2 Min

ใครๆ ก็ใส่ Dr. Martens จากแม่บ้านถึงพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 มองประวัติศาสตร์รองเท้าบูตผ่านกลุ่มลูกค้าแต่ละยุคสมัย

2 Min
202 Views
23 May 2024

นับจากวันที่ คุณหมอเคลาส์ มาตินส์ (Klaus Märtens) ปิ๊งไอเดียทำรองเท้าที่มีพื้นเบาะรองรับเพื่อความสบายยามสวมใส่ จนกลายมาเป็นแบรนด์ ‘Dr. Martens’ เพื่อนคู่เท้าใครหลายคน จนถึงวันนี้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานถึง 77 เข้าไปแล้ว

บนเส้นทางที่ย้ำเดินจนมียอดขายมากกว่า 10 ล้านคู่ต่อปี นอกจากจะเป็นหนึ่งในรองเท้าแฟชั่นชั้นนำแล้ว Dr. Martens ยังมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายเอาเสียมากๆ โดยเฉพาะในแต่ละยุคที่เปลี่ยนไปกลุ่มลูกค้าก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ  

ใครบ้างที่สวมใส่ Dr. Martens – ในที่นี้เรามาลองย้อนมองประวัติรองเท้าผ่านกลุ่มลูกค้ากันสักหน่อย

ก่อนจะเป็นที่รู้จักและโด่งดังในอังกฤษ Dr. Martens มีถิ่นฐานเดิมคือประเทศเยอรมนี บ้านเกิดของคุณหมอเคลาส์ ที่ได้ตั้งโรงงานและผลิตขายในประเทศกันก่อน โดยมีแม่บ้านวัย 40 เป็นกลุ่มลูกค้าที่สร้างยอดขายให้กับแบรนด์ในช่วง 10 ปีแรก ที่คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเลยทีเดียว

เหตุที่แม่บ้านพากันถูกอกถูกใจ Dr. Martens กันมากก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใดไกลไป นอกเสียจากนวัตกรรมที่เรียกว่า Air-Chushioned โดยการใช้แผ่นยางเก่าๆ มาประกบชิดกันระหว่างชั้นให้มีช่องดักอากาศอยู่ภายใน สามารถรับช่วงสรีระของเท้าเสมือนมีเบาะที่อัดอากาศรองอยู่ข้างใน

กระทั่งทศวรรษ 1960 เมื่อ Dr. Martens ได้ขยายตลาดไปยังอังกฤษ โดยผู้ผลิตรองเท้าในอังกฤษชื่อ R. Griggs Group ซื้อสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่าย Dr. Martens ก็ขายดีได้อย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นพนักงานไปรษณีย์ ตำรวจ และคนทำงานในโรงงาน ด้วยเหตุที่เพิ่มจากกลุ่มแรกอีก 2 ข้อ คือมีราคาถูก (คู่ละ 2 ปอนด์) คนมีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีความแข็งแรง ทนทาน สวมใส่ได้นาน ก็ยิ่งตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้เข้าไปอีก

แต่จากลูกค้ากลุ่มนี้เอง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ คือ กลุ่มพังก์ สกินเฮด ซึ่งมักแสดงออกด้วยการสนับสนุนสไตล์ชนชั้นแรงงานของอังกฤษอย่างภาคภูมิใจ ก็เลือกเอา Dr. Martens มาเป็นหนึ่งในไอเทมของการแต่งตัวเพื่อแสดงถึงทัศนคติความเป็นขบถ

แถมในช่วงนั้น พีต ทาวน์เชนด์ (Pete Townshend) สมาชิกวง The Who เองก็ใส่ Dr. Martens (เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนแรก) ก็ยิ่งจุดกระแสสัญลักษณ์ และกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่เข้าร่วมกับวัฒนธรรมดนตรีย่อยเรื่อยมาจนถึงยุคกรันจ์ในทศวรรษ 1990 และต่อยอดมาถึงยุคนูเมทัลในปี 2000 กลุ่มศิลปินและแฟนคลับวงก็ยังคงยึดเอา Dr. Martens เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกผ่านแฟชั่นของกลุ่มและกระแสดนตรีอย่างต่อเนื่อง

.

แต่ที่น่าสนใจคือในช่วงทศวรรษ 1990 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ได้สั่งซื้อ Dr. Martens จำนวน 100 คู่สำหรับพระองค์เองและเจ้าหน้าที่วาติกัน รวมถึงทหารองครักษ์ ทั้งนี้ หลุยส์ เฮอร์เรน (Louise Hurren) โฆษกของแบรนด์ได้เปิดเผยเรื่องนี้ในปี 1996 ว่า “วาติกันเป็นผู้ออกคำสั่ง และพวกเขาขอให้เราจัดหารองเท้าให้”

.

แม้ว่าแบรนด์จะประสบปัญหาอยู่สองสามปีในช่วงต้นทศวรรษ 2000 แต่ปัญหานั้นก็ได้รับการคลี่คลายอย่างรวดเร็ว และกลับมาเป็นแบรนด์แฟชั่นที่อยู่คู่กับคนทุกวัยและทุกๆ กลุ่มจากชื่อเสียงที่สั่งสมมา 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถอยู่เหนือกาลเวลา คือการยังคงยึดมั่นในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตนไปพร้อมกับการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยในปริมาณที่เหมาะสม โดยยอดขายในช่วงปี 2022 นั้นสูงถึง 14.1 ล้านคู่ ยอดขายสูงสุดอยู่ที่สหราชอาณาจักร และความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงเติบโตต่อไปในตลาดต่างประเทศ

อ้างอิง