2 Min

วิจัยเผยเด็กที่ฝึกอ่านหนังสือให้น้องหมาฟัง ช่วยเพิ่มทักษะการอ่านได้มากกว่าอ่านให้ผู้ใหญ่ฟัง

2 Min
375 Views
14 Nov 2022

ถ้ายึดตามหลักการแพทย์ พัฒนาการด้านการอ่านของเด็กนั้นจะเริ่มตั้งแต่อายุ 6-8 เดือนแต่ช่วงหลักจะเป็นตอนปฐมวัยถึงประถมศึกษาต้นเพราะมีอัตราการเจริญเติบโตของสมองมากที่สุด

แต่ก็เป็นอย่างที่รู้กันว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีการเจริญเติบโตเท่ากัน เพราะการอ่านก็เหมือนพัฒนาการแบบอื่นที่เป็นเรื่องปักเจก เด็กแต่ละคนต่างมีมากน้อยแล้วแต่สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย

ถึงกระนั้นในกรณีของเด็กที่มีทักษะการอ่านช้ากว่าที่ควรจะเป็นปัจจุบันก็ได้มีข้อแนะนำทางการแพทย์ในการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านนี้อยู่หลายวิธีโดยหนึ่งในวิธีที่เรามักเห็นเป็นประจำคือการให้เด็กฝึกอ่านออกเสียงออกมาดังๆช้าๆอย่างที่เราคุ้นตาในชั้นเรียน

แต่ความหวังดีนี้เองที่ในบางครั้งก็ทำร้ายเด็กอย่างคาดไม่ถึง

ลองนึกภาพตัวเองตอน 5 ขวบก็ได้ ว่าถ้าเราถูกบังคับให้อ่านสิ่งที่เราอ่านไม่ออก พยายามในสิ่งที่เราไม่รู้วิธี ตอนนั้นภายในจิตใจของเราจะเป็นยังไง อีกทั้งถ้าต้องยืนอ่านหน้าชั้นเรียนหรืออ่านให้อาจารย์ที่จ้องจะจับผิดฟัง ความรู้สึกแย่คงมากขึ้นเป็นทวีคูณ จนอาจทำให้เกิดแผลในใจไปเลยก็ได้

แต่ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง ที่ในปี 1999 ได้เกิดแนวคิดในการหาผู้ฟังที่เด็กสบายใจมาอยู่กับเด็กระหว่างฝึกการอ่าน ซึ่งแนวคิดเดียวกันนี้เองที่เพิ่งมีงานวิจัยออกมาสนับสนุนว่าได้ผลจริงเมื่อไม่กี่วันก่อน

ใช่แล้ว แนวคิดที่ว่าคือ การให้ผู้ฟังของเด็กเป็นน้องหมานั่นเอง

และไม่ว่าจะเป็นแนวคิดตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน หรืองานวิจัยในตอนนี้ ทั้งสองแหล่งต่างยืนยันตรงกันว่า การให้เด็กมานั่งอ่านหนังสือออกเสียงให้สุนัขฟังนั้นสามารถช่วยพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กได้ โดยเหตุผลนั้นมาจากการที่เด็กรู้สึกว่าเจ้าเพื่อนคู่ใจสี่ขานั้นไม่ตัดสินแถมยังแสดงท่าทีเชิงบวกเสมอ ส่งผลช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เด็กมากขึ้น

ที่สำคัญคือในงานวิจัยชิ้นล่าสุด พวกเขายังทำการทดลองเปรียบเทียบด้วยว่า ถ้าเทียบกับเด็กที่อ่านหนังสือโดยมีผู้รับฟังเป็นผู้ใหญ่ ผลจะแตกต่างกันยังไง ผลที่ออกมาคือ กลายเป็นสุนัขนั่นเองที่เป็นผู้ฟังที่ดีกว่า เพราะพัฒนาการด้านการอ่านของเด็กกลุ่มที่มีสุนัขเป็นผู้ฟังนั้นสูงกว่ากลุ่มที่มีผู้ใหญ่รับฟังอย่างมีนัยสำคัญ

เราพบว่าในขณะที่การอ่านดีขึ้นจากทั้งสองเงื่อนไข แต่การส่งเสริมการอ่านโดยใช้สุนัขรับฟังนั้น ช่วยให้เด็กได้รับคะแนนการอ่านด้วยปากเปล่าและการอ่านเพื่อความเข้าใจมากขึ้นกว่าอีกกลุ่มอย่างชัดเจน เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ใหญ่ที่รับฟังมักจะแถมด้วยการพูดแทรกเสมอหนึ่งในคณะวิจัยกล่าว

ฟังแบบนี้ก็ทำเอาเรามาคิดต่อเหมือนกันนะ ว่าแท้จริงแล้วอาจไม่ใช่แค่เด็กหรอก ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน การมีผู้รับฟังที่เราสบายใจที่จะเล่าให้ฟังนั้นล้วนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในวันที่เรามีปัญหา เราคงไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าผู้ฟังที่ไม่ตัดสินหรอก  จริงไหม

อ้างอิง