3 Min

‘Emophilia’ หรือโรคเสพติดการ ‘ตกหลุมรัก’ คืออะไร? เหตุใดเราต้องเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

3 Min
57 Views
15 Dec 2025

มีใครเคยรู้สึกว่าตัวเอง ‘ตกหลุมรัก’ ใครสักคนได้อย่างรวดเร็วบ้างไหม? แต่เมื่อความตื่นเต้นในช่วงแรกเริ่มจางหายไป ความสัมพันธ์ก็จบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน 

นี่คือภาวะที่เรียกว่า ‘อีโมฟิเลีย’ (Emophilia) หรือการที่บุคคลมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักง่ายเกินไปและบ่อยครั้ง จนกลายเป็น ‘นิสัย’ ที่เสพติดการตกหลุมรักง่ายเกินไปในระยะเริ่มต้น และตกหลุมรักบ่อยครั้ง

ผู้ที่มีภาวะอีโมฟิเลียระดับสูง จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผูกพันทางอารมณ์ และความรู้สึกรักที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นจะต้องทำความรู้จักกับอีกฝ่าย ซึ่งภาวะนี้กำลังส่งผลร้ายต่อสุขภาพความสัมพันธ์ในระยะยาวของเราอีกด้วย

[ลักษณะของอีโมฟิเลีย]

คนที่มีภาวะอีโมฟิเลีย จะสามารถรู้สึกผูกพันทางอารมณ์ในความสัมพันธ์ได้ทันที และตัดสินว่าคนนี้คือ ‘คนที่ใช่’ ตั้งแต่เริ่มต้น โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องทำอะไรเลย

และเรามักจะมองข้ามสัญญาณของ ‘ธงแดง’ ซึ่งเมื่อความสัมพันธ์ดำเนินไปจนถึงวันที่ภาพในอุดมคตินั้นสลายลง ความสัมพันธ์ก็จะจบลงไปด้วย

ภาวะนี้ไม่ใช่แค่การเป็นคนอ่อนไหว แต่เป็นการที่คนคนหนึ่ง ‘ไล่ล่า’ และ ‘ผูกพัน’ กับความรู้สึกของการเริ่มต้นความรักอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนขาดการไตร่ตรองอย่างจริงจัง ซึ่งจะนำไปสู่การติดลูปการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

[แล้วทำไมเราถึงเสพติดการ ‘ตกหลุมรัก’]

การไล่ล่าฮอร์โมนแห่งความสุข

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของอีโมฟิเลียเกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของ ‘ฮอร์โมนแห่งความสุข’ ในสมอง เมื่อเราตกหลุมรัก โดปามีนจะหลั่งออกมาทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น มีความสุข และต้องการความรู้สึกนั้นซ้ำๆ

ความเชื่อมโยงกับ Dark Triad

ภาวะนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับลักษณะบุคลิกภาพที่เรียกว่า ‘Dark Triad’ ซึ่งประกอบด้วย ความหลงตัวเอง (Narcissism), มาเคียเวลเลียนิสม์ (Machiavellianism) และโรคจิตเภท ขาดความเห็นอกเห็นใจ ความรู้สึกผิด และการควบคุมแรงกระตุ้นที่ไม่ดี

ผู้ที่มีภาวะอีโมฟิเลียมักจะมีแนวโน้มที่จะดึงดูดเข้าหาคนลักษณะนี้ เนื่องจากมีเสน่ห์ที่เย้ายวนใจอย่างมากในช่วงแรกเริ่ม หรือในทางกลับกัน คนที่มีภาวะอีโมฟิเลียเองก็อาจมีลักษณะเหล่านี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้สึกผิดหรือเสียใจมากนัก

รูปแบบความผูกพัน

นักจิตวิทยามองว่าอีโมฟิเลียอาจมีรากฐานมาจากรูปแบบความผูกพันที่ไม่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบ ความผูกพันแบบกังวล (Anxious Attachment) การกระโดดเข้าสู่ความสัมพันธ์ใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว เป็นกลไกในการเติมเต็มความว่างเปล่าทางอารมณ์ และ ลดความกลัวที่จะอยู่คนเดียว (Fear of Abandonment)

[ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ]

1 – ขาดความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง เพราะความสัมพันธ์มักจะเริ่มต้นด้วยความเร่าร้อน แต่ขาด ‘การทำความรู้จัก’ ทำให้พลาดโอกาสที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง และพลาดที่จะได้รู้จักคู่รักของตัวเองอย่างแท้จริง และต้องจบความสัมพันธ์ลงเมื่อความตื่นเต้นหมดลง เพราะความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นไปตามภาพในอุดมคติ 

2 – ความเสี่ยงในการเลือกคู่รักที่เป็นอันตราย จากการมองข้าม ‘ธงแดง’ ในช่วงเริ่มต้น จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เลวร้าย พวกเขาอาจจะตกเป็นเหยื่อของการควบคุมหรือการทำร้ายทางอารมณ์ และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ประมาท เพราะเรามักจะเชื่อมั่นว่าเขาคือ ‘คนที่ใช่’ และจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

3 – การติดลูปความสัมพันธ์แบบนี้ซ้ำๆ จะก่อให้เกิดบาดแผลทางอารมณ์ เราจะเกิดความผิดหวังซ้ำซาก ที่ความสัมพันธ์จบลง บาดแผลก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเราเริ่มต้นใหม่เร็วเกินไป ยังทำให้เราไม่มีเวลามากพอที่จะเรียนรู้ความผิดพลาด เพื่อพัฒนาตัวเอง และเข้าใจในความรักมากยิ่งขึ้น

[การจัดการและหาทางออก]

ลดความเร็วของกระบวนการเริ่มต้นใหม่ และอยู่เป็นโสดอย่างตั้งใจ เปิดโอกาสให้เหตุผลเข้ามาทำงาน และทบทวนว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้เราต้องการความตื่นเต้นตลอดเวลา 

หรือถ้ามีโอกาสได้เริ่มต้นรักครั้งใหม่ ควรจะตั้งใจทำความรู้จักกับใครคนนั้นให้มากยิ่งขึ้น กำหนด ‘ธงเขียว’ ระบุ ‘พฤติกรรมที่เป็นพิษ’ ที่เรารับไม่ได้ และทันทีที่พบสัญญาณอันตราย ให้ยอมรับความเป็นจริง พร้อมกับถอยออกมา

และอย่างที่บอกว่า ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะมีรากฐานมาจากปัญหาความผูกพัน ดังนั้นการลงทุนในตัวเองจึงสำคัญที่สุด ให้ค้นหาและทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ และเรียนรู้ที่จะจัดการกับความรู้สึกตื่นเต้น ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตัดสินใจผิดพลาดตามแรงกระตุ้นทางอารมณ์

การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่การเริ่มฝึกใช้ ‘เหตุผล’ นำทาง ‘ความรู้สึก’ จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรการตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อ้างอิง: