1 Min

รู้ไหม ‘มนุษย์’ อ้วนกว่า ‘ช้าง’ หลายเท่า

1 Min
1210 Views
04 Feb 2021

จากการศึกษาใหม่ค้นพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วช้างมีรูปร่างที่ดีกว่ามนุษย์ ถึงแม้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า แต่มีปริมาณไขมันในร่างกายน้อยกว่าเรามาก

ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย Daniella Chusyd จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ค้นพบข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจขณะทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคอ้วนในช้างที่ถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัด

โดยคาดว่า อาจมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เพราะมีอาหารให้กินอย่างเหลือเฟือและไม่ได้ออกกำลังกายหนักเท่าช้างป่า ซึ่งอาจทำให้พวกมันมีปัญหาโรคอ้วนและภาวะคล้ายเบาหวานเหมือนในมนุษย์ได้

ฝูงช้างในสวนสัตว์ | nypost.com

ทีมวิจัยจึงได้ทำการทดลองให้ช้างเอเชียทั้งหมด 44 ตัว แบ่งเป็นเพศเมีย 35 ตัว และเพศผู้ 9 ตัว จากสวนสัตว์ทั้ง 9 แห่ง ในประเทศสหรัฐฯและแคนาดา สวมสายรัดขนาดใหญ่ที่ข้อเท้าช้าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดกิจกรรมความเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของร่างกาย เหมือนกับที่ผู้คนนิยมสวมใส่ขณะวิ่งหรือออกกำลังด้วยวิธีต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดปริมาณไขมันในร่างกายของช้างเอเชีย โดยการป้อนขนมปังก้อนที่ชุบน้ำมวลหนักก่อนจะเก็บตัวอย่างเลือดมาวิเคราะห์ ซึ่งน้ำชนิดนี้จะมีดิวทีเรียมที่ช่วยให้ทราบถึงปริมาณน้ำที่แท้จริงในร่างกายของช้าง โดยนำปริมาณน้ำที่แท้จริงในร่างกายมาหักลบกับน้ำหนักตัวทั้งหมด เพื่อหาปริมาณของไขมัน

ผลจากการทดลองพบว่า ช้างเอเชียมีปริมาณไขมันในร่างกายต่ำกว่าที่คาดเอาไว้มาก โดยช้างเพศผู้มีไขมันโดยเฉลี่ยเพียง 8.5% ในขณะที่ช้างเพศเมียมีไขมันอยู่ราว 10%

ในทางตรงกันข้าม มนุษย์ปกติมักจะมีปริมาณไขมันในร่างกายโดยเฉลี่ยระหว่าง 6% – 30%

ซึ่งหมายความว่า มนุษย์ส่วนใหญ่มีปริมาณของไขมันในร่างกายมากกว่าช้างเอเชียที่ถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม การค้นพบนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่า ช้างเอเชียที่ถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัดไม่ได้สุขภาพแย่ตามที่คาดไว้
นอกจากปริมาณไขมันในร่างกายต่ำแล้ว ยังพบว่าพวกมันเดินออกกำลังมากกว่าที่คิด และอัตราการให้กำเนิดลูกช้างที่ต่ำ เนื่องจากสัตว์มีน้ำหนักเกินนั้นไม่ใช่ความจริง…

อ้างอิง:

  • bbc. “อ้วนกว่าช้าง” ไม่ใช่คำพูดเกินจริง พบคนปกติมีสัดส่วนไขมันสูงกว่าช้างเอเชีย. https://bbc.in/3teHIOd
  • Iflscience. The Average Human Is Probably Fatter Than An Elephant, Study Suggests. https://bit.ly/2YAmfRL
  • nypost. Humans are fatter than elephants, according to science. https://bit.ly/3j5XZAC