ระหว่างการเป็นคน ‘ใจดี’ เป็น ‘คนดี’ ทุกคนคิดว่าอะไรดีกว่ากัน? ฟังเผินๆ แล้วมันอาจดูเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันอยู่ที่ ‘เจตนา’
ก่อนอื่นต้องลบคำว่า ‘คนดี’ ในความหมายทางพระพุทธศาสนาไปก่อน คนดีในที่นี้หมายถึง คนที่คนอื่นมักมองว่า ‘ดี’ ถ้าแยกระหว่างคำว่า ‘niceness’ กับ ‘kindness’ อาจเห็นความแตกต่างชัดขึ้น
ซินเทีย เวจาร์ (Cynthia Vejar) รองศาสตราจารย์และผู้อำนวยการหลักสูตรให้คำปรึกษาวิทยาลัยเลบานอน วัลเลย์ กล่าวว่า “ความดี (niceness) เป็นเหมือนเปลือกนอกของการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกและผู้คนรอบข้าง ในขณะที่ความใจดี (kindness) นั้นเป็นเรื่องภายในที่ลึกซึ้งกว่า”
ง่ายๆ ก็คือ Niceness เป็นเรื่องของความสุภาพ อ่อนโยน ดูดี ทำให้คนอื่นถูกใจหรือให้คนอื่นมองว่าเราดี หรือก็คือการเอาอกเอาใจคนอื่นตลอดเวลา ในขณะที่ Kindness คือพฤติกรรมที่เกิดจากความตั้งใจจริงจากภายในที่มาจากความเห็นอกเห็นใจ ความห่วงใย และความใส่ใจในความอยู่ดีของผู้อื่น โดยไม่มองว่าคนจะเห็นหรือไม่เห็นว่าเรา ‘ดี’ แค่ไหน เรียกง่ายๆ ว่าการมี ‘เมตตา’ นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม บางครั้งการมีเมตตาก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะดูดีเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณขอยุติความสัมพันธ์ตรงๆ เพราะคุณรู้ตัวดีว่าคุณหมดรักแล้ว นั่นคือความมีเมตตาที่อาจดูไม่ดีในสายตาคนภายนอก
แต่ทีนี้ทำไมการมีเมตตาถึงสำคัญ?
คำตอบคือ เพราะการมีเมตตาจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ซื่อสัตย์ และไว้วางใจ และมันยังสอดคล้องกับความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ด้วย
ยิ่งเราสามารถจัดการกับอารมณ์ ควบคุมความรู้สึกและสื่อสารได้มากแค่ไหน เราก็จะสามารถแยกแยะได้ว่าใครกำลังแสดงความสุภาพหรือความมีเมตตา และเราก็จะกำหนดได้ว่าตอนไหนที่ควรแสดงความใจดีหรือตอนไหนที่ควรแสดงความสุภาพในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้การรู้จักชื่นชมและแสดงความมีเมตตา ไม่ใช่แค่ตัวบ่งชี้ระดับ EQ แต่ยังมีผลต่อความสำเร็จในความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องความไว้วางใจและความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในคู่รัก หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับการปฏิบัติด้วยการขาดความเมตตา
แล้ววิธีที่เราจะพัฒนาความมีเมตตา (Kindness) ทำอย่างไร?
1 – สังเกตเจตนา: ถามตัวเองว่า “เราทำสิ่งนี้เพื่อให้คนอื่นรู้สึกดีจริงไหม” หรือแค่ “อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราดี”
2 – มีสติ/ใส่ใจความรู้สึกตัวเราเองและผู้อื่น: ผ่านการสะท้อนความคิด (Self-reflection), การจดบันทึก, หรือแม้แต่การเดินเล่น สงบใจ เพื่อให้ใจโฟกัสที่การมีเมตตาจริงๆ มากกว่าภาพลักษณ์
3 – กล้าพูดความจริงด้วยความอ่อนโยน: การมีเมตตาไม่ได้หมายความว่าพูดแต่สิ่งที่คนอยากได้ยินเสมอไป แต่เป็นการพูดความจริงที่ฟังแล้วอาจไม่สบายใจ แต่เราทำเพราะความเมตตาต่อเขาอย่างจริงใจ
การเป็นคนมีเมตตานั้นยากกว่าการเป็นคนดีมาก โดยเฉพาะถ้าเราแคร์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา แต่บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่ความสุภาพ แต่เป็นความจริงใจ ดังนั้น จงมอบความเมตตาให้ตัวเองและผู้อื่นบ้าง เพราะมันดีกว่าการแสดงความสุภาพเพียงอย่างเดียวแน่นอน
อ้างอิง:
- Is It Better to Be Kind or Nice? https://shorturl.asia/ibYrS
- Why Being Kind Is Better Than Being Nice https://shorturl.asia/5Yzdf