4 Min

ผลวิจัยใหม่ชี้คนไทยเดิน 1,000 ก้าวต่อวันเท่านั้น หรือนี่จะเป็นสาเหตุให้คนไทย “เจ็บป่วย-อ้วน”

4 Min
1416 Views
30 Sep 2021

Select Paragraph To Read

  • พลังของการเดิน
  • สธ.ไทยชี้คนไทยเดินวันละพันก้าว
  • อยากเดินเยอะขึ้นทำไงดี?

คงไม่ต้องเถียงกันว่า “การออกกำลังกาย” เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ซึ่งการออกกำลังกายอะไรดีกว่ากันก็อาจเป็นประเด็นร้อนให้คนมาเถียงกัน แต่ในที่นี้ เราอยากจะเสนอว่าการ “เดิน” น่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ “ดี” ที่สุด เพราะมันเป็นการออกกำลังกายขั้น “พื้นฐาน” ที่สุดที่คนทั่วไปทำได้แบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อะไรทั้งนั้น แถมทำที่ไหนก็ได้ด้วย

พลังของการเดิน

การ “เดิน” มีพลังขนาดไหน โดยทั่วไป เขาก็อธิบายว่าคนญี่ปุ่นที่เป็นชาติที่ไม่ “เข้ายิม” กันเลย แต่ดันสุขภาพดี ก็เพราะเป็นไม่กี่ชาติในโลกที่เดินได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำของการเดินที่ “ดีต่อสุขภาพ” ที่อยู่ประมาณ 7,500 ก้าวต่อวัน (ตัวเลขนี้มายังไง ทำไมไม่ใช่ 10,000 ก้าว ไปอ่านได้ที่ https://www.brandthink.me/content/walk-7500-steps-per-day)

และในทางกลับกัน เขาก็คิดเช่นกันว่า ชาติที่ “เดินน้อย” ร่างกายก็น่าจะไม่ค่อยแข็งแรง และเต็มไปด้วยโรคสารพัด

ปัญหาคือนี่เป็นเพียงสมมติฐาน ไม่เคยมีวัดกันจริงๆ จังๆ ไม่มีองค์กรใดมา “นับก้าว” จริงๆ แบบเป็นระบบ ซึ่งในงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดที่พยายามหาจำนวนก้าวต่อวันของคนทั่วโลก และเคยมานั่งนับก้าวของคนไทยก็ออกมาที่ 4,600 ก้าวต่อวัน แต่กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนั้นยังน้อย เพียงแค่ไม่ถึง 5,000 คน

ซึ่งถ้าใครเคยนับก้าวตัวเอง ก็อาจสงสัยว่า คนไทยเดินกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือจริงๆ ผลมันคลาดเคลื่อนเพราะสุ่มตัวอย่างไม่ดี?

สธ.ไทยชี้คนไทยเดินวันละพันก้าว

ทีนี้ บังเอิญกระทรวงสาธารณสุขได้ทำโครงการชื่อ “ท้าไทยก้าว…ไกลโรค” ในปี 2020 ซึ่งมีการเก็บข้อมูลการเดินของคนไทยเกือบ 200,000 คน ในช่วงมกราคมถึงมีนาคม 2020 (เป็นช่วง “ก่อนโควิด” นิดนึงพอดี)

นับเป็นการเก็บข้อมูลการเดินของคนไทยที่เป็นระบบที่สุดที่เคยมีมา โดยมีการแยกละเอียดทั้งเพศ วัย ความอ้วน ฯลฯ และล่าสุดผลการวิจัยนี้ก็ตีพิมพ์ออกมาแล้ว

รายละเอียดที่น่าสนใจมีหลายจุด เข่นการที่ “คนแก่” เดินเยอะกว่าคนหนุ่มสาวนิดหน่อย รวมถึง “คนเมือง” เดินเยอะกว่าคนในชนบทนิดหน่อย คนอ้วนหรือไม่อ้วนนั้นก็เดินต่อวันพอๆ กัน

แต่ที่ชวน “ช็อก” มากๆ ก็คือ “ค่าเฉลี่ย” การเดินของคนไทยโดยรวมอยู่แค่ประมาณ 1,000 ก้าวเท่านั้น และไม่ว่าจะคนกลุ่มไหน มันก็ไม่มีใครเดินเฉลี่ยถึง 1,500 ก้าวด้วยซ้ำ ซึ่งน้อยกว่าที่ทางมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดวิจัยเอาไว้ก่อนหน้านี้มากราวกับ “หนังคนละม้วน”

ตรงนี้จะเชื่อใครดี?

‘เดินน้อย นั่งรถ อ่อนแอ’ วิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือนไทย

ถ้ามองว่าสถิติเชื่อถือได้เท่าๆ กัน งานวิจัยที่มีกลุ่มตัวอย่างหลักแสนย่อมมีความแม่นยำมากกว่างานที่กลุ่มตัวอย่างแค่หลักพันอยู่แล้ว หรือถ้าจะให้ตรงกว่านั้น ใครที่เคยใช้แอปจำพวก “นับก้าวเดิน” (เขาเรียกว่า Pedometer) ก็คงจะพอทราบว่า ถ้าชีวิตของคุณตื่นเช้า ขับรถไปทำงาน ทำงานเสร็จ ขับรถกลับบ้าน หรือถ้าคุณตื่นเช้า นั่งมอเตอร์ไซค์ไปขึ้นรถเมล์ไปทำงาน ลงรถนั่งมอเตอร์ไซค์ลงหน้าออฟฟิศ ตกเย็นนั่งมอเตอร์ไซค์มาขึ้นรถเมล์กลับ แล้วก็ต่อมอเตอร์ไซค์เข้าบ้านแล้ว ตัวเลข 1,000 ก้าวต่อวัน มันไม่ใช่ตัวเลขที่พิสดารอะไรเลย เพราะวันๆ คุณก็เดินแค่นั้นจริงๆ แหละ และนี่คือ “วิถีชีวิต” ทั่วไปของมนุษย์เงินเดือน

ซึ่งมันเกินน้อยไปไง น้อยมากๆ แบบคนละโลกเลยกับ “ชีวิตที่ต้องเดิน” แบบคนญี่ปุ่น และเรายกตัวอย่างญี่ปุ่นก็เพราะเป็นอะไรที่คนไทยน่าจะจินตนาการง่ายหน่อย

สำหรับคนญี่ปุ่น การตื่นเช้ามาเดิน 15 นาทีจากบ้านไปรถไฟใต้ดินไม่ใช่เรื่องแปลก การเดินไปมาในสถานีเพื่อขึ้นรถและเปลี่ยนรถ 2-3 สายรวมกัน 15 นาทีกว่าจะถึงสถานีที่ทำงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และการลงรถมาเดินอีก 15 นาทีไปออฟฟิศก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน

พูดง่ายๆ ก่อนคนญี่ปุ่นจะถึงออฟฟิศ เขาออกจากบ้านมาเดินรวมๆ กัน 45 นาทีแล้ว ซึ่งตอนกลับบ้านก็ต้องเดินพอๆ กัน

ดังนั้น แค่การเดินทางไปกลับจากการทำงาน เขาเดินกันไป 1 ชั่วโมงครึ่งแล้ว และนี่ยังไม่รวมการเดินในกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตไม่ว่าจะเป็นการเดินไปมาในออฟฟิศ เดินไปห้องน้ำ เดินไปกินข้าวกลางวัน เดินไปกินข้าวเย็น ดังนั้นมันก็ไม่แปลกเลยที่คนญี่ปุ่นจะเดินกันรวมๆ 2 ชั่วโมงต่อวัน

ซึ่งถามว่าคนไทยเดินใช้เวลาเท่าไรต่อวัน?

ถ้าเป็นวิถีตามตัวอย่างที่ว่ามา เวลาเดินต่อวันน่าจะรวมๆ กันแค่ 15-20 นาที ซึ่งนี่ก็ไม่แปลกเลยที่คนญี่ปุ่นเดินมากกว่าคนไทยประมาณ 7 เท่า หรือในขณะที่เราเดินประมาณ 1,000 ก้าว เขาเดินวันละประมาณ 7,000 ก้าว

อยากเดินเยอะขึ้นทำไงดี?

คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่าถ้านี่คือเรื่องที่เกิดขึ้น “ทุกวัน” ผลในการสร้างความแตกต่างด้านสุขภาพระหว่างคนไทยและญี่ปุ่นมันมหาศาลสุดๆ หรือจะคิดให้ง่ายกว่านั้น 6,000 ก้าวที่เป็นความต่างระหว่าง “จำนวนก้าวรายวัน” ของสองชาตินี้ ถ้าว่ามัน “เบิร์นพลังงาน” จากอาหารได้เท่าไร คิดง่ายๆ คือประมาณข้าวถ้วยหนึ่งเลย

และนี่แหละคือเหตุผลที่เราเห็นคนญี่ปุ่นกินอาหารเต็มไปด้วยแป้งแล้วไม่อ้วนกัน คือการเดินต่อวันของพวกเขาเอาพลังงานไปใช้หมด คือเขาเดินเช้าเดินเย็นทุกวัน ดังนั้นพลังงานมันไม่ใช่แค่ได้ใช้ แต่มันถูกเฉลี่ยใช้ทั้งวันด้วย

สุดท้าย ก็ต้องย้ำว่า ที่เขาวิจัยในไทยล่าสุดนี่คือ “ก่อนโควิด” นะครับ ตอนโควิดนี่คนไทยเดินน้อยลงกว่าเดิมแน่นอน ไม่ถึง 1,000 ก้าวโดยเฉลี่ยแน่ๆ และก็ไม่แปลกเลยที่คนทั่วไปจะ “เจ็บป่วย” หรือรู้สึกไม่สบายตัวสุดๆ กัน

เพราะช่วงโควิด คนไทยแทบไม่ได้ “ออกกำลังกาย” เลย และก็ยังไม่ต้องนับว่าพอล็อคดาวน์ ร้านนวดยันยิมก็ปิดอีก เรียกได้ว่า สถานการณ์ดูจะส่งให้เรา “ไม่ได้ขยับร่างกาย” กันยาวๆ

ทั้งนี้ ตอนนี้ปลดล็อคดาวน์แล้ว แม้ว่าหลายๆ สถานที่ยังไม่เปิด แต่ห้างยังเปิดครับ นึกอะไรไม่ออกก็เดินห้างได้

แอร์เย็นๆ เดินไปเถอะครับ มันดีต่อสุขภาพจริงๆ

อ้างอิง