2 Min

ไม่สู้ ไม่หนี แต่ม้วนตัวแล้วงับหาง วิธีเอาตัวรอดของ ‘กิ้งก่าอาร์มาดิลโล’

2 Min
30 Views
23 Dec 2025

ในโลกของสัตว์เลื้อยคลานอย่างพวกกิ้งก่า เราอาจเคยเห็นสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เอาตัวรอดในธรรมชาติด้วยการพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เปลี่ยนสีสันบนร่างให้กลืนเข้ากับธรรมชาติเพื่อหลบเลี่ยงภัยจากผู้ล่า หรือเมื่อถูกจับได้ ก็อาจเบี่ยงเบนความสนใจนักล่าด้วยการสลัดหางทิ้ง แล้วเผ่นแน่บเอาตัวรอด อันเป็นพฤติกรรมทั่วๆ ไปที่เรารู้กัน

เว้นก็แต่กรณีของ ‘กิ้งก่าอาร์มาดิลโล’ (Armadillo Girdled Lizard)​ สัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้เลือกที่จะไม่หนี แต่ใช้วิธีคล้ายๆ กับการ ‘แปลงร่าง’ สร้างป้อมปราการพร้อมรับมือจากอันตรายแทน

ในธรรมชาติ กิ้งก่าอาร์มาดิลโลมีถิ่นกำเนิดอยู่ในดินแดนทะเลทรายทางซีกตะวันตกของแอฟริกาใต้ มีลักษณะเด่นที่เหมือนกับกำลังสวมชุดเกราะหนามแข็งๆ เกือบทั่วทั้งตัว (ยกเว้นส่วนท้อง) ราวกับหลุดมาจากนวนิยายแฟนตาซีสักเรื่องหนึ่ง

แต่ความแฟนตาซีของอาร์มาดิลโล ก็ไม่ได้มีเพียงแต่ทางภาพลักษณ์ในด้านพฤติกรรมการเอาตัวรอด กิ้งก่าชนิดนี้ยังแสดงออกราวกับ Ouroboros หรือตำนานงูกินหาง กล่าวคือ เมื่อมีอันตรายเข้ามาใกล้ พวกมันจะม้วนร่างกายเป็นวงกลม แล้วใช้ปากงับหางตัวเองไว้อย่างแนบแน่น

วิธีการนี้เป็นการป้องกันตัว โดยม้วนเอาส่วนของร่างกายที่อ่อนไว้ด้านใน แล้วให้ส่วนแข็งอยู่ด้านนอก หันด้านที่เป็นเกล็ดหนามออก ปกป้องส่วนของร่างกายที่อ่อนแอให้ถูกซ่อนไว้ด้านในอย่างมิดชิด กลายเป็นเกราะกำบังที่ไม่มีใครอยากแตะต้อง

ส่วนการงับหางก็ไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บ ตรงกันข้าม หางคือกลไกสำคัญที่ช่วยล็อกร่างให้คงรูปทรงกลมอย่างมั่นคง 

มีบันทึกว่ากิ้งก่าอาร์มาดิลโลสามารถขดตัวอยู่ในท่านี้ได้นานถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งช่วยให้มันปลอดภัยจากผู้ล่า เช่น งู นกขนาดใหญ่ หรือพังพอน

อย่างไรก็ดี แม้จะมีท่าป้องกันสุดเท่ แต่กิ้งก่าอาร์มาดิลโลก็ไม่อาจเอาตัวรอดจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนไปได้ 

ความที่มีรูปลักษณ์แปลกตาแต่โดดเด่น ทั้งยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีนิสัยอ่อนโยนและไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด กับการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งหมดนี้ทำให้พวกมันตกเป็นเป้าหมายที่ล่าง่าย และมีการลักลอบจับสัตว์จากธรรมชาติเพื่อนำมาทำการค้าเป็นจำนวนมาก 

และปัจจุบัน กิ้งก่าอาร์มาดิลโลถูกจัดอยู่ในกลุ่มประชากรสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดยสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)

อ้างอิง: