ดูแลสุขภาพด้วย ‘สมุนไพร’ คู่มือจาก ‘อภัยภูเบศร’ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
‘ความกังวล’ หนึ่งในความรู้สึกของใครหลายคนในช่วงนี้ แม้ว่าจะอยู่บ้าน, ทำงานที่บ้าน หรือไม่ได้ออกไปไหนเลย ก็ยังมีข่าวว่ามีคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพัสดุ หรือการสั่งของออนไลน์
ล่าสุด ‘พญ.โศรยา ธรรมรักษ์’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ออกมาแจก “คู่มือดูแลสุขภาพฉบับประชาชน” สู้ภัยโควิด ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย และสมุนไพร ให้ทุกคนได้ดาวน์โหลดไปอ่านกันแบบฟรีๆ ซึ่งความน่าสนใจของคู่มือนี้ เขาได้บอกวิธีการรับมือกับการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย และสมุนไพร
โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาคือ ก่อนติดเชื้อ, ติดเชื้อ และหลังติดเชื้อ มาดูกันว่าในแต่ละช่วง ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
1. ก่อนติดเชื้อ
เป็นช่วงที่เราทุกคนสามารถทำได้ นั่นคือการ ‘เสริมภูมิคุ้มกัน’ ทั้งภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด และภูมิคุ้มกันชนิดไม่จำเพาะ ซึ่งการเสริมภูมิคุ้มกันถือเป็นด่านแรกในการต่อสู้ และป้องกันเชื้อไวรัสที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เม็ดเลือดขาวชนิด natural killer cells (virus-fighting white blood cells) แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการฉีดวัคซีนได้ ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (Adaptive or Acquired Immunity)
สมุนไพรที่ใช้ดูแล ในช่วงก่อนติดเชื้อ คือ
- ทานอาหารเป็นยาเสริมภูมิคุ้มกัน เน้นในกลุ่มของเครื่องเทศ เช่น กระชาย ขิง หอม หูเสื้อ ตะไคร้ กะเพรา
- ยาฟ้าทะลายโจร ในผู้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19
- ยาตรีผลา (มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน)
2. ช่วงติดเชื้อ
สามารถแบ่งได้ 3 ช่วง คือ
ช่วงลดปริมาณเชื้อไวรัส โดยส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน และเลือกใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งการ แบ่งตัวของไวรัส
ช่วงเสริมภูมิคุ้มกัน/ปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล หากมีการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน การสร้างภูมิคุ้มกันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการกับไวรัส แต่เมื่อมีไวรัสจำนวนมากแล้ว ต้องปรับให้ภูมิคุ้มกันทำงานให้เหมาะสม เพื่อลดการอักเสบ
ช่วงลดการอักเสบ ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์หรืออวัยวะในร่างกาย ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ และการทำงานของภูมิคุ้มกันที่มากเกินไป ในการพยายามที่จะกำจัดเชื้อ หรือเรียกว่า “ภาวะพายุไซโตไคน์ (cytokine storm) ”
สมุนไพรที่ใช้ดูแล ในช่วงช่วงติดเชื้อ (บรรเทาอาการผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง) คือ
- ยาฟ้าทะลายโจร
- ยาขิง
- ยาแก้ไอมะขามป้อม
- ยาสุม (รมไอน้ำ)
- ยาปราบชมพูทวีป (ใช้ในกรณีมีอาการคัดจมูก น้ำมูก หรือ หายใจไม่สะดวก ร่วมด้วย ห้ามใช้ขณะมีไข้สูง หรือตัวร้อนสูง)
3. ช่วงหลังติดเชื้อ
เป็นช่วงที่บรรเทาอาการจากผลกระทบทางสุขภาพ หลังจากติดเชื้อ อาการที่พบบ่อย เช่น ไอ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก ปวดข้อ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หลังจากที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด แม้จะออกจากโรงพยาบาลหลังตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่ผู้ป่วยยังประสบปัญหาจากความเสียหายของปอด ที่เกิดขึ้นระหว่างติดเชื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาเยียวยาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หรือ 1 ปี หรือมากกว่านั้น
สมุนไพรที่ใช้ดูแล ในช่วงหลังติดเชื้อ คือ
- ตำรับยาบำรุงปอด
- ยาตรีผลา
- ยาปราบชมพูทวีป
- ยาอภัยสาลี
สำหรับตำรับยาบำรุงปอด ประกอบไปด้วย ใบหนุมานประสานกาย, ฝาง, ใบมะคำไก่, แสมสาร, แห้วหมู และเถาวัลย์เปรียง อย่างละเท่าๆ กัน จากนั้นใส่น้ำให้ท่วมตัวยา และนำไปต้มเดือด 15 นาที ทานครั้งละ 1 แก้วชา วันละ 1 – 3 ครั้งก่อนอาหาร ทานได้นาน 3 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์แผนไทย
ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีเครื่องเทศ หรือสมุนไพร ที่ช่วยดูแลอาการเจ็บป่วยได้ดี แต่ถึงอย่างไรสมุนไพรที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวช่วยในการดูแลสุขภาพเท่านั้น ไม่ได้ทำให้หายขาดจากเชื้อโรคโควิด-19
ทั้งนี้ผู้ใช้ควรศึกษารายละเอียดการใช้สมุนไพรแต่ละชนิดอย่างรอบคอบ จากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย รวมถึงต้องทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้อง ข้อห้ามใช้ ข้อควรระวัง ก่อนพิจารณาตัดสินใจใช้ และไม่ควรบริโภคเกินความจำเป็นโดยเด็ดขาด
สำหรับฟ้าทะลายโจร ในปัจจุบันไม่พบข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้
คำแนะนำสำหรับฟ้าทะลายโจร
- ไม่แนะนำการทานฟ้าทะลายโจร เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
- ไม่แนะนำการทานฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับ ไตผิดปกติ และผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน
- การใช้ยาระยะยาว อาจทำให้ผู้ที่มีอาการหนาวง่าย มือ เท้า เย็น มีอาการกำเริบ ควรหยุดใช้หากพบอาการ ข้างเคียงดังกล่าว
- ทานเพียงวันละ 1 แคปซูล 5 วันต่อสัปดาห์ นาน 3 เดือน (คำนวณจากขนาดยาของ อภัยภูเบศร) หยุดยาได้ทันทีเมื่ออาการดีขึ้น (หากเป็นหวัดธรรมดา จะใช้เวลา 5 – 7 วัน)
- ไม่ควรรับประทานฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกัน COVID-19 ให้ใช้ตอนที่มีอาการ หรือประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เท่านั้น**
สมุนไพรไทยเหล่านี้อาจจะเป็นตัวเสริมที่ดีเท่านั้น เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าตัวช่วยที่ดีคือ ‘วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ’ หากทุกคนในประเทศได้รับวัคซีนที่ดี การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็จะลดลงเช่นกัน ซึ่งเราอาจยังจะต้องรอคอยกันต่อไป
อ้างอิง
- โรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร. คู่มือดูแลสุขภาพฉบับประชาชน> https://bit.ly/2TpBYEs