พบดีเอ็นเอฉลามใกล้สูญพันธุ์ ในผลิตภัณฑ์อาหารแมว-หมา

2 Min
452 Views
10 Mar 2022

‘ฉลาม’ เป็นสัตว์นักล่าแห่งท้องทะเลที่อยู่ในจุดบนๆ ของห่วงโซ่อาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ถูกล่า การประมงมหาศาลของมนุษย์ก็ทำให้ฉลามหลายสายพันธุ์ในโลกนี้ตกอยู่ในสถานะ ‘ใกล้สูญพันธุ์’ แต่การศึกษาล่าสุดกลับพบดีเอ็นเอของฉลามใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ในอาหารสัตว์เลี้ยงโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว!

Shark | The Guardian

นักวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยเยลล์ เอ็นยูเอส (Yale-NUS College) ได้ทำการสำรวจพบว่า มีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์หลายยี่ห้อที่ตรวจพบว่ามีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เป็นส่วนประกอบโดยที่ระบุไว้ที่ฉลากแบบง่ายๆ เช่น ‘ปลาทะเล’ ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้สนใจและมองข้ามไปว่า ‘ปลา’ ที่ว่านั้นคือปลาอะไรกันแน่

ในการวิจัยทีมได้นำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง 45 รายการจาก 16 แบรนด์ในสิงคโปร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่อธิบายแบบรวมๆ บนฉลาก เช่น ปลาทะเล หรือ ปลาเนื้อขาว เพื่ออธิบายส่วนผสม หรือระบุเฉพาะว่าปลาทูน่า หรือแซลมอนที่เป็นรสชาติสำคัญเท่านั้น แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงปลาชนิดอื่นๆ เลย

Cat | hepper

และจากการเก็บตัวอย่างที่หมด 144 ตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบดีเอ็นเอพบว่า 1 ใน 3 ของอาหารสัตว์เลี้ยง 45 รายการมีดีเอ็นเอของฉลามอยู่ด้วย โดยสายพันธุ์ที่พบมากคือ ฉลามน้ำเงิน (Blue shark) ฉลามเส้นไหม (Silky shark) และฉลามครีบขาว (whitetip reef shark) ซึ่งในปัจจุบันฉลามเส้นไหมและฉลามครีบขาวถูกจัดอยู่ในรายชื่อบัญชีแดง ‘เสี่ยงสูญพันธุ์’ ของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ (International Union for Conservation of Nature : IUCN)

นอกจากสามสายพันธุ์นี้แล้วยังพบ ดีเอ็นเอของฉลามวีเซลเคลเลอฟิน (Sicklefin weasel shark) และ ฉลามแหลมแคริบเบียน (Caribbean sharpnose shark) และฉลามเสือ (Sand tiger shark) ซึ่งล้วนเป็นสายพันธุ์เปราะบางปะปนอยู่ในอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย

นักวิจัยระบุว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นคนรักธรรมชาติ และเชื่อว่าส่วนใหญ่จะต้องตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองเขมือบฉลามและปลาใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ เข้าไปโดยไม่รู้ตัว

Shark | guim

ประชากรของฉลามปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการประมงที่มากเกินไป (Overfishing) จนมีจำนวนลดลงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องการกินหูฉลาม แม้พวกมันเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมความสมดุลของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร แต่กลับกลายเป็นว่าเราพบการใช้ฉลามในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ หรือเครื่องสำอาง โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะหูฉลามเป็นอาหารราคาแพงที่ผู้คนยอมจ่าย แต่เนื้อฉลามนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราบริโภคกัน มีความเป็นไปได้ว่ามันจะถูกขายในราคาถูกเพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ แทน

การตรวจพบดีเอ็นเอของฉลามในอาหารสัตว์เลี้ยงอาจเป็นการสะท้อนให้เห็นการค้าเนื้อฉลามยังคงเติบโตอยู่ แม้ว่าจะมีการรณรงค์และเรียกร้องให้ลดการล่าฉลามลงเพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ 

สุดท้ายนี้ นักวิจัยระบุว่าเพื่อแก้ไขปัญหาควรเรียกร้องให้ทางบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงควรติดส่วนประกอบบนฉลากให้แน่ชัด ซึ่งเชื่อว่าเกิดขึ้นจากการใช้วัตถุดิบแบบรวมๆ ไม่ได้เจาะจงว่าต้องใช้ปลาชนิดไหนเพื่อให้ตรวจสอบได้ และผู้คนจะได้รับรู้ว่าสิ่งที่น้องแมวของตัวเองเขมือบเข้าไปนั้นทำจากอะไรบ้าง

อ้างอิง