‘เมื่อวันที่ขาย’ ไม่ควรเป็นวันสุดท้ายของความรับผิดชอบ เบื้องหลัง HomePro Circular Economy Ecosystem ที่ทำให้ ‘ของเก่า’ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่อีกครั้ง

10 Min
2203 Views
17 Aug 2026

คำว่า ‘บ้าน’ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่สถานที่สำหรับอยู่อาศัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางของทุกมิติในชีวิต ทั้งทำงาน พักผ่อน สุขภาพ และคุณภาพชีวิต

เมื่อความหมายของบ้านเปลี่ยนไป ความคาดหวังที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์เรื่องบ้านก็เปลี่ยนตาม จากมองหาสินค้าที่ดีที่สุด สู่การมองหาแบรนด์ที่สามารถดูแลบ้านและคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว

ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงคู่คนทำบ้านมานานอย่าง ‘โฮมโปร’ (HomePro) ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้และทรานส์ฟอร์มตัวเองครั้งใหญ่จากค้าปลีก
จำหน่ายสินค้าและบริการเรื่องบ้าน สู่ ‘Home Lifetime Companion’ หรือ เพื่อนคู่บ้านตลอดชีวิต ที่ไม่ได้อยู่กับลูกค้าเพียงวันแรกที่ซื้อสินค้า แต่อยู่ในทุกๆ ช่วง เพื่อดูแลบ้านและสินค้าตลอดวงจรชีวิต พร้อมนำแนวคิด Circular Economy มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

BrandThink ได้พูดคุยแบบเอกซ์คลูซีฟกับผู้บริหาร คุณอุไรวรรณ  ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HomePro ถึงเบื้องหลัง HomePro Circular Economy Ecosystem ระบบที่ทำให้ ‘ของเก่า’ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง 

พร้อมชวนหาคำตอบว่า เหตุใดค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านอย่าง HomePro จึงหันมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง และทำไม HomePro ถึงเชื่อว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ในบ้านของผู้คน คือ จุดเริ่มต้นของเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน

จากที่ HomePro อยู่คู่กับคนทำบ้านมานาน สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในมุมมองเรื่องบ้านของคนยุคใหม่อย่างไรบ้าง

เราอยู่กับลูกค้ามา 30 ปีแล้ว มองว่าปัจจุบันลูกค้าให้ความสำคัญกับบ้านมากขึ้น และบ้านกลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต เป็นทั้งพื้นที่ ทำงาน ศูนย์รวมความบันเทิง ปาร์ตี้สังสรรค์ หรือบางคนใช้เป็นที่พักผ่อนเป็นเซฟโซนในวันหยุด

พอเราอยู่กับลูกค้ามานาน เราจึงเข้าใจและกลับมาทบทวนว่า HomePro จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อตอบโจทย์ความเป็นบ้านของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทรานฟอร์มครั้งใหญ่ สู่การเป็น ‘Home Lifetime Companion’ หรือ ‘เพื่อนคู่บ้านตลอดชีวิต’

จุดประสงค์คือ อยู่ลูกค้าในทุกช่วงชีวิตของการอยู่อาศัย  ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด และอยู่จังหวัดไหน เราก็พร้อมดูแลให้ทั้งเรื่องสินค้าและบริการตลอดอายุการใช้งาน

เมื่อวางบทบาทไว้ชัดเจน จึงต่อยอดโปรเจกต์ต่างๆ ที่มาซัพพอร์ตและสนับสนุนแนวคิดนี้  ตั้งแต่การยกระดับทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ ขยายศูนย์ซ่อมมืออาชีพ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันเราสามารถซ่อมสินค้าได้เกือบทุกประเภทที่จำหน่าย

และเมื่อสินค้าหมดอายุการใช้งาน นั่นคือจุดเริ่มต้นกลไกถัดไปของ HomePro Circular Economy Ecosystem เพราะหากเราดูแลบ้านให้ลูกค้าได้ ก็ต้องช่วยดูแลปลายทางสินค้าได้ด้วยเช่นกัน

Circular Economy คืออะไร

หลายคนเข้าใจว่า Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ การรีไซเคิลเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว การรีไซเคิลเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของระบบของโฮมโปรเท่านั้น 

สำหรับ HomePro มองว่า หัวใจหลักของระบบนี้ คือ การทำให้ทรัพยากรอยู่ในระบบนานที่สุด  และเกิดคุณค่าสูงสุด ไม่ใช่เพียงการจัดการของที่ไม่ใช้แล้วที่ปลายทางด้วยการรีไซเคิล เราจึงกลับมาตั้งคำถามว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่จะทำให้สินค้าอยู่ในระบบนานที่สุด

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้เริ่มจากการรีไซเคิล แต่เริ่มจากการยืดอายุการใช้งานสินค้าให้นานที่สุดก่อน หากซ่อมได้ เราแนะนำให้ซ่อมก่อนทิ้ง เป็นทางเลือกแรกก่อน เพราะทรัพยากรที่ยั่งยืนที่สุด คือทรัพยากรที่ถูกใช้งานได้นานที่สุด

เมื่อสินค้าถึงวันที่ไม่สามารถใช้งานได้ต่อ HomePro จะช่วยรับคืนของเก่าจากบ้านลูกค้า เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก และรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ก่อนนำวัสดุหมุนเวียนกลับมาเป็นวัตถุดิบในการพัฒนาสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ให้ได้มากที่สุด

โครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ หรือ Trade-In เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งของ  HomePro Circular Economy Ecosystem ที่ทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น 

หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะซื้อจาก HomePro หรือที่ไหนก็ตาม เพียงสินค้าอยู่ในสภาพที่มีชิ้นส่วนครบ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทีมช่างโฮมโปรจะติดตั้งสินค้าใหม่ พร้อมถอดถอนสินค้าเก่ากลับมาช่วยจัดการให้อย่างถูกวิธี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และยังได้รับส่วนลดตามเงื่อนไขของแต่ละแคมเปญสูงสุดถึง 10,000 บาท 

จากนั้นของเก่าทั้งหมดที่รับคืนกลับมา จะถูกขนส่งกลับมาที่ศูนย์กระจายสิน
ค้าวังน้อย (HomePro Distribution Center, Wang Noi) เพื่อรวบรวมและส่งต่อไปยังโรงงานคัดแยกและรีไซเคิลของพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตและการ
รับรองตามมาตรฐาน และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม 

วัสดุหมุนเวียนต่างๆ จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นสินค้าใหม่
ที่เรียกว่า สินค้ารักษ์โลก (Circular Products) และกลับมาวางจำหน่ายที่ HomePro และ Mega Home อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็นรักษ์โลก กล่องเก็บของอเนกประสงค์ และสินค้าอื่นๆ ที่ช่วยให้ทรัพยากรถูกหมุนเวียนใช้ประโยชน์ได้ต่อเนื่อง 

สำหรับ HomePro ความสำเร็จของ Circular Economy ไม่ได้วัดจากจำนวนขยะที่นำไปรีไซเคิล แต่วัดจากจำนวนทรัพยากรที่สามารถรักษาไว้ในระบบ และกลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง

หลายองค์กรก็พูดถึงเรื่องการรีไซเคิลหรือการจัดการขยะ อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Circular Economy Ecosystem ของ HomePro แตกต่างจากโมเดลทั่วไป

ในตลาดเรื่อง Trade-In มีมานานราวๆ 10 ปี แต่ส่วนใหญ่ทำเป็นอีเวนต์หรือโปรโมชัน แต่สิ่งที่ทำให้ HomePro แตกต่างคือ เราทำเรื่องนี้จริงจัง และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ หมายความว่าลูกค้าสามารถเข้ามาร่วมโครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ ได้ทุกวัน เพราะเราเริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่จากการทำโปรโมชั่น

อีกเรื่องคือ ปัจจุบันมีสินค้าหลากหลาย Category ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้มากกว่า 70 ประเภท ครอบคลุมทุกเรื่องบ้าน ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง เครื่องครัว สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ ลูกบิด ประตู ดิจิทัลดอร์ล็อกต่างๆ หรือจักรยาน ก็สามารถ Trade-In ได้หมดเลย

แต่สิ่งที่ทำให้โมเดลนี้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่การรับคืนสินค้า แต่คือระบบที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

HomePro มีจุดแข็งที่ระบบโลจิสติกส์มากว่า 20 ปี มีทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ที่ให้บริการหลังการขายได้ครอบคลุมทั่วประเทศ มีศูนย์ซ่อมมืออาชีพ และมีระบบดิจิทัลอย่าง HomePro Application และ HomeCard Application  ที่เชื่อมต่อบริการหลังการขายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยสามารถใช้คะแนน HomeCard แลกรับบริการซ่อมสินค้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วย  

Circular Economy จึงไม่ใช่แค่การนำของเก่ามารีไซเคิล แต่คือการเชื่อมทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตสินค้า ตั้งแต่การขาย ติดตั้ง ซ่อม รับคืน รีไซเคิล และพัฒนาเป็นสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) ให้กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า HomePro Circular Economy Ecosystem

ทำไม ถึงเชื่อว่า ‘บ้าน’ คือจุดเริ่มต้นของ ‘ความยั่งยืน’ (Sustainability) 

เรามองว่า ‘บ้าน’ คือจุดเริ่มต้นของการใช้ทรัพยากร ทุกการเลือกซื้อ การใช้งาน และการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า ล้วนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เราคิด เพราะฉะนั้น ถ้าอยากสร้างความยั่งยืน การเริ่มต้นจากบ้าน จึงเป็นจุดที่ใกล้ตัวและทำได้จริงที่สุด

วันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษ และปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคน และในฐานะ HomePro ดูแลเรื่องบ้านมาตลอด เชื่อว่าการทำให้บ้านน่าอยู่ในวันนี้ ไม่ควรแลกกับผลกระทบต่อโลกในวันข้างหน้า

ในอีกมุมหนึ่ง เราเริ่มต้นจากการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) จากผลสำรวจลูกค้าพบว่า จริงๆ คนทำบ้านส่วนใหญ่ อยากมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หลายคนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่สะดวกถอดถอนหรือขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า หรือไม่รู้ว่าจะนำไปจัดการที่ไหนอย่างถูกวิธี

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ HomePro Circular Economy Ecosystem เราไม่ได้ต้องการเพียงชวนทุกคนให้มารักษ์โลก แต่ต้องการออกแบบระบบที่ทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องง่าย สะดวก และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

เพราะสำหรับ HomePro ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทำได้จริง และธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรานำแนวคิด Circular Economy มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาและลงมือทำอย่างจริงจัง จนเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย Zero Landfill และ Net Zero Carbon ในระยะยาว

ตอนนี้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในไทยรุนแรงขนาดไหน

ปัจจุบันปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เฉลี่ยต่อปีประมาณ 708,454 ตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปริมาณขยะประเภทนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามพฤติกรรมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภค และสิ่งที่น่ากังวลคือ มีเพียงส่วนน้อยไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี และอีกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อาจถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป หรือเข้าสู่ระบบที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว 

สำหรับ HomePro มองว่าการแก้ปัญหา E-Waste ไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก พันธมิตรรีไซเคิล ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำกลับเข้าสู่ระบบอย่างถูกวิธี และสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง

หลังรับสินค้าเก่าจากลูกค้าแล้ว โฮมโปรนำของเหล่านั้นไปเดินทางต่อไปอย่างไร และมีระบบอะไรที่สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้จริงๆ

เชื่อว่าถ้าจะทำ Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ คือสิ่งสำคัญ เพราะผู้บริโภคควรรู้ว่า ของเก่าที่ส่งต่อให้ HomePro ไม่ได้จบลงที่การเป็นขยะ หรือถูกนำไปจัดการอย่างไม่ถูกวิธี

เราเป็นค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่ร่วมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ Closed-Loop และพัฒนาระบบที่เรียกว่า Traceability หรือระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการจัดการของเก่าสามารถตรวจสอบได้

การเดินทางของสินค้าเก่าจะมี Journey ที่เราบันทึกข้อมูลไว้ชัดเจน ทันทีที่ทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ถอดสินค้าเก่าจากบ้านลูกค้า จะมีการบันทึกข้อมูลและติด QR Code เพื่อระบุประเภทสินค้า วันที่ และพื้นที่รับคืน ก่อนที่สินค้าจะถูกขนส่งมารวบรวมที่ศูนย์กระจายสินค้าของ HomePro จากนั้นสินค้าจะถูกส่งต่อไปยังโรงงานคัดแยกของพันธมิตรที่ได้รับการรับรอง เพื่อแยกวัสดุแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นโลหะ อะลูมิเนียม หรือพลาสติกประเภทต่างๆ ก่อนเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตเป็นวัตถุดิบสำหรับสินค้าใหม่

วัสดุหมุนเวียนเหล่านี้ จะถูกรีไซเคิลและแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก แล้วส่งต่อให้กับผู้ผลิตสินค้าอีกทีหนึ่ง เม็ดพลาสติกล็อตนั้นจะนำไปฉีดขึ้นรูปผลิตเป็นตัวถังเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่หรือกล่องจัดเก็บสินค้าที่จะได้รับโค้ดผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว

ระบบ Traceability นี้ จะสามารถ Track Back ได้เลยว่าสินค้ารักษ์โลกชิ้นใหม่ที่วางขายอยู่นั้น แปรรูปและผลิตมาจากวัสดุรีไซเคิลของสินค้าเก่าในล็อตไหน มาจากจังหวัดอะไรบ้าง และส่งคืนกลับสู่สังคมได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้เลย

โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องขับเคลื่อนครบวงจรแบบนี้ มีความท้าทายอย่างไรบ้าง?

ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่มีความท้าทายที่สุด เราไม่ได้สร้างแคมเปญ แต่กำลังสร้าง HomePro Circular Economy Ecosystem ที่ต้องเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน แต่เราก็หาวิธีการทำงานกันค่อนข้างหนัก พัฒนาระบบจนครบวงจร บวกกับพื้นฐานของโฮมโปรด้วย เช่น เรื่อง Geographic ที่ช่วยซัพพอร์ตให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้

ความท้าทายแรก คือ ตอนที่เริ่มทำ ยังไม่มี Best Practice ของ Circular Economy ที่ทำเรื่องนี้เชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร และ HomePro ไม่ใช่โรงแยกขยะหรือโรงงานเคมีคอลที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึก ทุกอย่างจึงต้องเริ่มจากการเรียนรู้ ทดลอง และออกแบบระบบขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง

ความท้าทายที่สอง คือ การเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนใน Value Chain ให้ทำงานร่วมกัน และทำให้เข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน เพื่อร่วมสร้าง Scale และ Volume ของขยะและวัสดุให้มากพอที่จะดำเนินงานร่วมกันได้ 

โชคดีที่เราได้พันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ความยั่งยืนตรงกันอย่าง SCG เข้ามาช่วยร่วมวิจัยและพัฒนาระบบร่วมกัน 

และความท้าทายสุดท้าย คือ การรักษาคุณภาพและมาตรฐานของวัสดุหมุนเวียน เพราะผู้บริโภคต้องมั่นใจว่าสินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล มีคุณภาพ ปลอดภัย และประสิทธิภาพไม่ต่างจากสินค้าใหม่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน

สำหรับ HomePro ความสำเร็จของ Circular Economy ไม่ได้เกิดจากการที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งทำได้เพียงลำพัง แต่เกิดจากการที่ทุกภาคส่วนใน Ecosystem เดินไปในทิศทางเดียวกัน และนั่นคือสิ่งที่เราค่อยๆ สร้างมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

โครงการนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้มากขนาดไหนแล้ว?

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราเห็นชัดเจน ไม่ใช่แค่จำนวนของเก่าที่รับคืนกลับมา แต่คือ การที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ HomePro Circular Economy Ecosystem มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จนถึงวันนี้ HomePro ช่วยยืดอายุการใช้งานผ่านบริการซ่อมและดูแลหลังการขายจากทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ไปแล้ว 97,006 ชิ้น ขณะเดียวกันมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ ส่งคืนของเก่ากลับเข้าสู่ระบบเพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธีกว่า 590,869 ชิ้น 

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคก็สนับสนุนและให้การตอบรับสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) เป็นอย่างดี ปัจจุบันมียอดจำหน่ายมากกว่า 8,500,000 ชิ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่สินค้าที่มีคุณภาพ แต่พร้อมสนับสนุนสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

สำหรับเรา ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของ HomePro แต่สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริง

เมื่อมองในภาพรวม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเทียบเท่ากับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศผ่านการปลูกต้นไม้ประมาณ 2,400,000 ต้น และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไปได้แล้วกว่า 34,000,000 ตันคาร์บอน ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญไปสู่เป้าหมาย Zero Landfill และ Net Zero Carbon ในระยะยาว

ท้ายที่สุด ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนของเก่าที่รับคืนเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม และเห็นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถเริ่มต้นได้จากบ้านของตัวเอง 

โฮมโปรวางเป้าหมายเพื่อเดินหน้าโครงการนี้ไว้อย่างไรบ้าง

เราต้องการขยายขีดความสามารถของศูนย์ซ่อมให้รองรับประเภทสินค้าได้มากขึ้น รวมถึงประสานเรื่องค่าอะไหล่ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถซ่อมสินค้าได้ในราคาที่เข้าถึงง่าย เพราะการยืดอายุการใช้งานยังคงเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนนำสินค้าไปรีไซเคิล

ในส่วนของโครงการ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ เราต้องการเพิ่มหมวดหมู่สินค้าที่สามารถนำมา Trade-In เพื่อให้ครอบคลุมของใช้และของแต่งบ้านมากขึ้น

เรามองว่า Circular Products ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะเรื่องลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ต้องมีความสวยงาม มีฟังก์ชันการใช้งานที่ดี และมีดีไซน์ที่ผู้บริโภคอยากเลือกใช้ด้วย

ล่าสุดเราก็ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึง 4 ทั่วประเทศมาร่วมประกวดไอเดียออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม Circular Products เพื่อเจาะกลุ่มแคมเปญสำหรับคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น

ส่วนเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางในปี 2030 เราตั้งเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้ารักษ์โลกกลุ่ม Circular Products นี้ให้มีสัดส่วนคิดเป็น 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้มวลรวมทั้งหมดของโฮมโปร ตั้งเป้าว่าทุกการเปลี่ยนเล็กๆ ในบ้านของทุกคน จะสามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยผลักดัน Circular Economy ได้ ก่อนที่จะก้าวสู่เป้าหมายความยั่งยืนสูงสุดร่วมกับระดับสากลอย่าง Net Zero ในปี 2050 

สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงคนไทยให้มาร่วมเปลี่ยนไปด้วยกัน

เริ่มได้ง่ายและใกล้ตัวเรามากๆ ค่ะ เพียงแค่แวะเดินเข้ามาใน HomePro มีสาขาที่ครอบคลุมถึง 128 สาขาใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ แล้วลองเปิดใจร่วมสนับสนุนเลือกใช้สินค้ารักษ์โลกสักหนึ่งชิ้น การได้เริ่มต้นร่วมทำสิ่งดีๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกันในวันนี้ วันละนิดละหน่อย เชื่อว่ามันจะช่วยให้เรารู้สึกใจฟูและภูมิใจว่าทุกการเปลี่ยนของเรามีส่วนร่วมดูแลโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

หรือแม้แต่ของใช้ชิ้นเก่าในบ้านที่ชำรุดเสียหาย จึงอยากฝากว่า บางครั้งมันยังสามารถนำมาซ่อมแซมได้อยู่ ไม่จำเป็นต้องนำไปทิ้งเป็นขยะเลย อยากชวนทุกคนหันมาปรับพฤติกรรม ซ่อมก่อนทิ้งเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด และเมื่อถึงเวลาที่ต้องอัปเกรดเครื่องใหม่จริงๆ ก็นำของเก่าชิ้นนั้นมาแลกกับเราเพื่อความสบายใจ ว่ามันจะผ่านกระบวนการหลังบ้านของโฮมโปรไปจัดการอย่างถูกวิธี
และเป็นมิตรต่อโลกจริงๆ