มีการขุดเมืองยุคโรมันพบรูปปั้น ‘องคชาตมีปีก’ ที่มีองคชาตเป็นของตัวเอง แถมยังมีขาและหางที่เป็นองคชาตอีกด้วย
ณ ปลายปี 2023 ที่เซอร์เบีย นักโบราณคดีเพิ่งทำการขุดค้นซากเมืองเก่าสมัยโรมันโบราณชื่อเมืองวิมิเนเซียม แล้วนักโบราณคดีก็ขุดเจอ ‘ของดี’ ซึ่งมันก็คือรูปปั้น ‘องคชาตเวทมนตร์ที่มีองคชาตของตนเอง’
แน่นอน นี่เป็นสิ่งที่อาจแปลกตาสำหรับคนยุคปัจจุบัน แต่ความเป็นจริงแล้ว เขาก็ขุดเจอ ‘เจ้าสิ่งนี้’ ที่ไซต์โบราณคดีนี้มาก่อนหน้าแล้ว และสำหรับนักโบราณคดีและคนศึกษายุคโรมันก็รู้จักสิ่งนี้กันดี เพราะมันคือสิ่งที่เรียกว่า ‘Fascinus’ ซึ่งเรียกว่าเป็น ‘เครื่องราง’ ชนิดหนึ่งของคนโรมันก็ว่าได้ พวกทหารจะนิยมพกตอนไปรบ
โดยเอาจริงๆ แล้วนานๆ ครั้งเขาก็จะขุดเจอที และขุดเจอที มันก็ต้องมีคนออกมาอธิบายว่าไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารอะไร โดยในปี 2018 ก็มีการขุดเจอ Fascinus ที่ตุรกี และก็ต้องมีคนออกมาอธิบายว่าสิ่งนี้มันคืออะไร
คนบ้านเราอาจคิดว่ามันคือ ‘ปลัดขิก’ นี่? คำตอบคือทั้งใช่และไม่ใช่
ปลัดขิกของไทย ว่ากันว่าน่าจะมาจากการย่อส่วน ‘ศิวลึงค์’ ให้มีขนาดพกพาได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น Fascinus ของโรมันก็มีรากฐานที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราก็อาจต้องย้อนไปถึงความเชื่อเกี่ยวกับ ‘องคชาต’ ของคนโรมัน
แน่นอน การเชื่อว่า ‘องคชาต’ เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์เป็นเรื่องที่แพร่หลายในสังคมโบราณอยู่แล้ว และมันก็แพร่หลายในระดับที่ว่าไม่สามารถหาต้นกำเนิดได้ว่ามันมาจากไหนด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่มีลักษณะ ‘เฉพาะ’ ของคนโรมันก็คือ คนโรมันเชื่อว่าองคชาตนั้นคือสิ่งที่มี ‘จิตใจของตนเอง’
จริงๆ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไรที่คนโบราณจะคิดแบบนี้ เพราะองคชาตคืออวัยวะที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้แบบแขนขา มันนึกจะแข็งก็แข็ง นึกจะอ่อนก็อ่อน และการที่องคชาตไม่สามารถแข็งในเวลาที่มันควรจะแข็งนี่ก็เป็น ‘ปัญหาคลาสสิก’ ของมนุษย์ผู้ชายมาแต่โบราณ
ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่สิ่งที่คนโรมันเพิ่มเติมเสริมแต่งเข้าไปก็คือจินตนาการว่าองคชาตมันมีพลังพิเศษและขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ด้วยการ ‘หลั่ง’ ซึ่งพอใส่จินตนาการลงไป มันก็เลยไปเพิ่มปีก เพิ่มขาให้องคชาต และก็ขนานนามสิ่งนี้ว่า Fascinus
คนโรมันเชื่อว่า Fascinus มีพลังเวทมนตร์ และนี่เลยเป็นรากของคำว่า fascinate โดยภาษาละตินมีคำว่า fascinare ที่แปลว่าใช้เวทมนตร์จาก Fascinus หรือพูดอีกแบบ ก็คือ fascinate ที่แปลว่า ‘ทำให้ตื่นตาตื่นใจ’ นั้นรากฐานคำมันหมายความว่า ‘ใช้เวทมนตร์ให้ตื่นตาตื่นใจ’ และเวทมนตร์ที่ว่าก็คือเวทมนตร์จาก Fascinus นั่นเอง
ทั้งนี้ Fascinus ไม่ใช่สิ่งที่จะทำมาไว้พกพาเพื่อความโชคดีเท่านั้น แต่มันเป็นเครื่องรางที่สลักไว้ตามกำแพงเป็นปกติ เพราะเชื่อกันว่ามันขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ และนี่เลยทำให้การไปขุดสถาปัตยกรรมโรมัน บางทีก็จะเจอกำแพงที่มีรูปองคชาตอยู่ และนั่นคือเวอร์ชันแบบสลักตามกำแพงของ Fascinus ไม่ใช่เกิดจากคนมือบอนไปสลักรูปองคชาตไว้บนกำแพงแต่อย่างใด
ดังนั้น เอาจริงๆ โรมันยุคโบราณมันเต็มไปด้วยองคชาต หันไปทางไหนก็มีแต่องคชาต ไม่ได้มีแค่บนกำแพง แต่มีอยู่ทั่ว มีอยู่ทุกรูปแบบ ซึ่งหลักฐานชัดๆ ว่า ‘เมืองสมัยโรมัน’ มีองคชาตอยู่ทั่วไปจริงๆ คือเมืองปอมเปอี และตรงนี้เราก็ต้องลืม ‘ทฤษฎีเก่า’ ที่เชื่อว่าจริงๆ องคชาตพวกนี้เป็น ‘ลูกศรชี้ทางไปซ่อง’ เพราะจริงๆ พวกนักโบราณคดีไม่เชื่อแบบนี้แล้ว ในยุคหลังเขาเชื่อว่ามันคือ Fascinus ดังที่เล่ามานี่แหละ
แล้วทำไมเราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ใน ‘หนังย้อนยุค’ ยุคโรมัน?
คำตอบอาจเกี่ยวกับว่ามันเป็น ‘โรมัน’ ยุคไหนด้วย เพราะหลังศตวรรษที่ 3 โรมันได้รับเอาศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาของจักรวรรดิ และผลรวมๆ คือพวกอะไรที่ ‘ทะลึ่ง’ และมีนัยทางเพศจากโลกความเชื่อแบบเก่าก็เลยถูกกวาดล้างไปหมด
อย่างไรก็ดี ก็อยากให้คิดภาพตามว่าถ้าจะฉายภาพโรมันแบบให้ตรงตามประวัติศาสตร์ และต้องให้เห็น ‘องคชาต’ เต็มกำแพงไปหมด ก็เกรงว่าคนดูจะรู้สึกตื่นตาจนหลงลืมเรื่องราวของหนังไป และก็ยังไม่ต้องพูดถึงว่าถ้า ‘องคชาต’ มันเยอะขนาดนั้น ทำเป็นหนังออกมา มันก็อาจไม่ได้ฉายในบางประเทศด้วย
ดังนั้น Fascinus ที่เป็นเรื่องปกติของสังคมโรมันโบราณมันก็จะหายไปจากภาพของสังคมโบราณในป๊อปคัลเจอร์ต่อไป และก็จะทำให้คนรุ่นหลังรู้สึก ‘fascinate’ กับ ‘Fascinus’ ต่อไป
อ้างอิง
- IFLS. ‘Magical’ Penis With Wings Found At Roman Site In Serbia. https://www.iflscience.com/magical-penis-with-wings-found-at-roman-site-in-serbia-71562
- Wikipedia. Fascinus. https://en.wikipedia.org/wiki/Fascinus
- The Guardian. Penises of the ancient world: phallus found in Roman toilet was far from the first. https://www.theguardian.com/artanddesign/2018/nov/14/romans-invent-dick-pic-young-man-penis-roman-toilet-turkey