เคยกินเหล้าแล้วหน้าแดง หรือเคยเห็นเพื่อนๆ ดื่มแล้วหน้าแดงบ้างไหม? แล้วเคยคิดไหมว่า เวลาเห็นคนกินเหล้าแล้วหน้าแดงนี่แสดงว่าเขาต้อง ‘เมา’ แล้วแน่ๆ?
จริงๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะคนกินเหล้าแล้วหน้าแดงจำนวนมากนี่กินเหล้าแข็งมากแบบกินเท่าไรก็ไม่เมาด้วยซ้ำ ส่วนคนที่กินเหล้าแล้วหน้าไม่แดง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขากินเข้าไปแล้วจะไม่เมา เพราะคนเมาจนเละเทะแบบหน้าไม่แดงเลยก็มีเป็นปกติ
แล้วทำไมบางคนกินเหล้าแล้วต้องหน้าแดงล่ะ? เราจะค่อยๆ อธิบายนะ
ขอเริ่มจากการที่การกินเหล้าแล้วหน้าแดงนี่ ฝรั่งเขามีศัพท์เรียกกันเลยว่า Asian Flush ซึ่งชื่อนี้ก็มาจากสังคมอเมริกัน เพราะเขาสังเกตกันว่าคนที่มีเชื้อสายจากเอเชียจะชอบกินเหล้าแล้วหน้าแดง
คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียส่วนใหญ่ก็คือเชื้อสายจีน ซึ่งเขาก็มาดูต่ออีก เขาก็พบว่าคนเชื้อสายเกาหลีหรือญี่ปุ่นก็มักจะมีอาการแบบเดียวกัน
มันเกิดอะไรกันขึ้น?
คำตอบง่ายๆ คือ คนที่มีเชื้อสายเหล่านี้ ร่างกายจะขาดเอนไซม์ตัวหนึ่ง (ในความหมายว่าผลิตได้น้อยกว่าคนเชื้อสายอื่นๆ ไม่ใช่ไม่มีเลย) ซึ่งมันส่งผลทำให้หน้าแดง นี่เป็นผลจากพันธุกรรม และคนในเอเชียตะวันออกราวๆ 1 ใน 3 จะไม่มีเอนไซม์ตัวนี้ และกินเหล้าเข้าไปก็จะมีอาการแบบนี้หมด
และที่โหดกว่านั้น ‘ความบกพร่องทางพันธุกรรม’ ตัวนี้สามารถส่งต่อมาได้จากทางพ่อหรือทางแม่ก็ได้ พูดง่ายๆ คือ รับพันธุกรรมนี้มาแค่เสี้ยวเดียว อาการ ‘หน้าแดง’ ก็เกิดได้แทบไม่ต่ำกว่าที่รับมาจากทั้งทางพ่อและทางแม่เต็มๆ
แล้วทำไมหน้าถึงแดง? อันนี้ต้องลงลึกหน่อยว่าเวลากินเหล้าเข้าไปร่างกายจะจัดการกับมันยังไง
มนุษย์ทุกคน เวลากินเหล้า ร่างกายก็จะดูดซับสารชื่อ ‘เอทานอล’ (Ethanol) เข้าไปในร่างกาย ซึ่งสารตัวนี้คือสารตัวที่ทำให้เกิดอาการเมาขึ้น เพราะมันจะไปแทรกแซงการทำงานของระบบประสาท
อย่างไรก็ดี ร่างกายก็รับรู้ว่า เอทานอล เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เป็นพิษ ดังนั้นมันจึงจะมีกระบวนการย่อยสลายต่อ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นที่ตับ
การย่อยสลายเอทานอลที่ตับ มันจะใช้เอนไซม์ตัวหนึ่งในการย่อย โดยการย่อยสลายมันจะมีผลผลิตอย่างหนึ่งคือสารชื่อ แอซีทาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งสารตัวนี้ไม่ได้ทำให้เราเมา แต่ว่ากันว่าทำให้เกิดอาหารแฮงก์ในภายหลัง หรือพูดง่ายๆ คือร่างกายเห็น แอซีทาลดีไฮด์ เป็นสารพิษ ต้องกำจัด มันจึงส่งไปย่อยสลายอีกเป็นรอบที่ 2
ในรอบที่สอง การย่อยสลายแอซีทาลดีไฮด์ก็ต้องทำที่ตับอีก และต้องใช้เอนไซม์อีกตัวหนึ่งเพื่อย่อยสลายให้มันเป็น แอซีเตต (Acetate) ซึ่งเป็นสารให้พลังงานกับร่างกาย ร่างกายก็ไม่ย่อยสลายต่อแล้ว จะเอาแอซีเตตไปใช้ให้พลังงานอะไรก็ว่าไป
ซึ่งประเด็นเรื่องหน้าแดง มันอยู่ที่การย่อยสลายรอบที่ 2 นี่แหละ เพราะด้วยพันธุกรรม คนเชื้อสายเอเชียตะวันออก มันจะมี ‘ความบกพร่องทางพันธุกรรม’ ให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ที่จะทำการย่อยสลาย แอซีทาลดีไฮด์ไปเป็นแอซีเตตได้ไม่ดี และทำให้ แอซีทาลดีไฮด์ตกค้างอยู่ในร่างกายนานกว่าคนที่ย่อยสลายได้ดี
สำหรับ แอซีทาลดีไฮด์ แม้ว่ามันจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงอะไร แต่ร่างกายก็เห็นมันเป็นสารพิษ เมื่อค้างอยู่ในระบบไหลเวียนของร่างกายนานๆ ระบบการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมอย่างระบบภูมิคุ้มกันก็จะเริ่มทำงาน หรือพูดให้ง่ายกว่านั้น การมีแอซีทาลดีไฮด์ค้างอยู่ในระบบไหลเวียนของร่างกาย มันทำให้เกิดอาการคล้ายๆ อาการ ‘แพ้’
แต่อาการนี้มันก็เกิดเบาๆ เท่านั้น ผลก็เลยทำให้มันมีอาการแดงที่ผิวหนัง ซึ่งพอคนเห็นก็จะรู้สึกว่าเรา ‘หน้าแดง’ (ทั้งที่จริงๆ มันแดงหลายส่วน แต่อยู่ในร่มผ้า มองไม่เห็น)
กล่าวโดยสรุปคือ ที่คนเอเชียตะวันออก ‘หน้าแดง’ ก็เพราะร่างกายไม่สามารถย่อยสลายแอซีทาลดีไฮด์ได้ดีนั่นเอง
ที่นี้ ถ้ากลับมาดูกระบวนการ เราก็จะเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่การ ‘ย่อยสลายรอบสอง’ หรือการย่อยสลายแอซีทาลดีไฮด์ไปเป็นแอซีเตตเท่านั้น คนเชื้อสายเอเชียตะวันออกสามารถย่อยรอบแรก หรือประสิทธิภาพการย่อยสลายเอทานอลไปเป็นแอซีทาลดีไฮด์ไม่ได้ด้อยกว่าคนเชื้อสายอื่นๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ร่างกายคนเอเชียตะวันออกก็สามารถย่อยสลาย ‘สารทำให้เมา’ ในเหล้าอย่างเอทานอล ได้พอๆ กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นั่นแหละ แต่ปัญหามันอยู่ที่การจัดการกับแอซีทาลดีไฮด์ได้ไม่ดี ซึ่งการที่มันค้างอยู่ในร่างกายมันไม่ได้ทำให้เมา แค่ทำให้หน้าแดง ตัวแดง ดังนั้น การกินเหล้าแล้วหน้าแดงก็ไม่ได้หมายความว่าจะเมาง่ายกว่าชาวบ้าน หรือกระทั่งจะหมายความว่ากำลังเมาอยู่ด้วยซ้ำ
ซึ่งนี่ก็ไม่แปลกเลยที่หนึ่งในชนชาติที่ลือชื่อว่ากินเหล้าแข็งมากๆ ของโลก จะเป็นชนชาติที่กินเหล้าแล้วก็หน้าแดงกันเป็นปกติ (แต่ไม่เมา) อย่างเกาหลี
ดังนั้น ต่อไปนี้เห็นใครกินเหล้าแล้วหน้าแดง ก็อย่าไปคิดว่าเขาเมานะครับ เขาอาจแค่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออกเท่านั้นเอง
อ้างอิง
- Wikipedia. Alcohol Flush Reaction. https://en.wikipedia.org/wiki/Alcohol_flush_reaction