3 Min

รำลึก 18 ปี ครบรอบการจากไป ‘บิ๊ก D2B’ ศิลปินผู้เป็นที่รัก กับสายใยผูกพันของชาว ‘Sniper’ ที่ไม่เคยจางหาย

3 Min
12 Views
09 Dec 2025

“ต่อหน้าฉันเธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร”
“ซ่าส์ แต่แบบสั่นๆ ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ”
“ไม่ต้องมาเจอได้ไหม เพราะฉันมันคนใจอ่อน”

ครั้งหนึ่งเนื้อเพลงเหล่านี้คือปรากฏการณ์ของเมืองไทย เนื่องมาจากวงบอยแบนด์ยุคต้น 2000s ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มแรกอย่าง ‘D2B’ ที่นำชื่อเล่นของ 3 สมาชิก ได้แก่ แดน-วรเวช ดานุวงศ์, บีม-กวี ตันจรารักษ์ และ บิ๊ก-อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ มาตั้งเป็นชื่อวง

ถึงแม้ว่าหนึ่งในสมาชิกของวงอย่าง ‘บิ๊ก’ จะจากไปเป็นเวลาถึง 18 ปีแล้ว แต่เขาและสมาชิกวง รวมถึงคนรอบตัวของสมาชิกในวง ยังคงได้รับการตอบรับและพลังใจที่ดีเสมอมาจนถึงปัจจุบัน

บิ๊กเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2525 เขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการทไวไลท์โชว์ว่า ในวัยเด็กเขาเคยอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ด้วยความที่เขาเติบโตมาพร้อมกับสื่อในเวลานั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากเป็นนักร้องและอยากอยู่ในจุดที่ศิลปินคนอื่นๆ เป็น ถึงขนาดที่สมัยเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาเขาได้เข้าร่วมชมรมร้องเพลงในโรงเรียนเพื่อทำในสิ่งที่เขารัก

ในปี 2543 บิ๊กได้เข้าร่วมการประกวดร้องเพลงในโครงการพานาโซนิค สตาร์ ชาเลนจ์ (Panasonic Star Challange) ที่ทางค่ายเพลงอย่างอาร์.เอส.โปรโมชั่น จัดร่วมกับบริษัทพานาโซนิค

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับชัยชนะหรือได้รับรางวัลใดๆ จากการประกวด แต่นี่คือจุดเริ่มต้นเส้นทางศิลปินของบิ๊ก เพราะเขาได้รับการติดต่อจากทางค่ายอาร์.เอส. ให้เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย และนั่นทำให้เขาได้พบกับสมาชิกอีกสองคนที่เหลืออย่างแดนและบีม ที่เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดเช่นเดียวกัน

ในคราวแรกทั้งสามถูกวางตัวให้ทำโปรเจกต์เดี่ยว แต่จนแล้วจนรอดโปรเจกต์นั้นก็ไม่เกิดขึ้น กระทั่งพวกเขาทั้งสามได้รับโอกาสจากทางค่าย มอบโปรเจกต์ให้รวมตัวกันเป็นบอยแบนด์ วง ‘D2B’ จึงก่อกำเนิดขึ้น

แม้ทั้งสามจะมีสไตล์ที่ต่างกันพอสมควร แต่ทีมงานเบื้องหลังระดับเอกอุ อย่าง พัชริดา วัฒนา, นิพันธ์ ช่วยสงเคราะห์, สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ฯลฯ กลับสามารถสร้างสรรค์ให้ D2B กลายเป็นวงที่มีความลงตัวในทุกมิติ

เมื่ออัลบั้มแรกถูกปล่อยอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ธันวาคม 2544 วงบอยแบนด์วงนี้ก็ได้แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ และเรียกได้ว่าโด่งดังชนิดที่เป็นปรากฏการณ์ตลอดช่วงปี 2545-2546 เลยทีเดียว

นี่เองที่ทำให้บิ๊กรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เขาเดินมาถึงฝัน และสร้างความภาคภูมิใจให้เขาที่สามารถทำงานส่งเงินให้กับครอบครัวได้ และทางครอบครัวเองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับเขาเช่นเดียวกัน ดังที่สะท้อนออกมาในการสัมภาษณ์หลายๆ ครั้งของบิ๊ก

และอีกหนึ่งความฝันของบิ๊ก คือการทำภาพยนตร์ตามที่ตนเองชื่นชอบ เขาจึงเลือกเรียนระดับอุดมศึกษาในสาขาที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ในเวลาไล่เลี่ยกับการเป็นศิลปิน

ในขณะที่เส้นทางของบิ๊กและเพื่อนร่วมวงกำลังอยู่ในจุดที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด ชีวิตเขาก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะกำลังขับรถกลับจากการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งต่อมาก็ได้รับการรักษาจนฟื้นตัวและสามารถทักทายแฟนคลับได้อีกครั้ง

ทว่าไม่นานแพทย์กลับตรวจพบเชื้อราในสมอง ส่งผลให้บิ๊กเข้าสู่ภาวะโคม่า และต้องเข้ารับการผ่าตัดตามมาอีกหลายครั้งที่แม้จะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ก็ส่งผลให้เขากลายเป็นเจ้าชายนิทรา

ขณะเดียวกันทางครอบครัวได้เปลี่ยนชื่อเขาเป็น ‘ปาณรวัฐ’ ที่แปลว่า ‘ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ’ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมๆ กับที่เกิดปรากฏการณ์แฟนคลับพับนกกระดาษและเขียนจดหมายเพื่อให้กำลังใจและหวังว่าอาการของเขาจะดีขึ้น

แต่ในท้ายที่สุดปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้นจริง บิ๊กจากไปในวันที่ 9 ธันวาคม 2550 ด้วยวัยเพียง 25 ปี

แม้บิ๊กจะจากไป แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือสายสัมพันธ์ระหว่างบิ๊กกับแฟนคลับ และความสัมพันธ์ระหว่างบิ๊กและเพื่อนสมาชิกในวงที่ยังคงเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน สะท้อนจากการกระทำต่างๆ เช่น ยังคงหาเวลาไปเยี่ยมเยียนและดูแลครอบครัวของบิ๊กเสมอๆ การทำบุญครบรอบการจากไปในทุกปี หรือแม้แต่คอนเสิร์ต D2B ในช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ที่ยังมีแฟนๆ ให้ความสนใจอย่างล้นหลามในทุกครั้ง 

และล่าสุดในแฟนเพจเฟซบุ๊ก BIG D2B Family ก็ได้โพสต์ภาพอัปเดตอาการป่วยของคุณพ่ออุดม คุณพ่อของบิ๊กอยู่เนืองๆ พร้อมทั้งพาไปโรงพยาบาลและช่วยดูแลการใช้ชีวิตประจำวันในหลายด้าน ทำหน้าที่เหมือนลูกแท้ๆ แทนบิ๊ก ทำให้หลายคนประทับใจในความผูกพันและความเหนียวแน่นของแฟนคลับที่มีต่อบิ๊กเป็นอย่างมาก

เรื่องราวของบิ๊กยังได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับมิวสิกวิดีโอเพลง ‘โคจรด้วยรัก’ ของดาราและนักร้องสาวอย่าง ‘ก้อย-อรัชพร โภคินภากร’ ที่เจ้าตัวได้เปิดเผยว่า ตนได้แต่งเพลงนี้ออกมาแต่ไม่รู้ว่าจะทำ MV อย่างไรดี จนได้ไปเห็นรูปคุณพ่อบิ๊กนั่งกินพิซซ่าพร้อมกับแฟนคลับ เธอจึงประทับใจที่เหล่าแฟนคลับยังคงดูแลคุณพ่อและครอบครัวของบิ๊ก และรู้สึกว่านี่คือความรักที่ไร้เงื่อนไข รวมถึงเนื้อเพลงนั้นเปรียบความรักกับการมองดวงดาวสักดวง จึงตัดสินใจฉายภาพความรักของคนคนหนึ่งที่มีต่อศิลปินออกมานั่นเอง

อาจเป็นเพราะนิสัยขี้เล่น เป็นกันเอง รวมถึงการเป็นนักสร้างบรรยากาศที่ดีของบิ๊ก ที่ทำให้เพื่อนสมาชิกและชาวด้อม ‘Sniper’ ยังคงรักในตัวเขาไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะผ่านเวลามานานเท่าใดก็ตาม

อ้างอิง: