ถอดความสำเร็จคู่รักนักธุรกิจฟินเทค ‘DeeMoney’ ทำธุรกิจด้วยกันอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
การทำธุรกิจร่วมกันกับคู่ชีวิตนับว่าเป็นงานหินและท้าทาย จนมีหลายคนพูดกันบ่อยครั้งว่า “สามี-ภรรยา อย่าทำธุรกิจร่วมกันเด็ดขาด” เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนของชีวิตคู่
แต่สำหรับคู่รักนักธุรกิจฟินเทคสัญชาติไทย DeeMoney อย่าง ‘อัศวิน พละพงศ์พานิช’ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กับภรรยาที่สวยและเก่ง ‘รัศเมฆ ศรีเศรษฐี’ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ DeeMoney ซึ่งทั้งคู่ก็บริหารความสัมพันธ์ เป็นคู่รักนักธุรกิจต้นแบบในการทำงานด้วยกันได้อย่างประสบความสำเร็จและลงตัว
ซึ่งทั้งสองคนจับมือทำธุรกิจฟินเทค ก่อตั้ง บริษัท สวัสดีช้อป จำกัด สร้างแบรนด์ ‘DeeMoney’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการโอนเงินไปต่างประเทศ ถือเป็นผู้ให้บริการชั้นนำของไทย ในแพลตฟอร์มการชำระเงินระหว่างประเทศ ที่รองรับมากกว่า 26 สกุลเงิน และครอบคลุมมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ทั้งคู่ยังรับหน้าที่ สามี-ภรรยา รวมถึงบทบาท คุณพ่อ-คุณแม่ ของลูกๆ อีกด้วย
ทำธุรกิจด้วยปรัชญาแห่งความสมดุลหยิน-หยาง
อัศวิน เล่าว่า วัฒนธรรมโบราณทุกแห่งมี Philosophy of Balance หรือ ปรัชญาแห่งความสมดุล ยกตัวอย่างชาวจีนก็มีแนวคิดแบบ ‘หยินและหยาง’ ที่แสดงถึงความสมดุลของพลังงานทั้งชายและหญิง ซึ่งเราก็นำเอาหลักแนวคิดนี้ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ
ในช่วงแรกๆ ของการดำเนินธุรกิจ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับลูกค้าที่มีความหลากหลาย ทางด้านอารมณ์และความคิด แต่รัศเมฆได้ใช้สัญชาตญาณและจุดแข็งที่มีอยู่ในตัว ผนวกกับพื้นฐานที่มีความเข้าอกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจลูกค้า
ซึ่งเป็นพลังงานของฝ่ายหญิง โดยใช้ทักษะนี้ในการบริหารจัดการกับอารมณ์ของลูกค้า ประเด็นดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นการใช้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในตัว นำมาประยุกต์ใช้กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบด้วย
ขณะเดียวกันเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นจะไม่มีอุปสรรคเลยคงเป็นไปไม่ได้ ด้านรัศเมฆเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง เกิดความผิดพลาดนำไปสู่ความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่ได้ช่วยกันประคับประคองให้ธุรกิจผ่านพ้นไปได้ โดยเลือกเส้นทางที่สร้างสรรค์ แทนที่จะกล่าวโทษว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดของ ‘ใคร’ ให้มองว่า ‘ทำไม’ จึงเกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น
โดยใช้หลักแนวคิดที่ว่า แทนที่จะตำหนิกัน ให้ทำความเข้าใจ วิเคราะห์ความผิดพลาด เรียนรู้และพัฒนาต่อไป ที่สำคัญอย่าลืมนำบทเรียนที่ได้มาเป็นข้อคิดเตือนใจ และตั้งมั่นว่าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก

จงเห็นคุณค่าและเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน
อีกทั้งรัศเมฆ ได้พูดถึงช่วงเวลาที่เธอรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หลังจากโปรเจกต์ที่คิดไว้ไม่เป็นไปตามที่คาด โดยผู้เป็นสามีก็คอยเตือนให้เธอระลึกถึงความสำเร็จในอดีต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าให้นำมาใช้เสริมเป็นกำลังใจบนพื้นฐานความเชื่อมั่น เคารพในความสามารถของกันและกัน ท้ายที่สุดก็สามารถก้าวผ่านความไม่มั่นใจ และกลับมาลุกขึ้นยืนด้วยความมุ่งมั่นได้อีกครั้ง
ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตคู่และการเดินทางของทั้งสองคน เต็มไปด้วยความสำเร็จและความท้าทาย เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งการสร้างสมดุล ระหว่างหยินและหยางในธุรกิจ ด้วยการเห็นคุณค่า เชื่อมั่นและเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อคนหนึ่งล้ม อีกคนก็ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง พร้อมที่จะยกระดับและสะท้อนความเชื่อที่มีร่วมกันในความสามารถของพวกเขา ความสมดุลนี้คือ ‘สูตรลับ’ ที่พันธมิตรทางธุรกิจสามารถเรียนรู้จากบทเรียนของทั้งคู่ได้
การสื่อสารสร้างการเติบโต
พวกเขากล่าวเน้นย้ำว่า เราเป็นหุ้นส่วนชีวิตซึ่งกันและกัน และเรากำลังอยู่ระหว่างการเดินทางครั้งสำคัญ เพื่อให้ครอบครัว งาน และชีวิตคู่มีความสมดุล สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น นั่นก็คือ การสื่อสาร การรับฟังอย่างจริงใจและตั้งใจ รวมถึงการเปิดใจยอมรับคำแนะนำด้วยใจที่เปิดกว้าง เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ ได้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตคู่ตามแบบฉบับที่ควรจะเป็น
ทำธุรกิจด้วยกันต้องมีกติกาอย่างชัดเจน
โดยอัศวิน เผยว่า การทำธุรกิจกับคู่รักต้องมีกฎกติกาชัดเจน หาแนวทางที่ทั้งคู่เห็นด้วยและสบายใจในการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายธุรกิจให้เห็นเป็นภาพเดียวกัน ช่วยกันคิด วางกรอบและแบบแผนเพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
แยกให้ชัดเจนเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
นอกจากนี้ยังเปิดเผยต่อว่า จะไม่นำเรื่องงานไปปะปนกับเรื่องส่วนตัว ถึงแม้การทำงานจะประสบปัญหาและอุปสรรคซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลต่ออารมณ์ของแต่ละฝ่าย แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่หงุดหงิด และนำไปโยงกับเรื่องส่วนตัว อาจส่งผลให้เกิดปัญหาและนำไปสู่การทะเลาะได้
อย่างไรก็ดี การทำธุรกิจร่วมกันของคู่รัก อาจไม่ใช่เรื่องน่าหวั่นใจในเรื่องความสัมพันธ์อีกต่อไป เพราะหากมองอีกมุม ยังจะเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงไปด้วยพร้อมกัน การต่อสู้กับปัญหาที่ผ่านเข้ามาอย่างเข้าอกเข้าใจ และประคองกันไปอย่างแข็งแรง ก็จะเป็นพลังสำคัญที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ เป็นทั้ง ‘คู่คิด’ และ ‘คู่ชีวิต’ ได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบในที่สุด