3 Min

6 สัญญาณแห่งวังวนความเศร้า ที่คนมักไม่สังเกตตัวเอง

3 Min
962 Views
23 Jan 2023

หากจะจัดอับดับความยอดนิยมของคำศัพท์ เชื่อเลยว่าศัพท์อย่างซึมเศร้าน่าจะเป็นอีกหนึ่งคำที่ถูกพูดถึงบ่อยสุดในช่วงที่ผ่านมา และแน่นอนการที่ถูกพูดถึงบ่อยก็จะช่วยให้บุคคลทั่วไปตระหนักถึงประเด็นนี้ได้ดีมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน มันจะทำให้บุคคลทั่วไปจินตนาการภาพความเศร้าเป็นแบบที่สื่อกระแสหลักบอกไว้ คนเป็นซึมเศร้า ต้องเป็นแบบนั้น คนเป็นซึมเศร้าต้องเป็นแบบนี้ และส่วนมากก็พยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้เป็นแบบที่เขาบอกไว้อย่างแน่นอน 

จนทำให้บางครั้งเราพลาดที่จะสำรวจแก่นแกนที่อยู่ข้างใน พอรู้ตัวอีกที สภาพจิตใจก็อาจถลำลึกไปไกลแบบไม่รู้ตัว

วันนี้เราเลยขอหยิบยกเนื้อหาจาก ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ดร.อีวาน พาร์คส (Evan Parks, Psy.D) ที่ทำงานในด้านบำบัดความเจ็บปวดทางจิตใจโดยตรง มาลองดูกันว่า 6 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจอยู่ในวังวนความเศร้า มันจะเป็นเรื่องราวในมิติไหนบ้าง

1 – คุณรู้สึกตัดขาดจากสิ่งสำคัญในชีวิต: คุณมีคนสำคัญในชีวิตมีแนวทางที่คิดไว้หรือมีกิจกรรมมากมายที่ทำให้ชีวิตคุณรู้สึกมีความหมายคุณรู้ว่าอะไรดีต่อตัวเองแต่ด้วยความกดดันและภาระในชีวิตมากมายทำให้คุณไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่นั้นได้เลย

สภาวะแบบนี้จะทำให้ความเป็นตัวตน คุณค่า และทิศทางในการดำเนินชีวิตของคุณจืดจาง และแห้งเหี่ยวลงไปเรื่อยๆ และพอคุณค่าและความหมายในการดำรงอยู่หายไป มันก็ไม่แปลกที่ความทุกข์จะเข้ามาทักทาย และสิ่งที่สำคัญต่อจิตใจมันก็ยิ่งดูเป็นไปไม่ได้ในท้ายที่สุด

2 – สิ่งที่คุณเป็นและสิ่งที่คุณอยากเป็น มันห่างไกลกันเกินไป: เป็นเรื่องปกติที่จะมีช่องว่างระหว่างตัวตนในปัจจุบันของเรากับสิ่งที่เราอยากเป็นซึ่งในบางครั้งช่องว่างตรงนี้จะคอยผลักดันให้คุณก้าวไปข้างหน้าแต่ในบางครั้งมันกลับบอกเราว่าช่องว่างตรงนี้มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ไปไหนชีวิตย่ำอยู่กับที่และความผิดทั้งหมดเป็นของเรา

3 – เชื่อความคิดตัวเองทั้งหมด: อาจจะฟังดูแปลกกับคำว่าเชื่อความคิดตัวเองแต่อย่าลืมว่าจิตใจของเรามันพยายามจะบอก หรือชักจูงอะไรบางอย่างกับเราอยู่เสมอ ความคิดและจิตใจพยายามจะหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องราวที่เราต้องเจออยู่ตลอด จนในบางครั้งเราหลงเชื่อมัน และไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลยด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าชีวิตคุณเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีนักมาตลอด จิตใจอาจจะพยายามบอกคุณว่า ชีวิตคุณช่างเลวร้ายและน่าน้อยใจ เพราะสิ่งที่เจอมันช่างไม่แฟร์กับคุณเลย แล้วคุณจะเริ่มทุกข์ทรมานกับโชคชะตาตัวเอง ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ชีวิตมันอาจไม่ใช่เรื่องของความแฟร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ได้ เราทุกคนต่างเจอความไม่แฟร์เป็นเรื่องปกติของชีวิต คุณอาจต้องจัดการกับปัญหาเหล่านั้นแบบที่ทุกคนต้องเจอ และมันไม่ใช่เรื่องน่าน้อยใจเศร้าใจอะไรเลย

4 – คุณพยายามหลีกหนี และเอาชนะจิตใจตัวเอง: เมื่อความคิดและจิตใจเริ่มอยู่ไม่สุขไม่แปลกอะไรที่เราจะรู้สึกว่าความทุกข์ขยายตัวขึ้นซึ่งปกติแล้วคนเราจะมีวิธีจัดการกับสิ่งเหล่านี้แตกต่างกันไปในแบบฉบับของตัวเองบ้างก็พยายามเถียงและชักจูงความคิดตัวเองให้ได้บ้างก็พยายามคิดบวกบ้างก็พยายามหาอะไรทำให้จิตใจไปโฟกัสอย่างอื่นบางคนก็เลือกใช้ตัวช่วยหรือบางคนอาจจะเลือกทำร้ายตัวเองเลยก็มี

5 – หาตัวช่วยระยะสั้น: เสริมต่อจากข้อด้านบน ในวันที่คุณพยายามจะเอาชนะจิตใจ การใช้ตัวช่วยอาจทำให้มันง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเซ็กส์ แอลกอฮอล์ หรือยาเสพติด แต่พอช่วงเวลานั้นผ่านพ้นไป คุณอาจกลับไปเศร้าหนักกว่าเดิม อย่าลืมว่าตัวช่วยระยะสั้นที่ฉาบฉวยแบบนี้ มันเป็นสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพใจในระยะยาว แถมที่สำคัญ มันยังทำให้เราเปลืองเงิน เปลืองเวลา เสียสุขภาพกาย และอาจทำให้เราเสียความสัมพันธ์ดีๆ ไปอีกด้วย

6 – คุณพยายามกำจัดความเศร้าให้หมดไป: เราอาจเข้าใจว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีแต่ความสุข ไม่มีความเศร้า ต้องไม่มีเรื่องราวมารบกวนใจ เรามักพยายามกด เก็บ กัก ความรู้สึกด้านลบเอาไว้ และวนเวียนอยู่ในความเศร้าต่อไปแบบไม่รู้จบ แต่อย่าลืมว่า ขึ้นชื่อว่าชีวิต ความทุกข์ ความเศร้า มักจะเข้ามาทักทายเป็นเรื่องปกติ มันเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต และเราต้องอยู่กับมันให้ได้

พยายามเข้าใจว่าจิตใจไม่ได้เป็นมิตรกับเราเสมอไปจิตใจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกไขว้เขวและกังวลไม่ต้องไปคิดว่าต้องกำจัดมันออกไปให้หมดแต่เลือกจะอยู่กับมันให้เป็นค่อยๆเขยิบไปทีละก้าวในทิศทางที่เราอยากไปและสิ่งสำคัญก็คือความคิดจิตใจของเราไม่ได้เป็นตัวตนของเราเสมอไปใช่ว่าสิ่งที่เราคิดจะถูกต้องและเป็นแบบที่เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆไปเสียหมด

สุดท้ายนี้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องตนที่อยากชวนทุกคนมาสังเกตตัวเองเท่านั้น แต่จิตใจก็เหมือนร่างกาย ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจ รู้สึกแย่ หรือมีอารมณ์อื่นเข้ามารบกวนการใช้ชีวิต การปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย แถมอาจจะเป็นการดีอีกด้วยซ้ำ ที่เรามีโอกาสได้สำรวจจิตใจ ไม่ว่าเราจะกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือไม่ก็ตาม

อ้างอิง