-
จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมีช่วงเวลาการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เปิดกว้างต่อการค้าต่างประเทศและยอมรับตลาดเสรี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีนมีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ซึ่งมีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในที่อื่น เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และยุโรป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์จีนสูงมากคือ 1.ความคาดหวังการเติบโตในอนาคต เป็นปัจจัยที่กำหนดความต้องการของตลาด เพื่อผลกำไรในอนาคต กล่าวได้ว่าอสังหาริมทรัพย์ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ความต้องการอสังหาริมทรัพย์มีมากจนรัฐบาลระดับจังหวัดบางแห่งพยายามลดความต้องการลงด้วยการจำกัดจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่ครัวเรือนเดียวสามารถเป็นเจ้าของได้ เเต่นักลงทุนที่มีความชำนาญมองหาวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหานี้โดยการแตกครอบครัว จากครัวเรือนหนึ่งกลายเป็นสอง ทำให้สามารถเพิ่มการถือครองเป็นสองเท่า โดยไม่มีการลงโทษ 2.ขาดการลงทุนทางเลือก คนจีนโดยเฉลี่ยไม่ลงทุนในบริษัทจีน เนื่องจากในอดีตมีการลงทุนไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจ 3.แรงกดดันทางสังคม ที่อยู่ในระดับสูงมาก จีนมีนโยบายที่จำกัดการมีลูกคนเดียว (One Child Policy) ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างเพศในประเทศ ผู้ชายจีนมีความยากลำบากในการหาคู่สมรส โดยเฉพาะหากไม่มีบ้านที่เป็นของตนเอง
-
นอกจากนี้ ประโยชน์ในการเป็นเจ้าของบ้านคือ The Hukou System เป็นระบบที่ติดตามการลงทะเบียนบ้านโดยทั่วไป จะติดตามที่อยู่หลักของบุคคล เเละกำหนดให้มีการเข้าถึงบริการสาธารณะ เช่น Healthcare และการศึกษาสำหรับลูกๆ ของบุคคลนั้น ตามบ้านที่ลงทะเบียนไว้ อย่างไรก็ตามประชากรอพยพภายในประเทศจีนมีจำนวนมาก คนในชนบทจำนวนมากย้ายไปอยู่ใจกลางเมือง เพื่อค่าจ้างที่สูง ปัญหาคือแรงงานข้ามเขตยังเป็นผู้พักอาศัยในหมู่บ้านของพวกเขา หมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานได้ ในเมืองที่พวกเขาอาศัยและทำงานอยู่ เนื่องจากระบบ hukou และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เด็กชาวจีนถูกทิ้งให้อยู่บ้านกับปู่ย่าตายาย ในขณะที่พ่อแม่ออกไปทำงานในเมืองเนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถพาลูกไปเรียนในโรงเรียนที่นั่นได้ เพราะไม่นับว่าเป็นผู้อยู่อาศัย วิธีการแก้ปัญหานี้ในระดับบุคคลคือการซื้อบ้าน หรือกำจัดระบบ hukou แต่ปัญหาคือ hukou ไม่ใช่ระบบสากลระบบเดียว แต่เป็นระบบที่แตกต่างกันไปตามจังหวัดและเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากมาก
-
จะเห็นได้ว่าไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินในประเทศจีนได้จริง แต่สามารถเช่าที่ดินจากรัฐในระยะเวลาที่กำหนด โดยปกติแล้วการเช่าที่ดินเหล่านี้จะมอบให้กับนักพัฒนาที่จะสร้างอาคารอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นที่นั้น และขายหน่วยที่อยู่ในอาคารเหล่านั้นออกไปเป็นหน่วยย่อยให้กับบุคคลที่สนใจ เพื่อสร้างกำไร
-
ในอดีตรัฐบาลจังหวัดเก็บรายได้จากการขายที่ดินเหล่านี้ พื้นที่ที่มีความร่ำรวย มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคา เป็นที่ต้องการ มีราคาที่สูงขึ้นสำหรับสิทธิในการใช้ที่ดิน นอกจากนี้การก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตสนับสนุนรายได้แก่คนงานหลายล้านคนในประเทศจีน
-
รัฐบาลแห่งชาติได้ประกาศว่าสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดนี้จะถูกรวบรวมจากส่วนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะรายได้ของรัฐบาลจากการขายสิทธิเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของรายได้รวมของรัฐบาลในปีที่แล้ว เนื่องจากข้อตกลงการเช่าที่ดินเหล่านี้สร้างรายได้ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกมองว่าเป็นก้าวแรกสู่ Uniform land tax คือภาษีที่ดินที่มีอัตราภาษีเดียวกันที่ถูกนำมาปรับใช้กับทุกพื้นที่ ซึ่งจะเพิ่มรายได้ของรัฐบาลพร้อมกับลดความต้องการสำหรับทรัพย์สินด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก
-
ผลกระทบจาก COVID-19 พบว่าตัวเลขการติดเชื้อที่รายงานอย่างเป็นทางการค่อนข้างต่ำ ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด สำหรับข้อมูลการส่งออกส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มากกว่าการเติบโตที่แท้จริงในศักยภาพการผลิต การปิดท่าเรือและโรงงานทั่วประเทศได้ทำให้การผลิตลดลงและสร้างความตึงเครียดในการค้าที่เพิ่มขึ้น การว่างงานสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อย ซึ่งในขณะนั้นเกิดการประท้วง lying flat ผู้คนปฏิเสธที่จะทำงานหรือปฏิเสธที่จะพยายามทำงานเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น ซึ่งจีนยังคงพึ่งพาแรงงานราคาถูกที่ทำงานหนักเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
-
ประเทศจีนได้ทำการสะสมหนี้มาเป็นเวลาหลายทศวรรษเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอย่างไม่รู้จบ ซึ่งตอนนี้หนี้ของครัวเรือนได้เพิ่มขึ้นจาก 18% ของ GDP ในปี 2008 ไปจนถึง 61% ของ GDP ในปี 2020 ในเวลาเดียวกันมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าขณะเดียวกันปริมาณหนี้ก็เพิ่มขึ้น กล่าวได้ว่าการใช้หนี้เพื่อส่งเสริมการเติบโต ไม่ใช่สิ่งที่แย่เสมอไป
-
แต่เมื่อหนี้ถูกใช้เพื่อซื้ออพาร์ตเมนต์ที่ก่อสร้างใหม่ ตั้งอยู่บนที่ดินที่เช่าจากรัฐบาล ที่มีราคาสูงเกินจริง เมื่อการเก็บหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากและทุกปัจจัยที่อาจเกิดขึ้น และมีผลต่อการควบคุมโครงสร้างการเงิน ในส่วนนี้รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เกินไปนั้นอาจจะยากที่จะควบคุมได้ โดยการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนสูญเสียงาน บ้าน รถ ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก
-
หากกล่าวถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พบว่าจีนได้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดที่รัฐบาลสามารถทำได้ ในระยะสั้นจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเช่น การสร้างสะพาน ถนน ย่อมต้องใช้คนงาน วิศวกร นักวางผังเมือง เเละอื่นๆ ซึ่งโครงการเหล่านี้ก็จะเป็นการนำเงินสู่ผู้คนโดยตรง และบรรเทาการว่างงานได้ และสามารถสร้างคุณค่า ประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อเศรษฐกิจในระยะยาวได้เช่นกัน
-
จีนกำลังก่อสร้างโครงการวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ เช่น จีนสร้างโรงพยาบาลทั้งหมดในเวลาเพียง 10 วัน ในขณะที่เมืองแซนฟรานซิสโกใช้เวลา 10 ปีในการอนุมัติเส้นทางรถประจำทางใหม่ และแคลิฟอร์เนียใช้เวลา 20 ปีในการวางแผนระบบรถไฟ แต่จีนใช้เวลา 20 ปีในการก่อสร้างระบบรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
-
เครือข่ายรถไฟเป็นสิ่งที่สำคัญในการให้บริการในราคาถูกและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้คนในการเดินทางไปทั่วประเทศ เป็นเวลานานแล้วที่ความต้องการนี้ถูกละเลย เนื่องจากคนงานจีนส่วนใหญ่จะอาศัยเเละตายในเมืองที่เขาเกิด การเดินทางข้ามประเทศถูกจำกัดมาก ดังนั้นความต้องการในการมีเครือข่ายรถไฟแบบนี้จึงไม่มีอยู่จริง ซึ่งในต้นปี 2000 มีการเปลี่ยนแปลง แผนการประเทศเปิดสู่โลกกว้างและดำเนินไปด้วยดี คนงานอายุน้อยย้ายจากบ้านเกิดเล็กๆไปยังเมืองใหญ่ เพื่อไปเป็นแรงงานที่สำคัญให้กับภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคนงานเหล่านี้ยังคงต้องการกลับไปหาครอบครัว แต่การเดินทางด้วยเครื่องบินและรถยนต์ส่วนตัวมีราคาแพงเกินไปสำหรับคนส่วนใหญ่ ก่อนที่ระบบรถไฟความเร็วสูงจะเปิดตัว คนงานส่วนใหญ่มักจะเดินทางด้วยรถบัสที่อาจใช้เวลาหลายวันหลายสัปดาห์ในระยะทางที่ค่อนข้างสั้น
-
ปี 2008 รัฐบาลจีนได้เริ่มการทำงานในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงบางส่วนแล้ว แต่เกิดวิกฤติทางการเงินโลกซึ่งจีนก็ได้รับผลกระทบ เพราะยังต้องพึ่งพาการค้าเป็นอย่างมากซึ่งมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เเละความหนาแน่นในการค้า (Trade Intensity) ในช่วงนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ การนำเข้า (Imports) เเละ การส่งออก (Exports) ลดลง ซึ่งจีนได้ออกมาตอบโต้โดยการกระตุ้นทางการคลัง แต่จีนยังคงกังวลในการใช้จ่ายเงิน เนื่องจากไม่แน่ใจว่าวิกฤตจะคงอยู่นานแค่ไหน
-
อย่างไรก็ตามยังคงต้องนำคนที่ตกงานมาผลิตสินค้าสำหรับตลาดส่งออก และจ้างคนเหล่านี้ให้ไปสร้างรถไฟความเร็วสูง กล่าวได้ว่าการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ทำให้ผู้คนหลายล้านคนมีงานทำ เหตุเหล่านี้เองทำให้จีนไม่ได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นสิ่งที่จีนได้คือ จีนหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และได้รับเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง ซึ่งหมายความว่าคนงานสามารถเดินทางไปทั่วประเทศได้อย่างอิสระ ปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพ และขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม
-
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโครงการรถไฟ เกิดการทุจริตขึ้น มีข่าวการรับสินบนของเจ้าหน้าที่ เเละในปี 2011 มีการชนกันระหว่างรถไฟความเร็วสูง 2 ขบวน มีการเปิดเผยว่าสาเหตุมาจากความล้มเหลวในการจัดการหลายครั้ง เส้นทางทำงานหนักเกินไป เหตุเหล่านี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อโครงสร้างพื้นฐานรถไฟความเร็วสูง ที่จีนได้ลงทุนมหาศาล และความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตและการสืบทอดตำแหน่งภายในกระทรวงรถไฟ
-
รัฐบาลแก้ปัญหาโดยการแปรรูปให้เป็นระบบรถไฟกึ่งเอกชน โดยขายให้กับบริษัท China Railway ที่รัฐเป็นเจ้าของ ภายหลังบริษัท CSR เเละ CNR ที่รับผิดชอบในการผลิตรถราง ได้รวมตัวกันเพื่อจัดตั้ง CRRC บริษัทเหล่านี้ มีโครงสร้างและการดำเนินงานที่แตกต่างจากรัฐบาล ทำให้สามารถควบคุมจำนวนเงินที่ระดมได้มากขึ้น พวกเขายืมเงินมหาศาล เพื่อทำให้การรถไฟจีนมาถึงจุดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และได้รับเงินจากธนาคารของรัฐ พันธบัตรที่ออกโดยสาธารณะ และการลงทุนจากรัฐบาลท้องถิ่น
-
นอกจากนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกคือในเรื่องของกำไร จะสังเกตได้ว่าเส้นทางรถไฟที่มีกำไรมักได้รับการสร้างไว้แล้ว ดังนั้นเส้นทางใหม่ที่ถูกก่อสร้างอาจจะเป็นเส้นทางไปยังใจกลางของเมืองที่ไม่คาดหวังว่าจะมีความต้องการเดินทางโดยรถไฟเท่ากับเส้นทางที่มีรายได้สูง รายได้จากการขายตั๋วจึงไม่ได้มากนัก เเต่ทว่าโครงการเหล่านี้ยังถูกผลักดันจากรัฐบาล เพื่อให้คนสามารถเข้าถึงและออกจากเมืองเล็กๆได้ แม้จะไม่ทำกำไรมหาศาลก็ตาม
-
เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนเป็นความภาคภูมิใจของชาติ เป็นการเข้าถึงผู้คนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งก็มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า คือรถไฟธรรมดา ที่มีราคาถูกกว่ามากในการสร้างและดำเนินการ ตั๋วจึงราคาถูกกว่ามากเช่นกัน ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับคนงานที่คำนึงถึงต้นทุน อีกทั้งรถไฟธรรมดายังมีประโยชน์ในการลากจูงสินค้าได้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมหนักอย่างจีน สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนมีการใช้งานมากเกินไปอยู่พักหนึ่งแต่ก็คุ้มทุน ความสูญเสียจากเส้นทางที่ไม่ได้กำไรถูกชดเชยด้วยเส้นทางที่ทำกำไรได้สูงและบริษัทรัฐได้สร้างกำไรเพียงเล็กน้อยให้ตนเอง หลังจากชำระหนี้ที่มีมูลค่ามหาศาลแล้ว แต่สมดุลย์ทางด้านรายได้ที่รักษาไว้ก่อนหน้านั้นได้หยุดลงในปี 2015 ภายหลังมีการจ่ายดอกเบี้ยของหนี้ค้างจ่าย แซงหน้ากำไรจากการดำเนินงานของเส้นทางรถไฟ ปัจจัยที่ทำให้แย่ลงคือ 1.เส้นทางเก่าและต้องมีการบำรุงรักษามากขึ้น 2.ไม่สามารถขึ้นราคารถไฟได้เพราะตอนนั้นคนก็จะเลือกขึ้นเครื่องบินหรือกลับไปขึ้นรถบัส 3.COVID-19 ที่กระทบต่อความต้องการตั๋วรถไฟลดลงจนถึงจุดที่เส้นทางเกือบทุกเส้นไม่สามารถทำกำไรได้
-
ในขณะนี้ จีนกำลังเผชิญกับองค์กรรัฐที่มียอดหนี้ถึง 850 ล้านดอลลาร์ที่ไม่สามารถชำระได้ และรัฐบาลได้หยุดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงใหม่เพิ่มเติมแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะพ้นจากปัญหาเครือข่ายรถไฟที่มีอยู่ พวกเขาพยายามขายเครือข่ายรถไฟเพื่อชำระหนี้เหล่านี้ บริษัทที่มุ่งหวังกำไรจะสนใจซื้อเส้นทางที่มีกำไรสูงระหว่างเมืองใหญ่เท่านั้น หมายความว่ารัฐบาลต้องรักษาเส้นทางที่ไม่ทำกำไรด้วยเงินภาษีของประชาชนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเลือกปิดทางรถไฟ แต่ก็จะทำให้คนงานหลายเเสนคนตกงาน ทางเลือกสุดท้ายคือ การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและการนำระบบรถไฟกลับมาเป็นการครอบครองโดยรัฐบาลอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการรถไฟจีนเป็นบริษัทของรัฐ แต่ก็มีความอิสระบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้ในกระทรวงของรัฐบาล ซึ่งก็ไม่ได้มีทางเลือกใดที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนต้องเผชิญกับความล้มเหลวของตลาดที่อยู่อาศัย วิกฤตพลังงานและการแพร่ระบาด
อ้างอิง:
https://youtu.be/lbH_8Nj51HU?si=2iw0y_GP3uQdOvp7
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQN02p9UBLj1liBsCEMsIfoa0VasPUIXE3cjQ&usqp=CAU
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQRaL5vKMfeLEIzQxWVE1i7LyrEUawJznGgaA&usqp=CAU
งานเขียนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชา
751309 Macro Economic 2
ซึ่งสอนโดย ผศ.ดร. ณพล หงสกุลวสุ
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
งานชิ้นนี้ เขียนโดย ณัชชา เกตุอินทร์ 651610107