‘ขายชาติ’ หรือ ‘กระตุ้นเศรษฐกิจ’ หลังมหาดไทยดันนโยบายให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้
อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ
นโยบายผลักดันให้ชาวต่างชาติครอบครองที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเกิดขึ้นมาแล้วเกือบหนึ่งปีเต็ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ถูกหลายฝ่ายโจมตีอย่างหนัก ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยเสนอมาตรการให้ชาวต่างชาติมีกำลังซื้อที่มาลงทุนในไทยมากกว่า 40 ล้านบาทไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถถือครองที่ดินได้อีกคนละ 1 ไร่ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติพักอาศัยในประเทศไทย 1 ล้านคนภายใน 5 ปี รวมทั้งเพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท แต่ ส.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ จากพรรคเพื่อไทยบอกว่า “คนอื่นทำเรียกขายชาติ ประยุทธ์ทำเรียกกระตุ้นเศรษฐกิจ“
การพยายามแก้กฎหมายให้คนต่างชาติถือครองแผ่นดินในประเทศไทยได้ ภายใต้เหตุผลของการดึงดูดเงินชาวต่างชาติที่ร่ำรวยเข้าสู่ประเทศ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 18 กันยายน 2564 จากกรณีที่ชาวต่างชาติซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนห้องในโครงการ รัฐบาลประยุทธ์ก็เสนอมาตรการต่างๆ เช่น ถือวีซ่าระยะยาวโดยไม่ต้องแจ้งอีกต่อไป ปรับลดอากรขาเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบประเภทซิการ์ลงครึ่งหนึ่งเพื่อเอาใจชาวต่างชาติไม่ต้องจ่ายภาษีแพงๆ ยกเลิกเงื่อนไขใบอนุญาตทำงานของกระทรวงแรงงานแบบเดิมที่ชาวต่างชาติ 1 คนต้องจ้างคนไทยเพิ่ม 4 คน ฯลฯ หวังจูงใจชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง เพิ่มจำนวนชาวต่างชาติให้อาศัยในประเทศไทยเกิน 1 ล้านคน และเก็บภาษีให้ได้มากขึ้นถึง 2.7 แสนล้านบาท
ล่าสุดเมื่อ 15 กรกฎาคม 2565 นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยออกเงื่อนไขให้คนต่างชาติสามารถพักอาศัยได้ยาวนานขึ้น จะออกมาตรการให้คนต่างชาติคุณภาพสูงเหล่านี้ที่ขนเงินมาลงทุนในไทยมากกว่า 40 ล้านบาท และลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถซื้อที่อยู่อาศัยจำนวน 1 ไร่ได้ ตอนนี้รายละเอียดอยู่ในชั้นความลับ แต่เรื่องก็เข้า ครม. แล้ว มาตรการนี้ทำให้ทำเลในจังหวัดหลักๆ เช่น กทม. ชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ จะได้รับอานิสงส์ทันที
พอนายนิพนธ์เปิดประเด็น ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาแถลงว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งตอนนี้กรมที่ดินอยู่ระหว่างการจัดทำร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. …. ตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ทั้งนี้ในการดำเนินมาตรการนี้ มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประชากรผู้มีความมั่งคั่งสูง กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นโยบายนี้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปีงบประมาณ 2565-2569 จะช่วยเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย 1 ล้านคน เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มการลงทุนในประเทศ 800,000 ล้านบาท และสร้างรายได้จากการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น 270,000 ล้านบาท
ฝ่ายสนับสนุนนโยบายนี้ที่ออกมาตอบรับทันทีเช่น ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่า เป็นนโยบายที่ดี เพราะช่วยระบายสต็อกอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด เพียงแต่รัฐบาลต้องมีกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน เช่น จำกัดเพดานให้ชาวต่างชาติซื้อห้องชุดได้ไม่เกิน 65-70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการผูกขาดครอบครองทั้งตึก และในแนวราบถือครองได้ไม่เกินคนละ 1 หลัง เพื่อให้เป็นผู้อยู่อาศัยจริง
แน่นอนว่าฝ่ายที่ค้านก็ทักท้วงทันที ส.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ พรรคเพื่อไทย บอกว่าขณะที่คนไทยไม่มีเงินพอซื้อบ้าน หวั่นว่าจะยิ่งถ่างความเหลื่อมล้ำ คนอื่นทำเรียกขายชาติ ประยุทธ์ทำเรียกกระตุ้นเศรษฐกิจ ทหารเขามีแต่ปกป้องรักษาดินแดน แต่ประยุทธ์กลับมีนโยบาย เอื้อต่างชาติครอบงำแผ่นดินไทย
เหตุผลที่ทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทยพูดเช่นนั้น เพราะเมื่อปี 2547 รัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมาตรา 26 กำหนดให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้ไม่เกิน 50 ปี แต่รัฐบาลขณะนั้นต้องยอมถอยเพราะแรงต้านจากรอบด้าน โดยข้อหาหนึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามขณะนั้นนำไปโจมตีอย่างหนักในเวลาต่อมา คือ ‘ทักษิณขายชาติ’ แต่นโยบายเดียวกันนี้ วันที่ 11 เมษายน 2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … โดยมีสาระสำคัญคือ การขยายสิทธิการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 99 ปี จนถึงปัจจุบันที่เกิดการขยายนโยบายดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ห่างไกลจากสิ่งที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เคยเสนอไว้สุดกู่
ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส มองว่า เป็นนโยบายที่ ‘ได้ไม่คุ้มเสีย’ เพราะภาพลักษณ์รัฐบาลส่งผลต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ แถมกฎทุกอย่างยัง ‘อ่อน’ จนหนีไม่พ้นปัญหาเก็งกำไร
โสภณยังตั้งคำถามว่า “คนไทยเชื้อสายจีนควรให้คนจีนเข้ามาซื้อแผ่นดินไทยไหม” และมองว่าทั้งหมดนี้คือนโยบาย ‘ขายชาติขายแผ่นดิน’ ซึ่งเขาจะเคลื่อนไหวคัดค้านต่อไป
อ้างอิง
- เพื่อไทย ค้าน “รัฐบาลประยุทธ์” ให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ ไม่เกิน 1 ไร่ https://www.thairath.co.th/news/politic/2447091
- เปิดทางให้ต่างชาติซื้อบ้านในไทย โอกาสทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับคำถาม https://thestandard.co/foreign-real-estate-ownership-in…/
- ดัน พ.ร.ก. แก้ล็อกอสังหาเปิดทางต่างชาติ ซื้อ “บ้านหรู” ขยายเพดานช้อปคอนโด 80% https://www.prachachat.net/property/news-643655
- ยัน “ต่างชาติถือครองที่ดิน” มีเงื่อนไข บู๊สอัพเศรษฐกิจ ดูดเงิน 1 ล้านล้าน https://www.thansettakij.com/economy/532757
- AREA แถลง คนไทยเชื้อจีนเห็นควรให้คนจีนมาซื้อแผ่นดินไทยไหม https://bit.ly/3Ohli8z
- #สดร่วมกันหยุดรัฐบาลขายชาติ ขายแผ่นดิน 16/07/65 https://youtu.be/uhbxD4umlGc