‘Rolex’ แบรนด์นาฬิกามูลค่าสูง แต่ชื่อเป็นคำที่ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะมันเกิดจากเสียงกระซิบในหัว
‘Rolex’ (โรเล็กซ์) เมื่อเอ่ยชื่อนี้คงนึกเป็นอื่นใดมิได้นอกเสียจากแบรนด์นาฬิกาที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหรา ทนทาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติกันน้ำอย่างเยี่ยมยอด ตลอดจนเรื่องพื้นฐานอย่างการบอกเวลา ที่ได้รับคำนิยมว่า ‘เที่ยงตรง’ มากที่สุด
แถมแบรนด์ก็ยังมีความแข็งแกร่งในมูลค่าความเป็นสินทรัพย์ ที่ยิ่งนานวันมูลค่าก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกล่าวได้ว่า ตลาดการซื้อขายนาฬิกาหรูแบรนด์นี้ สูงเสียยิ่งกว่ามูลค่าหุ้น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์เสียอีก
แต่ใครจะคิดล่ะ ว่าความแข็งแรงของแบรนด์ที่นับวันก็ยิ่งแกร่งและถูกจดจำได้ง่ายๆ นี้ มันกลับ “ไม่มีความหมายอะไรซ่อนอยู่เลย” เมื่อเอ่ยถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อที่คุ้นเคย
เพราะแท้จริงแล้วคำว่า Rolex เป็นคำที่ไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ ขณะเดียวกันก็กลับมี ‘ที่มา’ ที่จะเรียกว่าผ่านการคิดมาอย่างดีแล้วก็ไม่เชิงเสียทีเดียว
เรื่องนี้ย้อนไปเมื่อ ‘ฮันส์ วิลส์ดอร์ฟ’ (Hans Wilsdorf) ผู้ริเริ่มได้พาตัวเองเข้าสู่กระบวนการคิดชื่อให้กับแบรนด์ ตัวเขาตั้งเงื่อนไขที่กลายเป็นจุดสำคัญของเรื่องเลยว่า ต้องเป็นชื่อที่ฟังดูหรูหรา แต่สามารถออกเสียงและจดจำได้ง่าย ไม่ว่าจะพูดด้วยภาษาใดก็ตาม
ตรงนี้ต้องคั่นไว้ว่า เป็นการคิดคอนเซ็ปต์ที่ชัดมากจริงๆ เพียงแต่การสร้างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ตามที่ตอนแรก วิลส์ดอร์ฟใช้วิธีจับพยัญชนะและสระมาสังวาสกันมากกว่าร้อยหน แต่มันก็ไม่สามารถตกไข่มาเป็นชื่อได้เสียที – ไม่มีชื่อไหนถูกใจเลยสักอัน
แต่ปัญหาก็จบลงง่ายๆ ในเช้าวันหนึ่ง ขณะวิลส์ดอร์ฟกำลังนั่งรถม้าอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกระซิบขึ้นข้างหูว่า ‘โรเล็กซ์’
แม้ว่ามันจะเป็นดังเสียงกระซิบในหัวที่ไร้ที่มาและความหมาย แต่วิลส์ดอร์ฟก็ตกลงปลงใจใช้ชื่อนี้สร้างแบรนด์นาฬิกาแห่งความเที่ยงตรง หรูหรา และทนทาน และได้จดทะเบียนการค้าในปี ค.ศ. 1908
ฮันส์ วิลส์ดอร์ฟ ให้เหตุผลว่า ชื่อนี้ ‘ออกเสียงง่ายในหลายภาษา’ และ ‘สะกดผิดยาก’ จากลักษณะการออกเสียง อีกทั้งยังเป็นชื่อที่สั้น จึงดูสะอาดตาและไม่เกะกะเมื่อพิมพ์ลงบนหน้าปัดนาฬิกา
แต่ถ้าหากถามหาความหมายของมันแล้ว ก็สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า ‘ไม่มี’
ถ้าเปิดพจนานุกรมภาษาอังกฤษ เราก็จะพบแค่คำว่า ‘Role’ และก็ข้ามไป ‘Roll’ เลย ไม่มี ‘Rolex’ ตีพิมพ์คั่นกลางอยู่ตรงนั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็มีหมายเหตุคั่นไว้อีกนิดหน่อยว่าในช่วงต้นของการผลิตนาฬิกา วิลส์ดอร์ฟ ค่อนข้างระมัดระวังในการโปรโมตชื่อแบรนด์อยู่พอสมควร เขาไม่ได้ประทับตรา ‘Rolex’ ลงบนเรือนนาฬิกาเลยเสียตั้งแต่ต้น
แต่กลับใช้วิธีปั๊มตราในทุกๆ เรือนที่ 6 ของการผลิต ที่ตอนนี้จะเรียกว่าเป็น ‘ลิมิเต็ดอิดิชัน’ ก็ได้
เรื่องนี้ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เพราะเวลานั้นคนที่ซื้อนาฬิกาส่วนใหญ่มักขอให้สลักชื่อตัวเองลงในเรือนหรือหน้าปัด ถ้าหากมีอะไรมาเขียนไว้ก่อนแล้ว ก็กังวลว่าลูกค้าอาจถอยห่างเสียจนขายไม่ออก – อาจไม่ได้เป็นตำนานมาถึงตอนนี้ก็ได้
จนถึงที่สุด วิลส์ดอร์ฟก็ตัดสินใจปั้นแบรนด์อย่างจริงจัง ประทับชื่อ ‘Rolex’ ลงบนนาฬิกาทุกเรือนตอนปี 1926 เมื่อได้ผลิตรุ่น Oyster ที่มีคุณสมบัติกันน้ำออกมาจนเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สืบต่อกันในรุ่นต่อๆ มา จนกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จักเป็นอย่างดี และการันตีคุณภาพเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
แถมท้ายอีกนิด อัตลักษณ์อันเป็นมูลค่าอีกอย่างของ ‘Rolex’ ยังถูกเพิ่มเติมจากสัญลักษณ์ ‘มงกุฎ’ ที่เติมมาในปี 1930 ที่ต่อมาได้รับการยอมรับว่าเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่บ่งบอกถึงความ ‘วิลิศมาหรา’ ของ ‘นาฬิกาหรู’ ได้เป็นอย่างดี
และสุดท้าย ทั้งสองก็ถูกหลอมรวมเป็นมูลค่าทางอัตลักษณ์มากมายอย่างไร้วันเสื่อมคลาย
อ้างอิง:
- Rolex Logo & Rolex Name: A Complete Historical Guide https://shorturl.asia/RjDvB
- Rolex watches a better investment than stocks, gold or real estate if you bought a decade ago, and sellers believe they’ll continue to deliver value https://shorturl.asia/B3GIf
- 5 Surprising Facts About Rolex That Will Blow Your Mind https://shorturl.asia/9D5y0