉันมากไป และควรออกให้ห่างกว่านี้

กรณีที่เกิดมีลามะถ่มน้ำลายใส่คน นั่นอาจเป็นเพราะมองว่ามนุษย์เข้าใกล้เกินไป มันจึงอาจทำแบบเดียวกันนั้นกับคน

ขณะเดียวกันลามะที่ถูกเลี้ยงหรือใกล้ชิดกับคนมาตั้งแต่เล็ก อาจมองมนุษย์เป็นลามะตัวอื่น พอโตขึ้นจึงใช้พฤติกรรมถ่มน้ำลายกับคนแทน แต่โอกาสเกิดถือว่าน้อยมากๆ 

นอกจากนี้ การส่งเสียงดัง การถูกจับตัวบ่อยๆ การขังในที่แคบ หรือการพาลามะไปยังสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินก็อาจทำให้สัตว์เครียดและถุยน้ำลายอย่างไม่สบอารมณ์

สำหรับ Llamas of Hot Spring ที่นี่คอนเฟิร์มว่าตลอด 8 ปีที่ให้บริการ ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนติเตียนเรื่องถูกลามะถ่มน้ำลายใส่ 

ฉะนั้น ก่อนเลือกลามะมาเป็นสัตว์บำบัด ก็ควรต้องสืบสาวรายละเอียดผู้ให้บริการให้ดีเสียก่อนว่าฝึกหรือดูแลมาดีไหม 

หรือในทางกลับกันเราเองก็ต้องเข้าใจภาษากายของลามะให้ดี ถ้าเมื่อไหร่ที่ลักษณะของหูเริ่มลู่ไปด้านหลัง นั่นเป็นสัญญาณที่เตือนว่าลามะเริ่มกระสับกระส่าย

เพราะต้องไม่ลืมว่าน้ำลายที่ลามะถ่มออกมา ไม่ใช่น้ำลายธรรมดา แต่มีเนื้อของอาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนจากกระเพาะประกอบด้วย ทำให้สีและกลิ่นแรงกว่าปกติ

อ้างอิง: