2 Min

อนุญาตให้ตัวเองปล่อยจอยบ้างเถอะ! รู้จัก ‘La Dolce Vita’ คอนเซ็ปต์ที่สอนให้เรา มีความสุขกับทุกๆ สิ่งในชีวิต

2 Min
51 Views
19 Dec 2025

ต้องหุ่นดี
ต้องมีรายได้เยอะๆ
ต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ก่อนอายุ 30

บ่อยครั้งที่เราได้ยิน ‘ต้อง’ เหล่านี้จากที่ต่างๆ ซึ่งมาพร้อมกับคำสอนที่กำชับให้เราแข่งขันเพื่อให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนได้สมาทาน ‘ต้อง’ ดังกล่าวเข้าไปเป็นโจทย์หลักของชีวิต จนทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องคอยวิ่งไล่ล่าเป้าหมายต่างๆ อย่างไม่รู้จบ จนลืมที่จะมีความสุข แต่รู้หรือไม่ว่ามีวลีหนึ่งในภาษาอิตาเลียนที่สอนให้เรารู้จักชื่นชมกับสิ่งต่างๆรอบตัว และหาความสุขจากมันช้าๆ วลีนั้นคือ ‘ลา โดลเช วีตา’ (La Dolce Vita) ที่มีความหมายว่า ‘ชีวิตอันแสนหวาน’

วลีดังกล่าวนี้มีต้นกำเนิดมาจากภาพยนตร์ชื่อ ‘La Dolce Vita’ โดยเป็นผลงานของผู้กำกับชื่อดังตลอดกาลอย่าง ‘เฟเดอริโก เฟลลินี’ (Federico Fellini) ที่ออกอากาศเมื่อปี 1960 และนำแสดงโดย ‘มาร์เชลโล มาสโตรยานนิ’ (Marcello Mastroianni)  และ ‘อนิตา เอกเบิร์ก’ (Anita Ekberg) โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักหนังสือพิมพ์หนุ่มเจ้าสำราญคนหนึ่งที่ได้ใช้เวลา 7 วันในกรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยเขาได้ใช้เวลาเหล่านี้วุ่นวายไปกับการทำงาน และพัวพันกับสาวสวยหลายคน เพื่อค้นหาความรักและความสุขในชีวิต ซึ่งในภาพยนตร์นี้เองก็ได้บรรยายหลายฉากที่พระเอกได้เอนจอยไลฟ์ด้วยการใช้ชีวิตกับหญิงสาวในสถานที่ชื่อดังกลางกรุงโรม อย่างการจู๋จี๋กันในน้ำพุเทรวี หรือการเล่นดนตรีแจ๊สในโบสถ์ ซึ่งไลฟ์สไตล์นี้เองที่ได้กลายเป็นที่มาของวลี ‘ชีวิตอันแสนหวาน’

โดยช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายนั้นเป็นช่วงเวลาที่กรุงโรมกำลังฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นช่วงเวลาที่ชนชั้นกลางของอิตาลีที่ได้ลืมตาอ้าปากจากความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ จนสามารถสัมผัสได้กับวิถีชีวิตอันหรูหราที่ไม่เคยเจอมาก่อนในอดีต ดังนั้น ในช่วงแรก La Dolce Vita จึงมีความหมายถึงชีวิตในฝันอันหรูหราที่สามารถหาได้ในกรุงโรม ก่อนที่ต่อมาวลีดังกล่าวจะแพร่หลายไปในสังคมอเมริกัน และได้ลดทอนบริบทให้มีความหมายเป็นเพียงชีวิตที่ได้มีความสุขกับทุกๆ สิ่ง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะหรูหราหรือธรรมดามากเพียงใด หรือชีวิตที่สามารถสร้างความสุขได้จากสิ่งเล็กๆ รอบตัว

ปัจจุบันนี้ผู้คนจำนวนมากได้ใช้วลีดังกล่าวในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตที่เอนจอยไปกับการได้เลือกเสื้อผ้าดีๆ ใส่ การได้กินอาหารถูกปาก และการได้ฟังเพลงที่ถูกใจ ในขณะที่บางคนก็นำสำนวนนี้มาบรรยายถึงชีวิตที่ได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับคนที่ตนเองรัก ทั้งพ่อแม่หรือแฟน แต่ไม่ว่าความหมายของมันจะถูกนิยามอย่างไร La Dolce Vita ก็เป็นวลีที่มีแก่นแท้ที่สอนให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสิ่งที่เรารัก และเป็นวลีที่สอนให้เรารู้จักคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ที่เราได้เข้าไปสัมผัส ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้เสมอ