นี่ห้องนอนหรือกองขยะ? สำรวจจิตวิทยาการปล่อยให้ห้องรก ของ ‘โรคเก็บสะสมของ’
หลายคนอาจเคยเห็นภาพข่าวห้องเช่าที่เต็มไปด้วยข้าวของกองพะเนินจนแทบไม่มีพื้นที่ให้เดิน จนเผลอสรุปไปว่าเจ้าของห้องนั้นเป็นคน ‘ขี้เกียจ’ ที่ไม่รักความสะอาด
แต่ในมุมมองทางจิตเวช ภาพเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องของนิสัย แต่คือ ‘ภาวะผิดปกติ’ ที่ควรได้รับการรักษา ที่เรียกว่า ‘โรคเก็บสะสมของ’ (Hoarding disorder)
โรคทางจิตเวชที่ผู้ป่วยไม่ได้เพียงแค่ชอบสะสมสิ่งของ แต่ผู้ป่วยจะรู้สึกอยากเก็บของทุกอย่างเอาไว้ และยากจะตัดใจในการทิ้งสิ่งของ ไม่ว่าสิ่งของนั้นจะมีคุณค่า ใช้งานได้ หรือเป็นเพียงของเหลือใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ถุงพลาสติก กล่องอาหารที่ใช้แล้ว ไปจนถึงใบเสร็จร้านสะดวกซื้อ
เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านค่อยๆ ลดลงจนกลายเป็น ‘ห้องเก็บของขนาดใหญ่’ ที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ บ้านที่ควรจะเป็นพื้นที่พักผ่อนกลับกลายเป็นกองขยะ สภาพแวดล้อมที่แออัดและรกรุงรังนี้ยังส่งผลกระทบที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาสุขอนามัย จนกระทั่งรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตนเองและคนในครอบครัว และอาจสร้างความเดือดร้อนไปสู่เพื่อนบ้านอีกด้วย
แล้วทำไมผู้ป่วยถึงไม่สามารถทิ้งของได้?
สำหรับผู้ป่วย สิ่งของไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่มีความหมายทางอารมณ์ ของบางชิ้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความทรงจำ ความรู้สึกปลอดภัย หรือความผูกพันกับเหตุการณ์หรือผู้คนในความทรงจำ การทิ้งสิ่งของจึงไม่ใช่การจัดระเบียบบ้าน แต่คือ ‘การสูญเสีย’ บางอย่างทางอารมณ์
นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนมากยังมีความยากลำบากในการตัดสินใจที่จะประเมินว่าสิ่งใดควรเก็บหรือทิ้ง การตัดสินใจที่ดูเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป เช่น การทิ้งกล่องอาหารที่ใช้แล้ว อาจสร้างความวิตกกังวลอย่างรุนแรงให้ผู้ป่วย เพราะมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘อาจจะต้องใช้ในอนาคต’ หรือ ‘ยังมีประโยชน์อยู่’ ความลังเลเหล่านี้สะสมจนทำให้การไม่ทิ้งเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
และในหลายกรณี โรคนี้ยังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ป่วย เช่น การสูญเสียคนรัก หรือการหย่าร้าง การเก็บของจึงเป็นกลไกการรับมือทางอารมณ์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกควบคุมชีวิตได้มากขึ้น และภาวะนี้มักเกิดร่วมกับปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ เช่น ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า สมาธิสั้น หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการควบคุมความคิด และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม โรคเก็บสะสมของสามารถรักษาได้ ด้วยการบำบัดทางจิตใจกับผู้เชี่ยวชาญ แล้วอย่าลืมสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง หากช่วงใดที่รู้สึกว่าห้องรกผิดปกติหรือการเก็บของเริ่มส่งผลต่อชีวิตประจำวัน
นั่นอาจไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแต่เป็นสัญญาณของโรคทางจิตเวช ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กองสิ่งของเหล่านั้น และไม่ควรถูกมองข้ามว่าเป็นแค่เรื่องของนิสัยหรือความขี้เกียจ เพราะในความเป็นจริงอาจหมายถึงผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม
อ้างอิง:
- Hoarding Disorder https://shorturl.asia/S371A
- State of the Science: Hoarding Disorder and Its Treatment https://shorturl.asia/R3EFe