4 Min

ตัวตึงในสภาที่แท้จริงไม่ใช่ ส.ส.-ส.ว. แต่คือ ‘แม่บ้าน’ ผู้ ‘มาก่อน-กลับหลัง’ ดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย

4 Min
813 Views
05 Jul 2023

อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ

ถ้าพูดถึงคนทำงานใน ‘รัฐสภา’ เราคงนึกถึงบรรดา ส.ส. – ส.ว. และเจ้าหน้าที่รัฐสภาเป็นอันดับแรก แต่ที่จริงแล้วสถานที่ที่ถูกมองว่าทรงเกียรติแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยคนทำงานตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่ค่อยมีคนมองเห็นบทบาทมากนัก แม้จะเป็นกำลังหลักในการดูแลรักษาความเรียบร้อย ซึ่งกลุ่มคนที่ว่าก็คือ ‘แม่บ้าน’ หรือ ‘พนักงานทำความสะอาด’ ที่ต้อง ‘มาเช้า-กลับดึก’ กว่าใคร และคนกลุ่มนี้ก็กำลังส่งเสียงให้สังคมได้ยินว่าพวกเขาก็มีตัวตนเช่นกัน

โดยทั่วไปแล้ว ‘รัฐสภา’ ถือเป็นหน้าตาของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะการออกแบบหรือการใช้งานที่ส่วนใหญ่มักจะมีความหมายเชิงสัญญะแฝงฝังเอาไว้ และเป็นสถานที่สำคัญระดับชาติที่ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้ดูดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังภารกิจสำคัญเหล่านี้ก็คือ ‘พนักงานทำความสะอาด’ แต่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยได้นึกถึงกันมากนัก

ในความเป็นจริง แม้แต่เวลาที่นักการเมืองไม่ได้เข้าสภาฯ คนกลุ่มนี้ก็ยังต้องทำงานเพื่อรักษาความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่อันทรงเกียรติแห่งนี้ไว้ โดยช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดหนักๆ ก็เคยมีข่าวว่ารัฐสภาอังกฤษสั่งให้พนักงานทำความสะอาดประจำสภาฯ ไปทำงานอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้คนทำงานเหล่านี้ต้องได้รับความเสี่ยงโดยใช่เหตุ

และล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2023 พนักงานทำความสะอาดรัฐสภายุโรปก็รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ปฏิรูประบบเพื่อให้คนทำงานด้านนี้ได้รับความคุ้มครองด้านสวัสดิการแรงงานให้ดีกว่าเดิม หลังจากสหภาพแรงงานออกมาเปิดเผยว่า พนักงานทำความสะอาดรัฐสภาต้องเผชิญกับความไม่สมเหตุสมผลด้านการจ้างงานหลายอย่าง

การเดินขบวนครั้งนี้ได้พูดถึงชั่วโมงการทำงานที่ไม่ตายตัว แต่กระทบกับพนักงานทำความสะอาดมากสุด เพราะยิ่งการประชุมในสภาฯ ยืดเยื้อมากเท่าไหร่ เหล่าพนักงานทำความสะอาดที่ต้องรอเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยก็จะต้องกลับบ้านช้ากว่าเดิมมากขึ้นเท่านั้น และเรื่องนี้พนักงาน ‘กะดึก’ ก็ได้รับความเดือดร้อนมากสุด เพราะคนทำงานนี้ส่วนใหญ่อยู่ในย่านที่ค่าครองชีพถูก เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นย่านที่อาชญากรรมชุกชุม การ ‘กลับดึก’ จึงเป็นความเสี่ยงที่พวกเขาต้องแบกรับไปด้วย

เพราะในขณะที่บรรดา ส.ส.-ส.ว. ในหลายประเทศมีสิ่งที่เรียกว่า เบี้ยประชุมและค่าพาหนะเดินทาง เหล่าพนักงานทำความสะอาดไม่เคยมีสวัสดิการที่จะอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง หรือการเบิกจ่ายค่าล่วงเวลาที่ครอบคลุมเพียงพอ และบางกรณี เช่น ออสเตรเลีย พนักงานความสะอาดของรัฐสภาเคยออกมาประท้วงเมื่อปี 2018 หลังเจอนโยบายปรับลดคนทำงาน แต่ปริมาณงานที่ต้องดูแลรักษายังเท่าเดิม และในบางช่วงก็มากกว่าเดิม แถมยังไม่มีการขึ้นค่าแรงเลยเป็นเวลา 4 ปี

แน่นอนว่าพนักงานทำความสะอาดรัฐสภาเหล่านี้จำเป็นต้องออกมาส่งเสียงเรียกร้องให้ ‘ผู้แทนราษฎร’ รับรู้ถึงปัญหาเช่นกัน เพราะแม้ว่า ‘สถานที่ทำงาน’ ของคนทั้งสองกลุ่มจะเป็น ‘สถานที่เดียวกัน’ แต่การปฏิบัติหน้าที่และการได้รับความคุ้มครองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งถ้าย้อนมาดูรัฐสภาปัจจุบันของไทยที่มีชื่อเรียกหรูหราว่า ‘สัปปายะสภาสถาน’ และใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้านบาทในการก่อสร้าง ก็จะเห็นว่าสภาฯ แห่งนี้มี ‘งานงอก’ เต็มไปหมด ถึงขั้นเพิ่มภาระให้กับบรรดาพนักงานทำความสะอาด (ที่บ้านเราเรียกกันว่า ‘แม่บ้าน’ มากกว่า) เพราะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีทั้งข่าว ‘น้ำรั่ว’ เวลาฝนตกหนักๆ ปัญหาประตูห้องน้ำล็อกขังคนที่อยู่ด้านใน และฝ้าเพดานถล่ม ซึ่งคนที่ต้องตามไปเก็บกวาดทำความสะอาดก็หนีไม่พ้น ‘แม่บ้านรัฐสภา’

ซึ่งเรื่องประตูห้องน้ำติดขัดจนเปิดจากข้างในไม่ได้นี้ Matichon รายงานว่า เคยมีทั้ง ส.ส. และแม่บ้านเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเอง แต่ ส.ส. โชคดีกว่า เพราะแม่บ้านซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ เลยไปหาเครื่องมือมาเปิดประตูให้ ส.ส. ออกมาได้สำเร็จ แต่แม่บ้านอีกคนหนึ่ง (ซึ่งข่าวไม่ได้ระบุชื่อ) ไม่โชคดีอย่างนั้น เพราะไม่มีใครมาช่วย เธอจึงต้องปีนออกจากห้องน้ำด้วยตัวเอง จนทำให้ตกลงมาได้รับบาดเจ็บ แต่ในข่าวไม่ได้บอกว่าเธอได้รับการช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลหรือไม่

แต่ตัวตนของ ‘แม่บ้านรัฐสภา’ เริ่มถูกมองเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อสื่อมวลชนเก็บภาพแม่บ้านชูป้าย ‘ยินดีต้อนรับ’ ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ไปรายงานตัวที่สภาฯ ปลายเดือนมิถุนายน 2566 และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีกเมื่อบัญชี TikTok ของพรรคก้าวไกล เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินไปทักทาย ‘พี่แม่บ้าน’ ในวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งบอกว่าถ้าเปิดสภาฯ แล้วจะไม่ให้ดึกมากเกินไป เพราะแม่บ้านต้องอยู่เก็บกวาดกว่าจะได้กลับบ้าน โดยมีท่าทีตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ที่ได้ฟังประโยคดังกล่าว

เพราะ ‘แม่บ้านรัฐสภา’ ไม่ถูกนับว่าเป็น ‘พนักงานแห่งรัฐ’ เนื่องจากทำสัญญาว่าจ้างด้วยการ ‘เอาต์ซอร์ส’ ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ประกวดราคาจ้างเหมาบริการทำความสะอาดภายในสำนักงานฯ โดยอ้างอิงราคากลาง 66,100,000 บาท และบริษัทที่ชนะการประกวดราคาเป็นผู้ส่ง ‘แม่บ้าน’ มาทำงานที่รัฐสภา

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ แม่บ้านจำนวนมากไม่มีแม้แต่ ‘ห้องพัก’ ให้อยู่อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ในช่วงพักเที่ยง หรือระหว่างที่ต้องรอให้การประชุมต่างๆ เสร็จสิ้นและเข้าไปทำความสะอาดต่อ เหล่าแม่บ้านก็ได้แต่รออยู่ตามมุมต่างๆ หรือในพื้นที่เปิดโล่งของรัฐสภา ทั้งที่ในความเป็นจริง รัฐสภาควรเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและคำนึงถึง ‘ประชาชนทุกกลุ่ม’ มากที่สุด

อ้างอิง

  • EU Observer. Cleaning workers urge Parliament: ‘Europe should lead by example’. https://tinyurl.com/kr2nu734
  • Matichon. หรูแค่ไหนก็ไม่รอด! ฝนถล่มกรุง รัฐสภาหมื่นล้านน้ำรั่วซึม หน้าลิฟต์ฝั่ง ส.ว. https://tinyurl.com/4hveznfp
  • Open Democracy. Cleaners forced to work in empty Houses of Parliament. https://tinyurl.com/2wttz5aw
  • Parliament. ประกวดราคาจ้างเหมาบริการทำความสะอาดภายในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 . https://tinyurl.com/yuvmn688
  • Thai Post. งามหน้า! ผู้ทรงเกียรติดาหน้าแฉกลางที่ประชุมสภาพความจริงใน ‘สัปปายะสภาสถาน’. https://tinyurl.com/4w8txz7y